wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบ ม.2 เทอม 2

Total questions: 40

Worksheet time: 2hrs 0mins

Name
Class
Date
1.

ถ้านักเรียนถูกคนร้ายจับเป็นตัวประกัน ควรปฏิบัติอย่างไรเป็นอันดับแรก

a)

เจรจาต่อรองด้วยคำพูดที่สุภาพนุ่มนวล

b)

อยู่เฉย ๆ รอเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วย

c)

ขัดขืนผู้ร้ายอย่างเต็มที่

d)

ต่อสู้กับคนร้ายทันที

2.

ข้อใดไม่ใช่ทักษะชีวิตที่ใช้ในการป้องกันและหลีกเลี่ยงสถานการณ์คับขัน

a)

ทักษะการปฏิเสธ

b)

ทักษะการป้องกันตัว

c)

ทักษะการเจรจาต่อรอง

d)

ทักษะการออกกำลังกาย

3.

การขอความช่วยเหลือเมื่อเกิดสถานการณ์คับขันในข้อใด เป็นวิธีที่สะดวกและง่ายที่สุด

a)

ส่งข้อความทางโทรศัพท์เคลื่อนที่

b)

โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ

c)

ร้องตะโกนเสียงดัง

d)

เขียนข้อความ

4.

สถานการณ์คับขันในข้อใด ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินมากที่สุด

a)

ถูกคนร้ายจี้

b)

เกิดไฟไหม้บ้าน

c)

รถจักรยานยนต์ล้ม

d)

เหนื่อยหอบจากการออกกำลังกาย

5.

ถ้านักเรียนอยู่ในเหตุการณ์ลมพายุและฝนฟ้าคะนอง ต้องปฏิบัติตนอย่างไร

a)

หลบอยู่ในที่ที่มั่นคง แข็งแรง

b)

หลบใต้ป้ายโฆษณาอันใหญ่

c)

หลบอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

d)

วิ่งไปหลบในศาลา

6.

สถานที่ใดที่เสี่ยงต่อการถูกคนร้ายจี้หรือปล้นมากที่สุด

a)

ตลาดสด

b)

ในซอยเปลี่ยว

c)

สวนสาธารณะ

d)

ห้างสรรพสินค้า

7.

ข้อใดเป็นการปฏิบัติตนได้เหมาะสมเมื่อเล่นน้ำตก

a)

ไปเล่นในบริเวณที่ไม่มีคนเล่นเพื่อจะได้ไม่วุ่นวาย

b)

รีบขึ้นจากน้ำเมื่อน้ำตกมีสีเปลี่ยนไป

c)

ลงไปเล่นน้ำบริเวณที่มีน้ำไหลแรง

d)

ลงเล่นน้ำในบริเวณที่มีน้ำลึก

8.

ถ้าเกิดเหตุร้ายที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องขอความช่วยเหลืออย่างไร

a)

โทรศัพท์บอกผู้ปกครอง

b)

โทรศัพท์แจ้งโรงเรียน

c)

โทรศัพท์แจ้ง 191

d)

โทรศัพท์หาเพื่อน

9.

ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับแนวปฏิบัติเมื่ออยู่ในสถานการณ์คับขันได้ถูกต้อง

a)

เก็บทรัพย์สินมีค่าให้ได้มากที่สุด

b)

ต่อสู้กับคนร้ายด้วยตนเองทันที

c)

ตั้งสติให้ดี แล้วคิดหาทางแก้ไข

d)

เมื่อตกใจร้องโวยวายเสียงดัง

10.

ถ้ามีคนเมายาบ้าจับนักเรียนเป็นตัวประกัน นักเรียนควรปฏิบัติตนอย่างไร

a)

ขัดขืนและต่อสู้สุดความสามารถ

b)

ด่าคนร้ายด้วยวาจาหยาบคายเสียงดัง

c)

พูดโน้มน้าวคนร้ายด้วยเหตุผลที่น่าเชื่อถือ

d)

ร้องตะโกนเพื่อขอความช่วยเหลือจากคนบริเวณนั้น

11.

พฤติกรรมในข้อใดอาจนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์มากที่สุด

a)

การอยู่กับเพื่อนต่างเพศสองต่อสองในที่รโหฐาน

b)

การยอมให้เพื่อนต่างเพศถูกเนื้อต้องตัวได้

c)

การแต่งกายล่อแหลม

d)

การคบเพื่อนต่างเพศ

12.

ข้อใดเป็นการนำทักษะชีวิตมาใช้ในสถานการณ์เสี่ยงที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

a)

ปฏิบัติตามความพอใจของตน

b)

รู้ตนเองว่ากำลังทำอะไรอยู่

c)

คบคนที่มีการศึกษาเท่านั้น

d)

มองโลกในแง่ร้าย

13.

การปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยงการก่อเหตุทะเลาะวิวาทส่งผลต่อนักเรียนอย่างไร

a)

เรียนหนังสือเก่ง

b)

เพื่อน ๆ ไม่อยากคบ

c)

ผู้ปกครองไม่ไว้วางใจ

d)

อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

14.

ิตนเพื่อหลีกเลี่ยงการก่อเหตุทะเลาะวิวาทส่งผลต่อนักเรียนอย่างไร

a)

เรียนหนังสือเก่ง

b)

เพื่อน ๆ ไม่อยากคบ

c)

ผู้ปกครองไม่ไว้วางใจ

d)

อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

15.

เมื่อเพื่อนชักชวนให้ทดลองสูบบุหรี่ การปฏิบัติตามข้อใดเหมาะสมที่สุด

a)

แกล้งด่าว่าเพื่อนโดยใช้ถ้อยคำที่ไม่รุนแรง

b)

ปฏิเสธและบอกเพื่อนว่าเป็นสิ่งไม่ดี

c)

ต่อว่าและเลิกคบเพื่อนคนนั้น

d)

บอกเพื่อนว่าไว้โอกาสหน้า

16.

ข้อใดไม่ใช่สถานการณ์ที่เสี่ยงต่ออันตราย

a)

แข่งขันรถจักรยานยนต์บนท้องถนนเวลากลางคืน

b)

ไปกับรุ่นพี่และเพื่อนที่เป็นนักเลง

c)

เดินทางคนเดียวในเวลากลางคืน

d)

ลงแข่งขันกระบี่กระบอง

17.

พฤติกรรมในข้อใดที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด

a)

การไม่สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์

b)

การหยุดรถเมื่อเห็นสัญญาณไฟแดง

c)

จำกัดความเร็วขณะขับรถ

d)

เมาแล้วขับ

18.

ขั้นแรกของกระบวนการคิดสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมคืออะไร

a)

การวิเคราะห์ใคร่ครวญสาเหตุของปัญหา

b)

การปฏิบัติและตรวจสอบผลเป็นระยะ

c)

การสรุปและประเมินผลการปฏิบัติ

d)

การรวบรวมข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ

19.

ดสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมคืออะไร

a)

การวิเคราะห์ใคร่ครวญสาเหตุของปัญหา

b)

การปฏิบัติและตรวจสอบผลเป็นระยะ

c)

การสรุปและประเมินผลการปฏิบัติ

d)

การรวบรวมข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ

20.

ข้อใดเป็นผลกระทบของการทะเลาะวิวาท

a)

ครอบครัวมีความอบอุ่น

b)

ทำให้เกิดความสามัคคีกัน

c)

ทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บ

d)

สถาบันการศึกษาเสียชื่อเสียง

21.

นักเรียนควรปฏิบัติตามข้อใดเพื่อหลีกเลี่ยงอบายมุข

a)

ท้าเล่นเกมแข่งกับเพื่อน

b)

นั่งดูเพื่อนเล่นการพนันเป็นประจำ

c)

คบกับเพื่อนที่ชอบเล่นการพนันบอล

d)

รู้จักปฏิเสธและไม่คบเพื่อนที่เล่นการพนัน

22.

ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนการบำบัดรักษาผู้ติดสารเสพติดประเภทผู้ป่วยในของกระทรวงสาธารณสุข

a)

ขั้นตอนเตรียม

b)

ขั้นฟื้นฟูสมรรถภาพ

c)

ขั้นให้พิษยาออกฤทธิ์

d)

ขั้นติดตามผลหลังการบำบัดรักษา

23.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับชุมชนบำบัดผู้ติดสารเสพติด

a)

การไปพบนักจิตวิทยา

b)

การจัดกิจกรรมให้ผู้ที่เคยติดสารเสพติดมาเล่าประสบการณ์

c)

การให้ครอบครัวมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมร่วมกันในชุมชน

d)

การให้กลุ่มวัยรุ่นรวมตัวกันคิดจัดกิจกรรมที่สร้างประโยชน์แก่สังคม

24.

ข้อใดเป็นการบำบัดรักษาทางจิตใจให้แก่ผู้ติดสารเสพติด

a)

การรักษาให้คงสภาพการติดสารเสพติด

b)

การให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา

c)

การใช้ยาต้านฤทธิ์สารเสพติด

d)

การใช้ยากระตุ้นประสาท

25.

บุคคลในข้อใดรู้จักสร้างคุณค่าในตนเองหลังจากรับการบำบัดรักษาสารเสพติด

a)

อาริยานอนอยู่ในบ้านเฉย ๆ เพราะอายผู้อื่น

b)

สิริมาตำหนิตนเองเสมอที่ไปติดสารเสพติด

c)

กฤติกาทำงานโดยไปรับจ้างเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านอาหาร

d)

อิสราวดีกลับไปคบกับเพื่อนที่เสพสารเสพติดกลุ่มเดิม

26.

ข้อใดมีความสัมพันธ์กับการบำบัดรักษาประเภทผู้ป่วยนอกของกระทรวงสาธารณสุข

a)

การนัดผู้ป่วยมารับยาไปรับประทาน

b)

การเข้ารับการรักษาประจำในโรงพยาบาล

c)

การไปรักษาที่ศูนย์บำบัดและอยู่ประจำที่นั่น

d)

การเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในศูนย์บำบัดตลอดเวลา

27.

ถ้า A = ผู้ติดสารเสพติด C = ศูนย์ให้คำปรึกษาบำบัดผู้ติดสารเสพติด ดังนั้น B ควรเป็นข้อใด

a)

สถานีตำรวจ

b)

ครอบครัว

c)

โรงเรียน

d)

สื่อ

28.

ข้อใดเป็นการบำบัดรักษาผู้ติดสารเสพติดที่ถูกต้อง

a)

เมื่อเลิกสารเสพติดใหม่ ๆ ก็ไม่ไปพบแพทย์อีก

b)

ลดปริมาณการใช้สารเสพติด แต่ก็ยังเสพทุกวัน

c)

ไปพบแพทย์ที่ศูนย์บำบัดรักษาตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

d)

พยายามเลิกสารเสพติดโดยการซื้อยามารับประทานเอง

29.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับแหล่งบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติด

a)

เป็นหน่วยงานบำบัดรักษาทางจิตโดยเฉพาะ

b)

เป็นหน่วยงานที่ให้การบำบัดรักษาผู้ติดสารเสพติดต่าง ๆ

c)

เป็นหน่วยงานที่ให้บริการด้านสุขภาพแก่ประชาชนทั่ว ๆ ไป

d)

เป็นหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาผู้ค้าสารเสพติด

30.

ถ้าวิธีการบำบัดผู้ติดสารเสพติด แบบแผนปัจจุบัน = นาลเทรกโซน ดังนั้น แบบแผนโบราณ = ..............?.................. คือข้อใด

a)

การทำกิจกรรมกลุ่ม

b)

คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

c)

จิตแพทย์

d)

สมุนไพร

31.

วิธีการผ่อนคลายความเครียดในข้อใดเหมาะสมที่สุดที่จะทำให้จิตใจสงบ

a)

ดูภาพยนตร์ตลก

b)

เต้นแบบแอโรบิก

c)

ฝึกสมาธิ

d)

ร้องเพลง

32.

ข้อใดเป็นการปฏิบัติตนเพื่อจัดการกับอารมณ์และความเครียดที่เหมาะสม

a)

นั่งเล่นอินเทอร์เน็ตเป็นเวลานาน ๆ

b)

อยู่ในห้องคนเดียวเงียบ ๆ ไม่ยุ่งกับใคร

c)

ดูละครที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับความผิดหวัง

d)

วิ่งออกกำลังกายในตอนเช้าเป็นประจำทุกวัน

33.

เพราะเหตุใดจึงต้องจัดการกับอารมณ์และความเครียด

a)

เพื่อให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง

b)

เพื่อให้คนรอบข้างมีความสุขใจ

c)

เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

d)

เพื่อให้สภาพแวดล้อมรอบตัวดีขึ้น

34.

ข้อใดเป็นผลดีของความเครียด

a)

ทำให้เกิดความตื่นเต้น เลือดสูบฉีดดี

b)

ทำให้มีความคิดริเริ่มในการทำงาน

c)

ทำให้มีสมาธิ จิตใจสงบ เยือกเย็น

d)

ทำให้ไม่เกิดโรคภัยไข้เจ็บ

35.

ความเครียดในระดับปานกลางจะทำให้บุคคลมีลักษณะอย่างไร

a)

แยกตัวจากผู้อื่น เกิดความกังวล

b)

กระตือรือร้นในการทำกิจกรรม

c)

เกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ ตามมา

d)

ผ่อนคลาย สบายใจ

36.

บุคคลใดสำคัญที่สุดในการป้องกันปัญหาสุขภาพจิต

a)

ตนเอง

b)

จิตแพทย์

c)

ผู้ปกครอง

d)

ครู อาจารย์

37.

พฤติกรรมใดที่แสดงถึงการมีปัญหาสุขภาพจิตอย่างรุนแรง

a)

ย้ำคิดย้ำทำเกี่ยวกับการเปิด-ปิดประตูบ้าน

b)

เจ้าระเบียบในเรื่องการแต่งกาย

c)

พูดปดกับเพื่อนเป็นประจำ

d)

ทำร้ายผู้อื่นโดยไม่รู้สึกตัว

38.

เพราะเหตุใดการสอบตกจึงทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิต

a)

เพราะเพื่อนจะไม่สนใจและไม่คบด้วย

b)

เพราะผิดหวังจากเป้าหมายที่ตั้งใจไว้

c)

เพราะจะไม่ได้รับรางวัลจากพ่อแม่

d)

เพราะจะโทษตนเองจนคิดซ้ำ ๆ

39.

ข้อใดสรุปประโยชน์ของการศึกษาลักษณะอาการเบื้องต้นของผู้มีปัญหาสุขภาพจิตได้ถูกต้อง

a)

เพื่อสังเกตตนเองและบุคคลใกล้ชิด และหาทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา

b)

เพื่อรักษาตนเองให้หายจากอาการทางจิต

c)

เพื่อใช้ข้อมูลทำรายงานส่งครู

d)

เพื่อบอกเล่าให้ผู้อื่นฟัง

40.

อาการทางกายที่แสดงถึงการมีปัญหาสุขภาพจิตตรงกับข้อใด

a)

ท้องเสีย

b)

นอนไม่หลับ

c)

ง่วงนอนบ่อย

d)

ผมแตกปลาย