wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ม.2 หลักฐานทางประวัติศาสตร์

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ใดต่อไปนี้มีความน่าเชื่อถือน้อยที่สุด

a)

A. บันทึกของผู้เห็นเหตุการณ์

b)

B. บทความวิชาการจากนักประวัติศาสตร์

c)

C. เรื่องเล่าที่ถ่ายทอดต่อกันมาหลายรุ่น

d)

D. จารึกที่ค้นพบในแหล่งโบราณคดี

2.

การตรวจสอบที่มาของหลักฐานเป็นการประเมินในด้านใด

a)

A. ความสวยงาม

b)

B. ความเก่าแก่

c)

C. ความน่าเชื่อถือ

d)

D. ความสะเทือนอารมณ์

3.

ข้อใดคือปัจจัยที่ใช้พิจารณาความน่าเชื่อถือของหลักฐาน

a)

A. สีของกระดาษ

b)

B. แหล่งที่มาและผู้เขียน

c)

C. จำนวนคนที่เชื่อ

d)

D. ความยาวของเนื้อหา

4.

การที่หลักฐานมีอคติส่งผลอย่างไร

a)

A. ทำให้ข้อมูลสนุกขึ้น

b)

B. ช่วยยืนยันเหตุการณ์ได้ดี

c)

C. บิดเบือนข้อเท็จจริง

d)

D. เพิ่มคุณค่าทางอารมณ์

5.

หากพบข้อมูลขัดแย้งกันระหว่าง 2 แหล่ง ควรทำอย่างไร

a)

A. เลือกแหล่งที่มีภาษาสวยงาม

b)

B. เชื่อแหล่งที่เล่าเรื่องได้สนุกกว่า

c)

C. พิจารณาความน่าเชื่อถือของทั้งสองแหล่ง

d)

D. ปล่อยผ่าน ไม่ต้องใส่ใจ

6.

ข้อใดคือ ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์

a)

A. พระนเรศวรทรงเป็นวีรบุรุษ

b)

B. กรุงศรีอยุธยาเสียกรุงครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ.2310

c)

C. สมเด็จพระนารายณ์ทรงเป็นกษัตริย์ที่เก่งที่สุด

d)

D. ชาวต่างชาติต่างเกรงกลัวไทย

7.

ข้อใดแสดงถึง ความจริง มากกว่าข้อเท็จจริง

a)

A. อยุธยาเป็นเมืองที่เจริญที่สุดในอาเซียน

b)

B. พระนเรศวรทรงรักประชาชน

c)

C. สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มในปี พ.ศ. 2482

d)

D. รัชกาลที่ 5 ทรงเลิกทาส

8.

คำว่า "ความจริง" ในประวัติศาสตร์หมายถึงอะไร

a)

A. เหตุการณ์ที่คนส่วนมากจำได้

b)

B. ความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับเหตุการณ์

c)

C. เหตุการณ์ที่ได้รับการพิสูจน์และยอมรับอย่างกว้างขวาง

d)

D. เรื่องเล่าที่ไม่มีหลักฐาน

9.

ทำไมต้องแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงกับความจริง

a)

A. เพื่อความบันเทิงในการศึกษา

b)

B. เพื่อสร้างเรื่องราวให้สนุก

c)

C. เพื่อเข้าใจเหตุการณ์อย่างถูกต้อง

d)

D. เพื่อเลือกฝ่ายที่ถูกต้องในประวัติศาสตร์

10.

ข้อใดต่อไปนี้เป็น “ความคิดเห็น” ไม่ใช่ข้อเท็จจริง

a)

A. พระยาตากสินกู้เอกราชในปี พ.ศ. 2310

b)

B. รัชกาลที่ 9 เสด็จขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2489

c)

C. พระนเรศวรทรงกล้าหาญที่สุดในสมัยอยุธยา

d)

D. สงครามเวียดนามเกิดขึ้นในช่วงสงครามเย็น

11.

การตีความหลักฐานทางประวัติศาสตร์คืออะไร

a)

A. อ่านออกเสียงให้ชัด

b)

B. เขียนเลียนแบบใหม่

c)

C. วิเคราะห์เพื่อทำความเข้าใจความหมายของหลักฐาน

d)

D. เก็บหลักฐานไว้ในพิพิธภัณฑ์

12.

นักประวัติศาสตร์ตีความหลักฐานต่างกันเพราะอะไร

a)

A. ความสามารถในการวาดภาพ

b)

B. ความแตกต่างทางการศึกษาและมุมมอง

c)

C. ภาษาที่ใช้ในหลักฐาน

d)

D. จำนวนครั้งที่เห็นหลักฐาน

13.

ตัวอย่างของการตีความหลักฐานผิดคือข้อใด

a)

A. อ่านจารึกไม่เข้าใจภาษา

b)

B. คัดลอกตัวอักษรผิด

c)

C. แปลความหมายผิดจากเนื้อหา

d)

D. เก็บหลักฐานไม่ดี

14.

ข้อใดคือนักเรียนที่ใช้การตีความหลักฐานอย่างถูกต้อง

a)

A. เลือกหลักฐานที่ตนชอบเท่านั้น

b)

B. สรุปจากความรู้สึกส่วนตัว

c)

C. พิจารณาหลักฐานจากหลายแหล่งแล้วเปรียบเทียบ

d)

D. อ่านเฉพาะข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย

15.

หากนักเรียนพบหลักฐานใหม่ที่ขัดกับตำราเรียน ควรทำอย่างไร

a)

A. ทิ้งหลักฐานใหม่

b)

B. ยึดแค่ในตำราเรียน

c)

C. วิเคราะห์เปรียบเทียบแล้วหาข้อสรุป

d)

D. สร้างเรื่องราวขึ้นใหม่ตามหลักฐาน

16.

การตีความหลักฐานทางประวัติศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเมื่อพบข้อมูลใหม่

a)

ผิด

b)

ถูก

17.

หลักฐานที่ได้รับการตีพิมพ์ในหนังสือเรียนย่อมเป็นความจริงเสมอ

a)

ผิด

b)

ถูก

18.

ข้อเท็จจริงคือข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงและสามารถพิสูจน์ได้ ในขณะที่ความจริงคือความคิดเห็นของผู้คนที่มีต่อเหตุการณ์

a)

ถูก

b)

ผิด

19.

การตีความเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคอาจแตกต่างกันเพราะบริบทของสังคมในช่วงเวลานั้นเปลี่ยนไป

a)

ผิด

b)

ถูก

20.

เมื่อมีหลักฐานเพียงแหล่งเดียวที่กล่าวถึงเหตุการณ์หนึ่ง ก็สามารถยืนยันเหตุการณ์นั้นว่าเป็นจริงได้ทันที

a)

ผิด

b)

ถูก