wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ระบบร่างกาย

Total questions: 60

Worksheet time: 32mins

Name
Class
Date
1.

ระบบที่ทำหน้าที่ห่อหุ้มร่างกาย

a)

ระบบกระดูก

b)

ระบบกล้ามเนื้อ

c)

ระบบผิวหนัง

d)

ระบบประสาท

e)

ระบบต่อมไร้ท่อ

2.

ระบบที่ทำหน้าที่ค้าจุนและเคลื่อนไหว (มี 2 คำตอบ)

a)

ระบบกระดูก

b)

ระบบผิวหนัง

c)

ระบบประสาท

d)

ระบบต่อมไร้ท่อ

e)

ระบบกล้ามเนื้อ

3.

ระบบที่ทำหน้าที่ในการประมวลผลและประสานงาน (มี 2 คำตอบ)

a)

ระบบประสาท

b)

ระบบกระดูก

c)

ระบบต่อมไร้ท่อ

d)

ระบบหัวใจ

e)

ระบบน้าเหลือง

4.

ระบบที่ทำหน้าที่ในการดูดซึมสารและขับถ่ายของเสีย

a)

ระบบทางเดินอาหาร ระบบหายใจ และระบบทางเดินปัสสาวะ

b)

ระบบทางเดินอาหาร ระบบห่อหุ้มร่างกาย และระบบทางเดินปัสสาวะ

c)

ระบบทางเดินอาหาร ระบบหายใจ และระบบประสาท

d)

ระบบทางต่อมไร้ท่อ ระบบหายใจ และระบบทางเดินปัสสาวะ

e)

ระบบทางประสาท ระบบหายใจ และระบบต่อมไร้ท่อ

5.

ส่วนประกอบของระบบห่อหุ้มร่างกาย ได้แก่ (มี 3 คำตอบ)

a)

ผิวหนัง

b)

มดลูก

c)

เล็บ

d)

สมอง

e)

ขน

6.

ระบบห่อหุ้มร่างกาย ตรงกับข้อใด

a)

Skeletal System

b)

integumentary system

c)

nerve system

d)

respiratory system

e)

excretory system

7.

ข้อใดไม่เป็นหน้าที่ของระบบห่อหุ้มร่างกาย

a)

ป้องกันและปกปิดอวัยวะภายในไม่ให้ได้รับ อันตราย

b)

ป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ร่างกายโดยง่าย

c)

รับความรู้สึกสัมผัส เช่น ร้อนหนาว เจ็บ

d)

ช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่

e)

ช่วยรองรับอวัยวะต่างๆ ให้ทรงและตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ควรอยู่

8.

Stratum germinativum แบ่งเป็นชั้นย่อย 2 ชั้น คือ (มี 2 คำตอบ)

a)

Keratohyaline granule

b)

Stratum basale

c)

Stratum spinosum

d)

Stratum granulosum

e)

Stratum lucidum

9.

ข้อใดเป็นลักษณะที่พบในชั้น Stratum granulosum

a)

เป็นชั้นที่ติดกับ epidermis มีลักษณะเป็นคลื่น

b)

เปลี่ยนแปลงมาจาก eledin ในชั้นStratum lucidum

c)

จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ใสขึ้นเรียกชื่อว่า Eledin จึงทาให้ชั้นนี้มีความใสสว่างกว่าชั้นอื่น

d)

ในเซลส์ของชั้นนี้ จะมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ อยู่ภายในเซลส์

e)

เป็นชั้นที่มีเซลส์ ลักษณะคล้ายหนาม ประสานกันเป็นร่างแห

10.

ข้อใดเป็นลักษณะของชั้น Stratum lucidum

a)

ในเซลส์ของชั้นนี้ จะมีลักษณะ granule เล็กๆ หรือเม็ดเล็กๆ อยู่ภายในเซลส์

b)

สาร Keratohyaline จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ใสขึ้นเรียกชื่อว่า Eledin

c)

เป็นเนื้อเยื่อชั้นนอกสุด หนามาก ประกอบไปด้วยเซลส์ที่ตายแล้ว

d)

เป็นชั้นที่ติดกับ epidermis มีลักษณะเป็นคลื่น และพบพวกปลายประสาท

e)

ประกอบไปด้วย collagen fiber สานกันอย่างแน่นหนา มีเนื้อเยื่อไขมัน

11.

ลักษณะของ Reticular layer

a)

เป็นชั้นที่อยู่ใต้หนังกาพร้าประกอบด้วยโครงสร้างต่างๆมากมาย ได้แก่

Follicle, Sweat gland

b)

ประกอบไปด้วย collagen fiber สานกันอย่างแน่นหนา มีเนื้อเยื่อไขมัน (Adipose tissue) ปนอยู่มาก

c)

เป็นชั้นที่ติดกับ epidermis มีลักษณะเป็นคลื่น และพบพวกปลายประสาท

d)

เป็นเนื้อเยื่อชั้นนอกสุด หนามาก ประกอบไปด้วยเซลส์ที่ตายแล้ว

e)

สาร Keratohyaline จะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ใสขึ้นเรียกชื่อว่า Eledin

12.

ข้อใดเป็นลักษณะของ Stratum corneum

a)

เป็นชั้นที่ถัดออกมาด้านนอก เปลี่ยนแปลงมาจากชั้น Stratum granulosum

b)

เป็นชั้นที่ถัดขึ้นมา ลักษณะเฉพาะคือ ในเซลส์ของชั้นนี้ จะมีลักษณะ granule เล็กๆ

c)

เป็นชั้นที่อยู่ล่างสุดของ epidermis เป็น ชั้นที่มีการเจริญมากที่สุด

d)

เป็นชั้นที่มี malanin อยู่ และเป็นชั้นที่มีเซลล์ ลักษณะคล้ายหนาม

e)

โปรตีนที่อยู่ในชั้นนี้มีชื่อเรียกว่า Keratin เปลี่ยนแปลงมาจาก eledin

13.

ข้อใดไม่เป็นโครงสร้างหนังแท้ (Dermis)

a)

Follicle

b)

Sweat gland

c)

Sebaceous gland

d)

Blood vessel

e)

Papillary layer

14.

ระบบประสาทที่ผิวหนังตรงกับข้อใด

a)

digestive system

b)

muscular System

c)

skeletal System

d)

integumentary system

e)

The Cutaneous Sense

15.

ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

ต่อมเหงื่อขนาดเล็กมีอยู่ที่ริมฝีปากและที่อวัยวะสืบพันธุ์

b)

ต่อมเหงื่อขนาดเล็กติดต่อกับท่อขับถ่ายซึ่งเปิดออกที่ผิวหนังชั้นนอกสุด

c)

ต่อมเหงื่อขนาดเล็กนี้สร้างเหงื่อแล้วขับถ่ายออกมาตลอดเวลา

d)

ต่อมเหงื่อขนาดใหญ่ ไม่ได้มีอยู่ทั่วร่างกาย พบได้เฉพาะบางแห่ง ได้แก่ รักแร้ รอบหัวนม

e)

ต่อมเหงื่อขนาดใหญ่จะทางานตอบสนองต่อการกระตุ้นทางจิตใจ

16.

ข้อใดเป็นการเรียงลำดับการหมุนเวียนเลือดได้ถูกต้อง

a)

เลือดจากร่างกาย >>> หัวใจห้องบนขวา >>> หัวใจห้องล่างขวา >>> ปอด >>> หัวใจห้องบนซ้าย >>> หัวใจห้องล่างซ้าย >>> ส่วนต่างๆ ของร่างกาย

b)

เลือดจากร่างกาย >>> หัวใจห้องบนซ้าย >>> หัวใจห้องล่างซ้าย >>> ปอด >>> หัวใจห้องบนขวา >>> หัวใจห้องล่างขวา >>> ส่วนต่างๆ ของร่างกาย

c)

เลือดจากร่างกาย >>> หัวใจห้องล่างขวา >>>หัวใจห้องบนขวา >>> ปอด >>> หัวใจห้องล่างซ้าย >>> หัวใจห้องบนซ้าย >>> ส่วนต่างๆ ของร่างกาย

d)

เลือดจากร่างกาย >>> หัวใจห้องล่างซ้าย >>> หัวใจห้องบนซ้าย >>> ปอด >>> หัวใจห้องล่างขวา >>> หัวใจห้องบนขวา >>> ส่วนต่างๆ ของร่างกาย

17.

หากน้องนะโมฺมีหมู่เลือด B ได้ประสบอุบัติเหตุเลือดออกเป็นจำนวนมาก ใครสามารถให้เลือดแก่น้องนะโมได้บ้าง

a)

นายขวัญมีหมู่เลือด A

b)

นางฝันมีหมู่เลือด AB

c)

นายผันมีหมู่เลือด O

d)

ไม่มีใครสามารถให้เลือดแก่น้องนะโมได้

18.

เพราะเหตุใด หัวใจห้องล่างซ้ายจึงมีผนังหนาสุด

a)

รับเลือดจากปอดทั้งสองข้าง

b)

รับเลือดจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

c)

ส่งเลือดออกไปปอดทั้งสองข้าง

d)

ส่งเลือดออกไปส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

19.

ข้อใดลำดับทางเดินหายใจได้ถูกต้อง

a)

รูจมูก โพรงจมูก คอหอย ท่อลม ขั้วปอด หลอดลมฝอย ถุงลม เส้นเลือดฝอย

b)

รูจมูก โพรงจมูก ท่อลม คอหอย ขั้วปอด หลอดลมฝอย ถุงลม เส้นเลือดฝอย

c)

รูจมูก โพรงจมูก คอหอย ท่อลม ขั้วปอด ถุงลม หลอดลมฝอย เส้นเลือดฝอย

d)

รูจมูก โพรงจมูก คอหอย ขั้วปอด ท่อลม หลอดลมฝอย เส้นเลือดฝอย ถุงลม

20.

การทำงานของระบบขับถ่ายปัสสาวะในข้อใดถูกต้อง

a)

เลือด --> หน่วยไต --> ท่อปัสสาวะ --> กระเพาะปัสสาวะ

b)

เลือด --> ท่อไต --> หน่วยไต --> กระเพาะปัสสาวะ --> ท่อปัสสาวะ

c)

เลือด --> หน่วยไต -->กรวยไต --> ท่อไต --> กระเพาะปัสสาวะ --> ท่อปัสสาวะ

d)

เลือด --> กรวยไต --> หน่วยไต --> กระเพาะปัสสาวะ --> ท่อปัสสาวะ

21.

ข้อใดไม่ได้กล่าวถึงกระบวนการหายใจเข้า

a)

กระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น

b)

กระบังลมเลื่อนต่ำลง

c)

ปริมาตรช่องอกลดลง

d)

ความดันอากาศในช่องอกลดลง

22.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการป้องกันโรคไต

a)

ลดอาหารประเภทเนื้อสัตว์

b)

ปรุงรสแซบๆเปรี้ยวหวานมันเค็ม

c)

ไม่รับประทานอาหารรสเค็ม

d)

ดื่มน้ำชดเชยส่วนที่เสียไป

23.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับระบบขับถ่ายของเสีย

a)

อวัยวะที่ใช้ขับถ่ายของเสียในรูปแบบแก๊ส คือ ปอด

b)

อวัยวะที่ใช้ขับถ่ายของเสียในรูปแบบของเหลว คือ ลำไส้ใหญ่

c)

อวัยวะที่ใช้ขับถ่ายของเสียในรูปแบบของแข็ง คือ ไต

d)

อวัยวะที่ใช้ขับถ่ายของเสียในรูปแบบแก๊ส คือ ผิวหนัง

24.

พิจารณาภาพทางเดินอาหารของมนุษย์ แล้วตอบคำถาม
การย่อยแป้งด้วยเอนไซม์อะไมเลสแล้วได้น้ำตาลกลูโคส เกิดขึ้นที่ส่วนใดของทางเดินอาหาร

a)

ก และ ข

b)

ก และ ง

c)

ข และ ค

d)

ค และ ง

25.

ถ้าในเลือดมีปริมาณ CO2 มาก และมีปริมาณ O2 น้อย จะทำให้เกิดอาการใด

a)

ไอ

b)

หาว

c)

จาม

d)

สะอึก

26.

ค าอธิบายเกี่ยวกับระบบต่าง ๆ ของร่างกายมนุษย์ในข้อใดถูกต้อง

a)

ถ้าไตทำงานบกพร่อง จะไม่พบโปรตีน และกลูโคสในปัสสาวะ

b)

คาร์โบไฮเดรตจะถูกย่อยที่บริเวณปาก กระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก

c)

เลือดที่มีออกซิเจนต่ำออกจากหัวใจเข้าสู่ปอดทางหลอดเลือดอาร์เทอร

d)

โรคถุงลมโป่งพองทำให้ปอดมีพื้นที่ผิวเพิ่มขึ้น สารจากควันบุหรี่จึง แพร่สู่เลือดมากขึ้น

27.

เด็กหญิงเดือนเจ็บป่วยง่าย มีภูมิคุ้มกันโรคต่ำ ข้อใดอธิบายเกี่ยวกับเลือดของเด็กหญิงเดือนได้ถูกต้อง

a)

เม็ดเลือดขาวต่ำกว่าปกติ

b)

เม็ดเลือดขาวสูงกว่าปกติ

c)

เกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ

d)

เกล็ดเลือดสูงกว่าปกติ

28.

ถ้ากระเพาะอาหารถูกทำลาย จะกระทบกระเทือนต่อการย่อยอาหารประเภทใดมากที่สุด

a)

ไขมัน

b)

โปรตีน

c)

คาร์โบไฮเดรต

d)

วิตามิน

29.

ถ้านักเรียนเคี้ยวข้าวสุกนานๆอาจรู้สึกว่ามีรสหวานเกิดขึ้น ทั้งนี้เกิดจากกระบวนการอะไรขึ้นภายในช่องปาก

a)

แป้งถูกเปลี่ยนโดยเอนไซม์อะไมเลสให้เป็นน้ำตาลมอลโทส

b)

แป้งถูกเปลี่ยนโดยเอนไซม์อะไมเลสให้เป็นน้ำตาลกลูโคส

c)

แป้งถูกเปลี่ยนโดยเอนไซม์อะไมเลสให้เป็นฟรักโทส

d)

แป้งถูกเปลี่ยนโดยเอนไซม์อะไมเลสให้เป็นกาแลกโทส

30.

สารเคมีชนิดสำคัญที่สุด ในการควบคุมอัตราการหายใจเข้าและออก คือ

a)

แก๊สมอนอไดออกไซด์

b)

เฮโมโกลบิล

c)

แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์

d)

แก๊สไนโตรเจน และออกซิเจน

31.

ในส่วนใดที่มีของเสียมากที่สุด

a)

ท่อปัสสาวะ

b)

กระเพาะปัสสาวะ

c)

หลอดไต

d)

กรวยไต

32.

เซลล์รับแสงของคนเราอยู่ชั้นใดของนัยน์ตา

a)

ม่านตา

b)

เรตินา

c)

กระจกตา

d)

เลนส์ตา

33.

ข้อใดไม่เกี่ยวข้องกับการหายใจเข้า

a)

กระดูกซี่โครงยกสูง

b)

กระบังลมเลื่อนต่ำ

c)

ปริมาตรช่องอกลดลง

d)

ความดันลดลง

34.

ของเสียในไต ถูกกรองผ่านบริเวณใด

a)

กรวยไต

b)

หน่วยไต

c)

เกอโมลลูลัส

d)

ท่อไต

35.

ของเสียโมเลกุลขนาดใหญ่ ในข้อใดที่ไม่ผ่านเกอโมลลูลัส

a)

ยูเรีย

b)

ยูริก

c)

โปรตีน

d)

กรดอะมิโน

36.

ข้อใดต่อไปนี้ ควรพบในน้ำปัสสาวะ

a)

กลูโคส

b)

โปรตีน

c)

ฮีโมโกลบิน

d)

ยูเรีย

37.

เพราะเหตุใด เหงื่อจึงมีกลิ่น

a)

มีอะมิโน

b)

มีแอมโมเนีย

c)

มียูริก

d)

มีน้ำ

38.

อวัยวะขับถ่ายของไส้เดือนคือข้อใด

a)

เนฟริเดียม

b)

มัลพิเกียน

c)

ไต

d)

ลำตัว

39.

ยูเรียเป็นของเสียที่ร่างกายขับออกทางใด

a)

ปอด

b)

เลือด

c)

ไต

d)

ลมหายใจ

40.

หลอดเลือดใดมีปริมาณแก๊สออกซิเจนมากที่สุด

a)

หลอดเลือดจากหัวใจไปยังปอด

b)

หลอดเลือดจากปอดไปยังหัวใจ

c)

หลอดเลือดจากหัวใจไปส่วนต่างๆ ของร่างกาย

d)

หลอดเลือดจากส่วนต่างๆ ของร่างกายไปที่หัวใจ

41.

จากภาพการหมุนเวียนของเลือดในร่างกายมนุษย์ ข้อใดเปรียบเทียบปริมาณออกซิเจนได้ถูกต้อง

a)

ปริมาณออกซิเจนในหลอดเลือด ก. เท่ากับหลอดเลือด ข.

b)

ปริมาณออกซิเจนในหลอดเลือด ค. น้อยกว่าหลอดเลือด ง.

c)

ปริมาณออกซิเจนในหลอดเลือด ข. มากกว่าหลอดเลือด ก.

d)

ปริมาณออกซิเจนในหลอดเลือด ก. มากกว่าหลอดเลือด ค.

42.

ค่าความดันเลือด 120/80 มิลลิเมตรของปรอท ตัวเลข 120 หมายถึงข้อใด

a)

ความดันเลือดขณะที่ปอดหดตัว

b)

ความดันเลือดขณะที่ปอดขยายตัว

c)

ความดันเลือดขณะกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัว

d)

ความดันเลือดขณะกล้ามเนื้อหัวใจคลายตัว

43.

หลังจากบริจาคเลือด เพราะเหตุใดแพทย์จึงแนะนำให้รับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบหรือให้ยาเสริมธาตุเหล็ก

a)

ธาตุเหล็กช่วยเพิ่มปริมาณน้ำเลือดและเกล็ดเลือด

b)

ธาตุเหล็กทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวต้านเชื้อโรคได้ดีขึ้น

c)

ธาตุเหล็กทำให้การแข็งตัวของเลือดเกิดเร็วขึ้นเมื่อเกิดบาดแผล

d)

ธาตุเหล็กเป็นส่วนประกอบของเฮโมโกลบินของเซลล์เม็ดเลือดแดง

44.

เด็กชายเอ ป่วยด้วยโรคต่อทอนซิลอักเสบ องค์ประกอบในเลือดของเขาจะเป็นอย่างไร

a)

มีจำนวนเม็ดเลือดขาวมาก

b)

มีจำนวนเกล็ดเลือดมาก

c)

มีจำนวนเม็ดเลือดแดงน้อย

d)

มีจำนวนเม็ดเลือดขาวน้อย

45.

เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะตอบสนองอย่างไร

a)

ไอ

b)

จาม

c)

หาว

d)

สะอึก

46.

ข้อใดคือกลไกการหายใจออก

a)

กระดูกซี่โครงเลื่อนต่ำลง กระบังลมยกตัวขึ้น

b)

กระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น กระบังลมลดตัวลง

c)

กระดูกซี่โครงเลื่อนสูงขึ้น กระบังลมยกตัวขึ้นด้วย

d)

กระดูกซี่โครงเลื่อนต่ำลง กระบังลมลดต่ำลงด้วย

47.

เมื่อดึงแผ่นยางลงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกับลูกโป่งอย่างไรและเปรียบเทียบได้กับการหายใจอย่างไร

a)

ลูกโป่งหดตัวและเปรียบได้กับการหายใจเข้า

b)

ลูกโป่งหดตัวและเปรียบได้กับการหายใจออก

c)

ลูกโป่งพองตัวและเปรียบได้กับการหายใจเข้า

d)

ลูกโป่งพองตัวและเปรียบได้กับการหายใจออก

48.

จากภาพ แต่ละหมายเลขคืออวัยวะในข้อใด ตามลำดับ

a)

1=ท่อไต 2=ไต 3=กระเพาะปัสสาวะ 4=ท่อปัสสาวะ

b)

1=ท่อปัสสาวะ 2=ไต 3=กระเพาะปัสสาวะ 4=ท่อไต

c)

1=หลอดเลือด 2=ไต 3=กระเพาะปัสสาวะ 4=ท่อไต

d)

1=หลอดเลือด 2=ไต 3=กระเพาะปัสสาวะ 4=ท่อปัสสาวะ

49.

หมายเลขใดเป็นบริเวณที่เกิดกระบวนการกรองของเสีย

a)

1

b)

5

c)

7

d)

9

50.

สถานการณ์ในข้อใด ไม่ใช่ การขับถ่ายตามหลักวิทยาศาสตร์

a)

เหงื่อออกทางรูขุมขน

b)

พ่นลมหายใจออกทางจมูก

c)

อาเจียนออกมาทางปาก

d)

ปัสสาวะทางท่อปัสสาวะ

51.

สารในข้อใดถูกขับอออกทางผิวหนัง

a)

กลูโคส เกลือแร่

b)

ฮีโมโกลบิน เกลือแร่

c)

เกลือแร่ ความร้อน

d)

ฮีโมโกลบิน กลูโคส

52.

ข้อใดเป็นส่วนประกอบหลักในระบบประสาทของมนุษย์

a)

สมอง ไขสันหลัง เส้นประสาท

b)

สมอง เซลล์ประสาท อวัยวะรับสัมผัส

c)

อวัยวะรับความรู้สึก ไขสันหลัง ซีรีบรัม

d)

หน่วยปฎิบัติการ สมอง เส้นประสาท

53.

จากภาพเซลล์ประสาท หมายเลขใดทำหน้าที่รับกระแสประสาท

a)

หมายเลข 1

b)

หมายเลข 2

c)

หมายเลข 3

d)

หมายเลข 5

54.

นาย ก. ขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่สวมหมวกกันน็อก แล้วขับรถไปชนกับรถยนต์ ทำให้สลบแล้วเมื่อฟื้นขึ้นมา  ไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้ หากยืนจะเดินเซ และทรงตัวอยู่นิ่ง ๆ ไม่ได้ สมองส่วนใดของนาย ก. ได้รับความผิดปกติ

a)

ซีรีบรัม

b)

พอนส์

c)

ซีรีเบลลัม

d)

เมดัลลาออบลองกาตา

55.

ข้อใดจับคู่องค์ประกอบและหน้าที่ได้ถูกต้อง

a)

ซีรีบรัม-การทรงตัว

b)

พอนส์-การขยายของรูม่านตา

c)

ซีรีเบลลัม-ความจำ

d)

ก้านสมอง-การหายใจ

56.

จากภาพอวัยวะสืบพันธุ์เพศหญิง เมื่อทำหมัน แพทย์จะต้องทำการผ่าตัดบริเวณใด

a)

A

b)

C

c)

B

d)

F

57.

จากแผนภาพระบบสืบพันธุ์เพศชายของมนุษย์ บริเวณใดสร้างเซลล์อสุจิ

a)

A

b)

B

c)

C

d)

D

58.

ฮอร์เพศหญิงคือข้อใด

a)

เทสโทสเทอโรน อีสโทรเจน

b)

อีสโทรเจน โพรเจสเทอโรน

c)

เทสโทสเทอโรน โพรเจสเทอโรน

d)

โกรทฮอร์โมน อีสโทรเจน

59.

ส่วนใดในระบบสืบพันธุ์เพศชายที่ทำหน้าที่หลั่งของเหลวสำหรับหล่อลื่นท่อปัสสาวะ

a)

ต่อมลูกหมาก

b)

ต่อมคาวเปอร์

c)

ต่อมสร้างน้ำเลี้ยงอสุจิ

d)

หลอดเก็บอสุจิ

60.

ข้อใดเป็นหน้าที่ของเอนไซม์

a)

เป็นสารที่ช่วยให้กินอาหารให้มากขึ้น

b)

เป็นองค์ประกอบที่ช่วยให้อาหารย่อยเร็วขึ้น

c)

เป็นตัวปรับสมดุลให้ร่างกาย

d)

ทำให้สารมีสภาพเป็นกรดหริอเบส