wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ข้อสอบกลางภาค วิชา I20202 การศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้

Total questions: 40

Worksheet time: 20mins

Name
Class
Date
1.

จุดมุ่งหมายสำคัญของการทำโครงงาน IS คืออะไร

a)

เพื่อเพิ่มรายได้

b)

เพื่อสร้างความรู้และทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง

c)

เพื่อแข่งขันกับผู้อื่น

d)

เพื่อทำงานให้เสร็จตามเวลา

2.

ข้อใดคือขั้นตอนแรกของการทำโครงงานค้นคว้าอิสระ

a)

รวบรวมข้อมูล

b)

นำเสนอผลงาน

c)

เลือกและกำหนดปัญหา

d)

สรุปผลการศึกษา

3.

การกำหนดปัญหาที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร

a)

คลุมเครือ ไม่ชัดเจน

b)

กว้างมากจนหาขอบเขตไม่ได้

c)

ชัดเจน มีขอบเขต และสามารถหาคำตอบได้

d)

สั้นและง่ายที่สุด

4.

ข้อใดคือองค์ประกอบสำคัญของ “บทที่ 1 บทนำ” ในโครงงาน

a)

เครื่องมือและวิธีเก็บข้อมูล

b)

วัตถุประสงค์และประโยชน์ของโครงงาน

c)

การนำเสนอผลการทดลอง

d)

ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ

5.

วัตถุประสงค์ของโครงงานควรมีลักษณะอย่างไร

a)


เเขียนกว้างเพื่อให้ครอบคลุมทุกเรื่อง

b)

เขียนเป็นความคิดเห็นส่วนตัว

c)

ชัดเจน วัดผลได้ และสอดคล้องกับปัญหา

d)

เขียนตามตัวอย่างโดยไม่ปรับแก้

6.

ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนของกระบวนการทำโครงงาน

a)

กำหนดปัญหา

b)

เก็บรวบรวมข้อมูล

c)

วิเคราะห์และสรุปผล

d)

จัดกิจกรรมนันทนาการ

7.

เครื่องมือใดที่ใช้เก็บข้อมูลเชิงปริมาณได้ดีที่สุด

a)

แบบสอบถาม

b)

การสัมภาษณ์

c)

การสังเกต

d)

บันทึกภาคสนาม

8.

ข้อใดเป็นเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล

a)

ความนิยมของเว็บไซต์

b)

ชื่อเสียงหรือความเชี่ยวชาญของผู้เขียน

c)

จำนวนคนแชร์ข้อมูล

d)

ความยาวของบทความ

9.

ถ้าแหล่งข้อมูลมีการอ้างอิงที่มาชัดเจน ใช้หลักฐานสนับสนุนที่ตรวจสอบได้ แสดงว่ามีลักษณะตรงกับข้อใด

a)

ขาดความน่าเชื่อถือ

b)

มีความน่าเชื่อถือ

c)

เป็นความเห็นส่วนตัว

d)

เป็นข้อมูลที่ผิดพลาด

10.

ข้อใด “ไม่ใช่” ตัวบ่งชี้ความน่าเชื่อถือของข้อมูล

a)

แหล่งข้อมูลมีผู้เชี่ยวชาญรับรอง

b)

มีการเผยแพร่จากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ

c)

มีที่มาชัดเจนและตรวจสอบได้

d)

มีการเล่าตามความเชื่อส่วนบุคคลโดยไม่อ้างอิง

11.

หากนักเรียนอ่านบทความจากอินเทอร์เน็ต ควรตรวจสอบสิ่งใดเพื่อประเมินความน่าเชื่อถือเป็นลำดับแรก

a)

สีพื้นหลังเว็บไซต์

b)

วันที่เผยแพร่และผู้เขียน

c)

จำนวนโฆษณาในเว็บ

d)

ความยาวของบทความ

12.

การนำข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือมาใช้งาน จะช่วยพัฒนาทักษะใดมากที่สุด

a)

การคิดวิเคราะห์และวิจารณญาณ

b)

การจดจำ

c)

การเขียนเร็ว

d)

การเลียนแบบข้อมูล

13.

ข้อใดคือประโยชน์ของโครงงานที่เขียนถูกต้อง

a)

เขียนสิ่งที่นอกเหนือจากหัวข้อเพื่อเปิดกว้าง

b)

เขียนถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น

c)

เขียนสิ่งที่ได้จากการทำโครงงานจริง

d)

เขียนตามเนื้อหาที่เรามี

14.

“คำถามโครงงาน” ควรสัมพันธ์กับข้อใดมากที่สุด

a)

ความเป็นมาของปัญหา

b)

สรุปผลการศึกษา

c)

การอภิปรายผล

d)

การอ้างอิง

15.

การอภิปราย อยู่ในบทใดของโครงงาน

a)

บทที่ 2

b)

บทที่ 5

c)

บทที่ 4

d)

บทที่ 3

16.

เหตุผลที่ต้องศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องคือข้อใด

a)

เพื่อคัดลอกงานโครงงานเดิม

b)

เพื่อเพิ่มเนื้อหาที่สำคัญ

c)

เพื่อใช้แทนผลการทดลองจริง

d)

เพื่อรู้แนวคิดและทฤษฎีที่สนับสนุนโครงงาน

17.

การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบควรทำตามลำดับใด

a)

สุ่มเลือกวิธี → ลงมือทำ → ตรวจสอบผล

b)

วิเคราะห์ปัญหา → วางแผนแก้ไข → ปฏิบัติ → ประเมินผล

c)

ทำไปก่อน → คิดทีหลัง

d)

เลียนแบบการแก้ปัญหาของผู้อื่น

18.

ข้อใดเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือมากที่สุด

a)

เว็บบล็อกส่วนตัว

b)

คลิปจากโซเชียล

c)

เว็บไซต์ของสถาบันการศึกษา

d)

ความคิดเห็นของเพื่อน

19.

ข้อใดไม่ใช่คุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง

a)

ฝึกการคิดวิเคราะห์

b)

ได้ความรู้ใหม่และนำไปประยุกต์ใช้

c)

เสริมสร้างความรับผิดชอบ

d)

ทำให้ไม่ต้องคิดเองและลอกงานผู้อื่น

20.

ประโยชน์สำคัญที่สุดของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง คืออะไร

a)

พัฒนาทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต

b)

ทำให้รายงานยาวและสวยงาม

c)

ใช้เวลาน้อยลง

d)

ไม่ต้องใช้ความพยายาม

21.

ขอบเขตของโครงงานมีหน้าที่สำคัญอย่างไร

a)

ทำให้โครงงานดูยาวขึ้น

b)

ย่อเฉพาะหัวข้อหลัก

c)

เพิ่มความซับซ้อนของเนื้อหา

d)

จำกัดแนวทางการศึกษาให้ชัดเจน

22.

ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของบทที่ 2

a)

ผลการศึกษา

b)

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง

c)

งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

d)

แนวคิดสนับสนุนโครงงาน

23.

“กลุ่มตัวอย่าง” หมายถึงอะไร

a)

คนทั้งหมดในโลก

b)

คนที่เลือกมาเพื่อศึกษา

c)

นักเรียนทุกระดับชั้น

d)

คนที่ตอบแบบสอบถามทุกปี

24.

ข้อจำกัดของโครงงานหมายถึงอะไร

a)

ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น

b)

สิ่งที่โครงงานทำไม่ได้หรือควบคุมไม่ได้

c)

สิ่งที่ผู้ทำอยากทำเพิ่ม

d)

ค้นคว้ารายละเอียดที่ไม่สำคัญาเอกสาร

25.

ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ที่เหมาะสมที่สุด

a)

เพื่อศึกษาเรื่องต่าง ๆ ในชุมชน

b)

เพื่อทำโครงงานให้เสร็จ

c)

เพื่อให้ครูและเพื่อนมีความคิดร่วมกัน

d)

เพื่อเปรียบเทียบปริมาณขยะก่อนและหลังรณรงค์

26.

ข้อใดคือขั้นตอนการทำโครงงานที่ถูกต้อง

a)

เก็บข้อมูล → ออกแบบแบบสอบถาม → สรุปผล

b)

ออกแบบแบบสอบถาม → ทดลองใช้ → เก็บข้อมูลจริง

c)

สรุปผล → เก็บข้อมูล → วิเคราะห์ข้อมูล

d)

ตั้งปัญหา → สรุปผล → เก็บข้อมูล

27.

ข้อใดคือวิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างที่เหมาะสม

a)

เลือกเฉพาะเพื่อนสนิท

b)

เลือกเฉพาะคนที่ตอบง่าย

c)

เลือกแบบสุ่มในกลุ่มเป้าหมาย

d)

เลือกคนที่คิดคล้ายตนเอง

28.

การนำเสนอผลข้อมูลควรใช้เครื่องมือใด

a)

กราฟ ตาราง

b)

ปกหนังสือ

c)

แผนที่โลก

d)

บทความเล่าเรื่อง

29.

วัตถุประสงค์หลักของบทที่ 2 คือข้อใด

a)

สรุปผลการดำเนินงาน

b)

ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี และงานที่เกี่ยวข้อง

c)

แสดงความคิดเห็นของผู้ทำโครงงาน

d)

อธิบายวิธีเก็บข้อมูล

30.

บทที่ 3 ควรกล่าวถึงเรื่องใดเป็นหลัก

a)

ผลการศึกษา

b)

สรุปผลและข้อเสนอแนะ

c)

ความเป็นมาและความสำคัญ

d)

วิธีการดำเนินงานและการเก็บข้อมูล

31.

ข้อใดเป็นวิธีการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ

a)

การใช้แบบสอบถามที่มีคะแนน

b)

การสัมภาษณ์

c)

การสังเกต

d)

การอภิปรายกลุ่ม

32.

การกำหนดกลุ่มตัวอย่างมีความสำคัญอย่างไร

a)

ทำให้โครงงานเสร็จเร็ว

b)

ทำให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ

c)

ลดจำนวนเนื้อหา

d)

เพิ่มความคิดเห็นส่วนตัว

33.

หากวิธีดำเนินการไม่เหมาะสม จะส่งผลอย่างไร

a)

โครงงานจะสมบูรณ์เป็นบางบท

b)

ผลการศึกษาขาดความน่าเชื่อถือ

c)

วัตถุประสงค์ชัดเจนขึ้น

d)

บทที่ 5 เขียนง่ายขึ้น

34.

การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองช่วยให้นักเรียนมีคุณธรรมด้านใดมากที่สุด

a)

ความลังเล

b)

ความประมาท

c)

ความเกียจคร้าน

d)

ความรับผิดชอบและความพากเพียร

35.

คุณค่าของการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองคืออะไร

a)

ทำให้ผู้เรียนสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง

b)

ลดความจำเป็นในการอ่าน

c)

ทำให้งานสั้นลง

d)

ไม่ต้องตรวจสอบความถูกต้อง

36.

การค้นคว้าด้วยตนเองสามารถช่วยนักเรียนในอนาคตได้อย่างไร

a)

ทำให้เรียนรู้เฉพาะวิชาหนึ่ง

b)

ทำให้ไม่ต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น

c)

นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงและการทำงาน

d)

ทำให้พึ่งพาอินเทอร์เน็ตอย่างเดียว

37.

เมื่อพบข้อมูลที่ดูเหมือนจะเกินจริงและไม่น่าเชื่อถือ นักเรียนควรมีแนวปฏิบัติอย่างไรเป็นอันดับแรก

a)

นำข้อมูลนั้นไปเผยแพร่ต่อเพื่อเตือนภัย

b)

เพิกเฉยต่อข้อมูลนั้นและค้นหาข้อมูลจากแหล่งอื่น

c)

ตั้งคำถามและตรวจสอบข้อมูลนั้นกับแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถืออื่นๆ

d)

เชื่อถือข้อมูลนั้นไว้ก่อนจนกว่าจะมีหลักฐานอื่นมาหักล้าง

38.

ข้อใดคือเทคนิคที่ดีที่สุดในการสรุปองค์ประกอบที่สมบูรณ์

a)

การลอกข้อความจากแหล่งข้อมูลมาทั้งหมด

b)

การจับใจความสำคัญและเรียบเรียงใหม่ด้วยภาษาของตนเอง

c)
  •  การใช้คำศัพท์ที่ยากเพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ

d)

การตัดข้อมูลบางส่วนออกเพื่อความสั้นกระชับ

39.

นักเรียนจะประเมิน "องค์ประกอบที่สมบูรณ์" ของข้อมูลได้อย่างไร

a)

เปรียบเทียบข้อมูลกับแหล่งข้อมูลอื่นเพียง 1 แหล่ง

b)

ดูว่าข้อมูลมีจำนวนคำมากพอที่จะครอบคลุมเนื้อหาหรือไม่

c)

ตรวจสอบว่าข้อมูลนั้นตรงกับความสนใจส่วนตัวของผู้เรียนหรือไม่

d)

ตรวจสอบว่าข้อมูลครอบคลุมประเด็นหลักของเรื่องทั้งหมดหรือไม่

40.

สิ่งใดที่บ่งชี้ว่าแหล่งข้อมูลอาจมีความน่าเชื่อถือต่ำ

a)

มีการอัปเดตข้อมูลอยู่เสมอ

b)

มีการระบุแหล่งอ้างอิงที่ชัดเจนและน่าเชื่อถือ

c)

เนื้อหามีการสะกดผิดและไวยากรณ์ผิดพลาดบ่อยครั้ง

d)

มีการแสดงความคิดเห็นที่สมดุลและหลากหลาย