Worksheetsแบบทดสอบหลังเรียนหน่วยที่ 1 องค์การ
Total questions: 23
Worksheet time: 12mins
Name
Class
Date
1.
ชื่อ-นามสกุล
4 lines
2.
รหัสประจำตัวนักศึกษา
4 lines
3.
ระดับชั้น/กลุ่มเรียน
4 lines
4.
“องค์การ” หมายถึงข้อใด
a)
กลุ่มบุคคลที่รวมตัวกันโดยไม่มีเป้าหมายร่วมกัน
b)
กลุ่มบุคคลที่มีเป้าหมายเดียวกันและทำงานร่วมกัน
c)
กลุ่มคนที่อยู่รวมกันโดยบังเอิญ
d)
หน่วยงานที่ทำกำไรเท่านั้น
5.
ทฤษฎีองค์การแบบราชการ (Bureaucracy) เป็นของใคร
a)
เฟรเดอริค เทย์เลอร์
b)
อับราฮัม มาสโลว์
c)
แมค เวเบอร์
d)
อีลตัน เมโย
6.
การจัดองค์การแบบวิทยาศาสตร์ มุ่งเน้นเรื่องใด
a)
การปกครองที่เข้มงวด
b)
การใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการทำงาน
c)
การให้เสรีภาพแก่พนักงาน
d)
การประสานงานภายในองค์การ
7.
ทฤษฎีสมัยใหม่ (Neo-Classical Theory) เน้นเรื่องใด
a)
เครื่องจักรและกระบวนการผลิต
b)
คนเป็นปัจจัยสำคัญขององค์การ
c)
โครงสร้างการบังคับบัญชา
d)
ผลกำไรขององค์กร
8.
การวิเคราะห์องค์การในเชิงระบบ (System Analysis) อยู่ในทฤษฎีใด
a)
ทฤษฎีดั้งเดิม
b)
ทฤษฎีสมัยใหม่
c)
ทฤษฎีสมัยปัจจุบัน
d)
ทฤษฎีวิทยาศาสตร์
9.
หลัก OSCAR ของเฮนรี ฟาโยล ข้อใด ไม่ใช่ องค์ประกอบของ OSCAR
a)
Objective
b)
Coordination
c)
Accountability
d)
Responsibility
10.
หลักการประสานงาน หมายถึงข้อใด
a)
การทำงานร่วมกันให้บรรลุวัตถุประสงค์
b)
การควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชา
c)
การออกคำสั่งอย่างมีประสิทธิภาพ
d)
การเลื่อนตำแหน่ง
11.
กระบวนการจัดองค์การ ขั้นแรกคืออะไร
a)
การมอบหมายงาน
b)
การจัดกลุ่มงาน
c)
การวิเคราะห์งาน
d)
การจัดทำผังองค์การ
12.
การจัดโครงสร้างองค์การแบบสายงานหลัก (Line) มีลักษณะเด่นคือ
a)
สั่งการข้ามขั้นได้
b)
มีการบังคับบัญชาแบบลำดับชั้น
c)
ไม่มีหัวหน้า
d)
ไม่มีการประสานงาน
13.
โครงสร้างองค์การแบบคณะที่ปรึกษา มีจุดเด่นคืออะไร
a)
ลดจำนวนพนักงาน
b)
มีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำแก่ผู้บริหาร
c)
ไม่ต้องมีสายการบังคับบัญชา
d)
เน้นการขายสินค้า
14.
การจัดแผนกงานตามหน้าที่เหมาะกับองค์การแบบใด
a)
ขนาดเล็ก
b)
ขนาดกลาง
c)
ขนาดใหญ่
d)
ระดับนานาชาติ
15.
ขั้นตอนแรกของการมอบหมายงานคือ
a)
การติดตามผล
b)
การกำหนดงานและวัตถุประสงค์
c)
การสร้างแรงจูงใจ
d)
การให้รางวัล
16.
การมอบหมายงานควรพิจารณาข้อใดก่อน
a)
ใครเหมาะสมกับงาน
b)
ระดับการศึกษา
c)
รายได้
d)
อายุงาน
17.
ข้อใดเป็นองค์ประกอบของระบบองค์การ
a)
Input – Process – Output – Feedback – Environment
b)
Plan – Do – Check – Act
c)
Control – Command – Coordinate
d)
People – Product – Profit
18.
การจัดองค์การมีความสำคัญเพราะเหตุใด
a)
ช่วยให้การทำงานเป็นระบบและบรรลุเป้าหมาย
b)
ทำให้องค์การมีขนาดใหญ่ขึ้น
c)
ลดจำนวนบุคลากร
d)
ทำให้เกิดการแข่งขัน
19.
องค์การที่สมาชิกมีความรู้สึกสนิทสนมกันดี มีลักษณะเป็นครอบครัว เป็นองค์การประเภทใด
a)
องค์การทุติยภูมิ (Secondary Organization)
b)
องค์การแบบเป็นทางการ (Formal Organization)
c)
องค์การแบบไม่เป็นทางการ (Informal Organization)
d)
องค์การเบื้องต้น (Primary Organization)
20.
ข้อใดต่อไปนี้ หมายถึง องค์การที่ไม่เป็นทางการ (Informal Organization)
a)
องค์การที่เกิดขึ้นเพราะมีกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง
b)
มีโครงสร้างองค์การที่ชัดเจน
c)
ทำการเปลี่ยนแปลงได้ยาก
d)
องค์การที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของมนุษย์
21.
ข้อใด ไม่ใช่หลักเกณฑ์พื้นฐานที่จะใช้สำหรับการจัดแผนกงาน
a)
ตามกระบวนการผลิต (Departmentation by Process)
b)
ตามหรือลูกค้า (Departmentation by Customer)
c)
ตามหน้าที่ (Departmentation by Function)
d)
ตามความรับผิดชอบ (Responsibility)
22.
ข้อใดไม่ใช่กระบวนการจัดองค์การ (Process of Organizing)
a)
จัดวางความสัมพันธ์ (Establishment of Relationship)
b)
ทำคำบรรยายลักษณะงาน (Job Description
c)
แยกประเภทงาน จัดกลุ่มงาน และออกแบบงาน
d)
จัดค่าตอบแทน ค่าจ้าง เงินเดือน
23.
ข้อใดคือข้อดีการจัดแผนกงานตามพื้นที่ภูมิศาสตร์
a)
ช่วยให้ประเภทสินค้าต่าง ๆ ได้รับความสนใจเต็มที่
b)
เหมาะสมกับองค์การที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
c)
ช่วยให้เกิดผลดีจากการแบ่งงานกันทำตามความถนัด
d)
ช่วยให้มีการฝึกฝนและพัฒนาตัวผู้บริหารใหม่ ๆ
100 %
