NEW
Font size
Worksheetsการประยุกต์ใช้และการสื่อสารโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
Total questions: 28
Worksheet time: 14mins
ข้อใดอธิบายหลักการทั่วไปของการถ่ายภาพทางการแพทย์ได้ถูกต้องที่สุด โดยเน้นการใช้พลังงานเพื่อสร้างภาพโครงสร้างภายในร่างกายเพื่อการวินิจฉัยโรค
ใช้รูปแบบของพลังงานต่าง ๆ ผ่านร่างกายและตรวจวัดสัญญาณตอบสนองเพื่อสร้างภาพ
ใช้เฉพาะแสงที่มองเห็นในการส่องภายในอวัยวะเพื่อดูความผิดปกติ
ใช้การผ่าตัดเปิดอวัยวะเพื่อเห็นโดยตรงแทนการสร้างภาพ
ใช้กระบวนการทางเคมีเพียงอย่างเดียวเพื่อเปลี่ยนเลือดให้เป็นภาพ
จากแนวคิดพื้นฐานของ CT Scan ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการสร้างภาพตัดขวาง
ส่งรังสีเอกซ์หมุนรอบร่างกายแล้วคำนวณความหนาแน่นเชิงรังสีเพื่อสร้างชั้นภาพ
ใช้คลื่นเสียงความถี่ต่ำกระทบเนื้อเยื่อเพื่อสร้างภาพเคลื่อนไหว
ใช้สนามแม่เหล็กแรงสูงเพื่อจัดเรียงโปรตอนแล้วแปลงเป็นภาพตัดขวาง
ใช้กล้องวิดีโอความละเอียดสูงถ่ายภาพต่อเนื่องรอบตัวผู้ป่วย
ในด้านความคมชัดของเนื้อเยื่อ ข้อใดเป็นลำดับการแยกความแตกต่างของ CT ที่มักพบได้บ่อย
กระดูก > เนื้อเยื่ออ่อน > อากาศ
อากาศ > กระดูก > เนื้อเยื่ออ่อน
เนื้อเยื่ออ่อน > อากาศ > กระดูก
กระดูก > อากาศ > เนื้อเยื่ออ่อน
หากต้องการประเมินภาวะเลือดออกเฉียบพลันในสมอง การเลือกใช้เทคนิคใดจึงเหมาะสมที่สุดตามหลักพื้นฐานของการถ่ายภาพทางการแพทย์
CT แบบไม่ฉีดสารทึบรังสี เนื่องจากไวต่อความแตกต่างความหนาแน่น
อัลตราซาวนด์ เนื่องจากไม่ใช้รังสีและสามารถผ่านกะโหลกได้ดี
MRI T2-weighted เพราะเลือดใหม่ให้สัญญาณต่ำเสมอ
เอกซเรย์ธรรมดา เพราะแสดงรายละเอียดเนื้อเยื่ออ่อนเหนือกะโหลกได้ดีที่สุด
การเตรียมผู้ป่วยสำหรับ CT ช่องท้องที่ต้องการเห็นลำไส้อย่างชัดเจน มักใช้แนวทางใด
ให้กิน/ดื่มสารทึบรังสีสำหรับช่องทางเดินอาหารเพื่อเพิ่มความต่างของความหนาแน่น
งดน้ำและอาหารทั้งหมด 48 ชั่วโมงเพื่อให้ลำไส้โปร่งใส
ฉีดสารทึบรังสีเข้ากล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มสัญญาณของไขมันช่องท้อง
ส่องกล้องตรวจลำไส้ก่อนการ CT เพื่อทำให้ภาพคมชัดขึ้น
เมื่อประเมินภาพ CT ในผู้ป่วยบาดเจ็บหลายระบบ ภาพตัดขวาง 3 ระนาบที่นิยมใช้คือข้อใด
แอกเซียล โครนอล ซาจิตทัล
หน้าผาก ข้าง ล่าง
แลมบ์ดา เดลตา โอเมกา
เฉียงซ้าย เฉียงขวา เฉียงหน้า
ข้อใดกล่าวถึงหลักการทำงานของ MRI ได้ถูกต้องที่สุด โดยเน้นบทบาทของสนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุในการจัดเรียงโปรตอนแล้วตรวจสัญญาณจากการกลับสู่สมดุล
ใช้รังสีเอกซ์พลังงานสูงยิงผ่านร่างกายเพื่อวัดการดูดกลืน
ใช้สนามแม่เหล็กแรงสูงและคลื่นวิทยุ กระตุ้นโปรตอนแล้วตรวจสัญญาณจากการผ่อนกลับ
ฉีดสารกัมมันตรังสีเข้าสู่ร่างกายเพื่อติดตามการเผาผลาญของเซลล์
ปล่อยกระแสไฟฟ้าต่ำผ่านร่างกายเพื่อวัดความต้านทานของเนื้อเยื่อ
จากแนวคิดพื้นฐานของ MRI ข้อใดเป็นข้อดีเด่นที่ทำให้ MRI เหมาะกับการถ่ายภาพสมองและเนื้อเยื่ออ่อน
ความไวต่อความแตกต่างของความหนาแน่นกระดูกสูง
สามารถแยกความต่างของน้ำและไขมันได้ดีและมีคอนทราสต์เนื้อเยื่ออ่อนสูง
ใช้เวลาแสกนรวดเร็วมากกว่า CT เสมอ
ปลอดจากสัญญาณรบกวนการเคลื่อนไหวโดยสมบูรณ์
สถานการณ์ใดต่อไปนี้ควรพิจารณาใช้ MRI เป็นอันดับแรก
ตรวจภาวะเลือดออกเฉียบพลันในศีรษะหลังอุบัติเหตุ
วินิจฉัยกระดูกหักบริเวณข้อมือ
ประเมินรอยโรคเนื้อเยื่ออ่อนของสมองหรือไขสันหลังอย่างละเอียด
สกรีนมวลรวมของปอดในผู้สูบบุหรี่
ในการวางแผนเลือกเครื่องมือภาพวินิจฉัย ข้อใดจัดเป็นข้อจำกัดสำคัญของ MRI
มีความเสี่ยงต่อรังสีไอออไนซ์สูง
ห้ามใช้ในผู้มีอุปกรณ์โลหะฝังในบางกรณีและใช้เวลาตรวจนาน
ไม่สามารถสร้างภาพตัดขวางได้
ไม่สามารถตรวจสมองได้
ให้จับคู่การประยุกต์ของเครื่องมือกับข้อเด่นที่เหมาะสมที่สุด
CT Scan: เหมาะกับเลือดออกเฉียบพลันและการประเมินกระดูก
MRI: เหมาะกับการประเมินเนื้อเยื่ออ่อนและทางเดินประสาท
อัลตราซาวด์: เหมาะกับการถ่ายภาพโครงสร้างที่มีอากาศมากในปอด
PET: เหมาะกับการประเมินการทำงานเมแทบอลิซึม
หากผู้ป่วยมีคลิปโลหะในหลอดเลือดสมอง ข้อใดเป็นแนวทางเบื้องต้นในการเลือกการถ่ายภาพ
เลือก MRI ทันทีเพราะไม่เกี่ยวกับโลหะ
หลีกเลี่ยง MRI และพิจารณา CT Scan หรือวิธีอื่นเนื่องจากความเสี่ยงจากสนามแม่เหล็ก
MRI และ CT ปลอดภัยเท่ากันในทุกกรณี
ใช้ PET แทน CT เพราะไม่มีรังสีเอกซ์
ให้พิจารณาภาพสเก็ตช์ที่แสดงแม่เหล็กแรงสูงและคอยล์ RF รอบผู้ป่วยในอุโมงค์ MRI แล้วตอบข้อใดถูกต้อง
คอยล์ RF ทำหน้าที่สร้างรังสีเอกซ์เพื่ออ่านสัญญาณ
สนามแม่เหล็กหลักจัดเรียงสปินของโปรตอนก่อนการกระตุ้นด้วย RF
การตรวจเกิดจากการฉีดไอโซโทปกัมมันตรังสีเข้าสู่หลอดเลือด
ภาพที่ได้เกิดจากการสะท้อนแสงของเนื้อเยื่อ
แพทย์ต้องการเปรียบเทียบความเหมาะสมของ CT และ MRI ในการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมอง ข้อใดแสดงการใช้เหตุผลอย่างเหมาะสม
เลือก CT เพื่อคัดกรองเลือดออกเฉียบพลันก่อน และใช้ MRI สำหรับรายละเอียดเนื้อเยื่ออ่อนและการเกิดขาดเลือด
ใช้ MRI ก่อนเสมอเพราะไม่มีรังสี
ใช้ CT เท่านั้นเพราะรวดเร็วโดยไม่สูญเสียข้อมูลเนื้อเยื่ออ่อน
ใช้ PET เพราะเหมาะกับการสร้างภาพหลอดเลือด
(ระดับ DoK 1) ในการวินิจฉัยด้วยภาพขั้นสูง คำว่า “การแปลผลภาพ (imaging interpretation)” โดยทั่วไปหมายถึงข้อใดต่อไปนี้
การตั้งค่าพารามิเตอร์เครื่องมือเพื่อถ่ายภาพ
การอ่านรูปแบบสัญญาณและโครงสร้างจากภาพเพื่อสรุปทางคลินิก
การซ่อมบำรุงเครื่องมือถ่ายภาพทางการแพทย์
การเตรียมผู้ป่วยก่อนเข้าห้องตรวจภาพ
(ระดับ DoK 1) เทคนิคใดจัดอยู่ในกลุ่มวิธีวินิจฉัยขั้นสูงที่เน้นการประยุกต์ทางคลินิก
การเพาะเชื้อแบคทีเรียจากเลือด
การทำ MRI เชิงหน้าที่ (fMRI) เพื่อประเมินกิจกรรมสมอง
การตรวจระดับกลูโคสปลายนิ้วแบบจุดเดียว
การวัดความดันโลหิตด้วยเครื่องสปริง
(ระดับ DoK 2) ผู้ป่วยสงสัยภาวะขาดเลือดสมองระยะเฉียบพลัน หากต้องการประเมินการไหลเวียนเลือดในสมองเพื่อช่วยการตัดสินใจรักษา ควรเลือกแนวทางภาพใดเป็นอันดับต้น
MRI T1 แบบไม่ฉีดสารเพิ่มสัญญาณเพื่อดูไขมัน
CT perfusion เพื่อประเมินปริมาณและเวลาการไหลเวียนเลือดสมอง
เอกซเรย์ธรรมดากะโหลกเพื่อหากะโหลกร้าว
อัลตราซาวนด์ช่องท้องเพื่อดูตับและไต
(ระดับ DoK 2) หากต้องการแยกก้อนในตับที่สงสัยเป็นรอยโรคหลอดเลือดออกจากเนื้องอกมะเร็ง การเลือกใช้วิธีการเพิ่มข้อมูลสัญญาณแบบใดช่วยได้มากที่สุด
MRI ด้วยสารเพิ่มความคมชัดแบบเฉพาะตับ (hepatobiliary agents)
เอกซเรย์ทรวงอกท่ายืนเพื่อดูระดับน้ำในปอด
อัลตราซาวนด์โดยไม่ใช้ Doppler
CT โดยปิดโหมดหลอดเลือด
(ระดับ DoK 3) ผู้ป่วยบาดเจ็บช่องท้องปิด มีความดันโลหิตลดและสงสัยเลือดออกภายใน จงวางแผนการตรวจภาพเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุดโดยคำนึงถึงความเร่งด่วนและการนำไปใช้รักษา
เริ่มด้วย MRI ช่องท้องพร้อม diffusion เนื่องจากไวต่อการเคลื่อนไหวของน้ำ
ทำ FAST ultrasound ที่เตียงผู้ป่วยเพื่อคัดกรองเลือดในช่องท้อง แล้วพิจารณา CT คอนทราสต์ถ้าคงไม่เสถียร
ทำเอกซเรย์ท้องตั้งตรงเพื่อดูระดับอากาศ-น้ำเป็นหลัก
เลื่อนการถ่ายภาพทั้งหมดจนกว่าผลเลือดจะกลับมาปกติ
(ระดับ DoK 3) มีรอยโรคสมองขนาดเล็กติดบริเวณกะโหลกด้านหลังที่เห็นได้ชัดบน CT แต่ไม่แน่ใจการเกี่ยวข้องของเยื่อหุ้มสมอง วิธีใดให้หลักฐานเชิงกลยุทธ์เพื่อวางแผนการผ่าตัดได้ดีกว่า
MRI ด้วย sequence T2/FLAIR และการถ่ายภาพเชิงโครงสร้างละเอียด
เอกซเรย์กะโหลกมุมเฉียงเพื่อเพิ่มการซ้อนทับของเงา
อัลตราซาวนด์ผ่านกะโหลกผู้ใหญ่เพื่อดู parenchyma โดยตรง
สแกน PET เพียงอย่างเดียวโดยไม่อ้างอิงกายวิภาค
(ระดับ DoK 1) วัตถุประสงค์หลักของ “การประยุกต์ทางคลินิก (clinical applications)” ในบริบทของการถ่ายภาพทางการแพทย์คือข้อใด
เน้นการตีความศิลป์ของภาพเพื่อความสวยงาม
เชื่อมโยงผลภาพกับอาการ อนามัยของผู้ป่วย และการตัดสินใจรักษา
ทำให้เครื่องมือทำงานได้เสียงเงียบลง
ลดจำนวนบุคลากรในห้องตรวจภาพ
ข้อใดต่อไปนี้อธิบายหลักการทำงานของ CT (Computed Tomography) ได้ถูกต้องที่สุด
ใช้รังสีเอกซ์หมุนรอบร่างกายแล้วประมวลผลสร้างภาพตัดขวาง
ใช้สนามแม่เหล็กแรงสูงกระตุ้นโปรตอนและวัดสัญญาณสะท้อนกลับ
ใช้คลื่นอัลตราซาวด์ความถี่สูงสะท้อนจากเนื้อเยื่อเพื่อสร้างภาพแบบเรียลไทม์
ใช้รังสีแกมมาจากสารกัมมันตรังสีเพื่อวัดการเผาผลาญระดับเซลล์
ในการเลือกวิธีถ่ายภาพเพื่อประเมินเลือดออกในสมองเฉียบพลัน ข้อใดเหมาะสมที่สุดในระยะต้นเพื่อการตรวจพบอย่างรวดเร็ว
MRI T1-weighted
MRI diffusion-weighted
CT ไม่ฉีดสารทึบรังสี (non-contrast CT)
PET/CT
การลดปริมาณรังสีใน CT ช่องท้องทำได้อย่างปลอดภัยและคงคุณภาพภาพด้วยวิธีใด
ลด kVp ร่วมกับใช้การสร้างภาพแบบ iterative reconstruction
เพิ่ม mA เพื่อให้สัญญาณสูงขึ้นโดยตรง
ตัดช่วงสแกนให้สั้นลงโดยตัดอวัยวะสำคัญออก
ใช้สารทึบรังสีเข้มข้นมากขึ้นแทนการปรับพารามิเตอร์
ข้อใดเป็นตัวชี้วัดความแม่นยำเชิงวินิจฉัยที่อธิบายว่า ‘สัดส่วนที่ตรวจพบโรคได้ถูกต้องเมื่อมีโรคจริง’
ความจำเพาะ (Specificity)
ค่าพยากรณ์บวก (PPV)
ความไว (Sensitivity)
ค่าพยากรณ์ลบ (NPV)
ผู้ป่วยมีอุปกรณ์ฝังในร่างกายที่ไม่เข้ากันกับสนามแม่เหล็กแรงสูง ควรเลือกการตรวจภาพแบบใดเพื่อความปลอดภัย
MRI ด้วยโหมด SAR ต่ำ
CT ด้วยรังสีเอกซ์
PET เพียงอย่างเดียว
SPECT ด้วยสารกัมมันตรังสี
สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้อัลตราซาวด์มากที่สุดเมื่อคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวก
ประเมินนิ่วในไตในผู้ตั้งครรภ์
ประเมินกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน
สแกนสมองเพื่อดูเนื้องอกลึก
ติดตามการแพร่กระจายมะเร็งทั่วร่างกาย
ภาพประกอบ: แผนภาพเปรียบเทียบ Radiation dose ของ CT, X-ray และ Ultrasound. จากภาพ ข้อใดสอดคล้องกับหลักความปลอดภัย ALARA มากที่สุด
เลือกการตรวจที่ให้ข้อมูลเพียงพอด้วยรังสีต่ำสุด
ทำการตรวจรังสีซ้ำหลายครั้งเพื่อเพิ่มความมั่นใจ
ใช้ค่าวัดรังสีคงที่เท่ากันทุกคนเพื่อมาตรฐาน
เลือกวิธีที่มีรังสีสูงเพื่อให้ภาพคมชัดที่สุดเสมอ
