wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

แบบทดสอบบทที่ 1-4 วิชา โภชนศาสตร์และการให้อาหารสัตว์

Total questions: 30

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นแนวทางป้องกันสารพิษในพืชอาหารสัตว์ได้ดีที่สุด

a)

ให้อาหารซ้ำเดิมทุกวัน

b)

หมักอาหารสัตว์อย่างถูกวิธี

c)

ตัดหญ้าอ่อนที่สุด

d)

ลดปริมาณน้ำให้สัตว์

2.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นลักษณะสำคัญของ "อาหารหยาบ" (Roughages)?

a)

อาหารที่มีเยื่อใยหยาบ (Crude Fiber) ต่ำกว่า 18% ของสสารแห้ง

b)

อาหารที่มีเยื่อใยหยาบ (Crude Fiber) มากกว่า 18% ของสสารแห้ง

c)

อาหารที่มีโปรตีนมากกว่า 20%

d)

อาหารที่มีพลังงานสูง

3.

ผลผลิตหลักที่ได้จากการหมักย่อย (เซลลูโลส, เฮมิเซลลูโลส) ของจุลินทรีย์ในกระเพาะรูเมนของโคคืออะไร?

a)

กรดไขมันระเหยง่าย (VFA)

b)

เยื่อใยหยาบ (Fiber)

c)

แป้ง (Starch)

d)

กรดอะมิโน

4.

อาหารประเภทใดที่มีปริมาณแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยได้สูงและมีพลังงานสูง (70-80% ของสสารแห้งและมีเยื่อใยหยาบต่ำกว่า 18%)?

a)

อาหารหยาบ

b)

อาหารข้น

c)

อาหารโปรตีน

d)

อาหารแร่ธาตุ

5.

บทบาทหลักของ "วัตถุเจือปนอาหารสัตว์" (Feed Additives) คืออะไร?

a)

ก. ให้พลังงานทดแทนแป้ง

b)

ข. เป็นแหล่งโปรตีนราคาถูก

c)

ค. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและช่วยเรื่องสุขภาพสัตว์

d)

ง. ใช้เป็นส่วนประกอบหลักในสูตรอาหาร

6.

"NRC" ย่อมาจากหน่วยงานใดที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดมาตรฐานโภชนะของอาหารสัตว์?

a)

National Research Council

b)

National Resource Center

c)

Nutrition Research Community

d)

National Ruminant Center

7.

ในการวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนะอย่างหยาบ (Proximate Analysis) "Crude Protein" คำนวณจากอะไร?

a)

คูณปริมาณไนโตรเจนด้วย 2.25

b)

คูณปริมาณไนโตรเจน (N) ด้วยตัวเลข 6.25

c)

คูณปริมาณไนโตรเจนด้วย 4

d)

คูณปริมาณไนโตรเจนด้วย 5.7

8.

การวิเคราะห์สารสกัดอีเทอร์ (Ether Extract: EE) เป็นการวิเคราะห์หาสารอาหารกลุ่มใด?

a)

คาร์โบไฮเดรต

b)

โปรตีน

c)

ไขมัน

d)

แร่ธาตุและวิตามิน

9.

การวิเคราะห์เยื่อใยในอาหารสัตว์มีความสำคัญต่อการประเมินคุณค่าทางโภชนะของอาหารสัตว์ในด้านใด?

a)

การประเมินปริมาณโปรตีนที่สัตว์จะได้รับจากอาหาร

b)

การประเมินปริมาณพลังงานที่สัตว์จะได้รับจากอาหาร

c)

การประเมินปริมาณเยื่อใยที่สัตว์จะได้รับจากอาหาร

d)

การประเมินปริมาณแร่ธาตุที่สัตว์จะได้รับจากอาหาร

10.

ประสิทธิภาพการใช้อาหารของสัตว์เคี้ยวเอื้อง (Feed Efficiency) มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด?

a)

ปริมาณอาหารที่สัตว์กินต่อวัน

b)

ปริมาณอาหารที่สัตว์กินต่อการผลิตผล

c)

ปริมาณอาหารที่สัตว์กินต่อการเพิ่มน้ำหนัก

d)

ปริมาณอาหารที่สัตว์กินต่อการผลิตน้ำนม

11.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อเสียของการใช้ "กากน้ำตาลผสมยูเรีย" เป็นแหล่งโปรตีนเสริมในอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง?

a)

มีราคาสูงกว่ายูเรีย

b)

มีรสขม

c)

มีโอกาสเกิดพิษจากยูเรียได้ง่าย

d)

มีโปรตีนต่ำ

12.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นข้อดีของการใช้ "กากน้ำตาลผสมยูเรีย" เป็นแหล่งโปรตีนเสริมในอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้อง?

a)

มีโปรตีนสูงกว่ายูเรีย

b)

มีรสหวานช่วยเพิ่มการกินอาหาร/เพิ่มการเคี้ยวเอื้อง

c)

มีโอกาสเกิดพิษจากยูเรียได้ง่าย

d)

มีราคาสูงกว่ายูเรีย

13.

"กากน้ำตาลผสมยูเรีย" ควรผสมในอาหารสัตว์เคี้ยวเอื้องในปริมาณเท่าใด?

a)

ผสมในปริมาณที่สัตว์กินได้ตามต้องการ

b)

ผสมในปริมาณที่สัตว์กินได้ไม่จำกัด

c)

ผสมในปริมาณที่สัตว์กินได้จำกัด

d)

ผสมในปริมาณที่สัตว์กินได้ตามน้ำหนักตัวและชนิดสัตว์เคี้ยวเอื้อง

14.

ข้อใดคือข้อจำกัดของการใช้ "ยูเรีย" (Urea) ในอาหารสัตว์?

a)

มีราคาแพงกว่ากากถั่วเหลืองและปลาป่นหลายเท่า

b)

สัตว์ไม่ชอบกินเพราะมีกลิ่นหอมแรงเกินไป

c)

ห้ามใช้ในสัตว์กระเพาะเดี่ยว (สุกร, ไก่) เพราะอาจเกิดความเป็นพิษจากแอมโมเนีย

d)

ต้องนำไปตากแดดหรือหมักก่อนใช้เพื่อลดสารพิษไฮโดรไซยานิก

15.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นสารพิษที่เกิดขึ้นจาก "การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของไขมันในอาหาร"?

a)

สารอะฟลาทอกซิน

b)

สารไซยาไนด์

c)

สารไตรปซินอินฮิบิเตอร์

d)

สารเปอร์ออกไซด์

16.

"สารเปอร์ออกไซด์" เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของอาหารประเภทใดมากที่สุด?

a)

อาหารประเภทโปรตีน

b)

อาหารประเภทไขมัน (Rancidity) เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของไขมันในอาหาร

c)

อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต

d)

อาหารประเภทวิตามิน

17.

"สารอะฟลาทอกซิน" (Aflatoxin) มักพบมากในอาหารประเภทใดที่เก็บรักษาไม่ดีและมีเชื้อราปนเปื้อน?

a)

ถั่วลิสง

b)

ข้าวโพด

c)

ข้าวเจ้า

d)

ข้าวสาลี

18.

สาร "ทริปซินอินฮิบิเตอร์" (Trypsin Inhibitor) มักพบมากในอาหารประเภทใด?

a)

ถั่วเหลืองดิบ

b)

ข้าวโพดที่มีเชื้อราปนเปื้อน

c)

ข้าวเจ้าดิบ

d)

ข้าวสาลีดิบ

19.

สารพิษ "ไฮโดรไซยานิก" (HCN) มักพบในวัตถุดิบชนิดใด?

a)

เมล็ดฝ้าย

b)

มันสำปะหลังสด

c)

ข้าวฟ่าง

d)

 กระถิน

20.

การเติมสาร "Mycotoxin Binder" ในอาหารสัตว์มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันอันตรายจากสารพิษชนิดใดมากที่สุด?

a)

สารพิษจากเชื้อราแอสเปอร์จิลลัส

b)

สารพิษจากเชื้อราเพนิซิลเลียม

c)

สารพิษจากเชื้อราฟิวซาเรียม

d)

สารพิษจากเชื้อราทั้งสามชนิด

21.

สารพิษที่ชื่อว่า "กอสซิปอล" (Gossypol) พบมากในวัตถุดิบอาหารสัตว์ชนิดใด?

a)

ก. กากถั่วเหลือง

b)

ข. กากฝ้าย

c)

ค. กากงา

d)

ง. กากเมล็ดทานตะวัน

22.

สารต้านโภชนะที่พบในกากถั่วเหลืองที่มีผลต่อการย่อยและการดูดซึมโปรตีนในสัตว์ปีกคือสารใด?

a)

สารซาโปนิน

b)

สารโอลิโกแซคคาไรด์

c)

สารทริปซินอินฮิบิเตอร์

d)

สารไฟเตท

23.

ไขมันให้พลังงานสูงกว่าคาร์โบไฮเดรตกี่เท่า?

a)

1.25 กรัมต่อวัน

b)

2.25 กรัมต่อวัน

c)

3.25 กรัมต่อวัน

d)

4.25 กรัมต่อวัน

24.

วิตามินชนิดใดจัดเป็น "วิตามินที่ละลายในไขมัน"?

a)

วิตามิน บี และ ซี

b)

 วิตามิน เอ ดี อี เค

c)

วิตามิน บี12

d)

กรดโฟลิก

25.

แร่ธาตุคู่ใดที่มีความสำคัญต่อการสร้างกระดูกและฟันมากที่สุด?

a)

โซเดียมและโพแทสเซียม

b)

แคลเซียมและฟอสฟอรัส

c)

เหล็กและทองแดง

d)

สังกะสีและแมงกานีส

26.

ข้อใดคือกรดอะมิโนจำเป็น (Essential Amino Acids) ที่มักขาดในอาหารพืช?

a)

 ไลซีน (Lysine) และ เมไทโอนีน (Methionine)

b)

กลูโคส และ ฟรุกโตส

c)

ไกลซีน และ อะลานีน

d)

ซีรีน และ โปรลีน

27.

"Maintenance Requirement" หมายถึงความต้องการโภชนะเพื่อวัตถุประสงค์ใด?

a)

เพื่อการให้ผลผลิตน้ำนมสูงสุด

b)

 เพื่อการดำรงชีวิตให้อยู่รอดโดยน้ำหนักตัวไม่เพิ่มไม่ลด

c)

เพื่อการสืบพันธุ์

d)

เพื่อการขุนให้อ้วนอย่างรวดเร็ว

28.

สัตว์จะขาดสารอาหารชนิดใดแล้วตายเร็วที่สุด?

a)

โปรตีน

b)

วิตามิน

c)

น้ำ

d)

ไขมัน

29.

น้ำช่วยทำหน้าที่อะไรในร่างกายสัตว์?

a)

ควบคุมอุณหภูมิและขนส่งสารอาหาร

b)

ให้พลังงานทดแทนแป้ง

c)

สร้างกล้ามเนื้อแทนโปรตีน

d)

เผาผลาญไขมันเพียงอย่างเดียว

30.

หากอาหารมีพลังงานต่ำเกินไป สัตว์จะแสดงอาการอย่างไรเป็นอันดับแรก?

a)

ขนร่วง

b)

เจริญเติบโตช้าและซูบผอม

c)

ท้องเสีย

d)

ตาอักเสบ