wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

วิชาเหตุการณ์ปัจจุบัน

Total questions: 20

Worksheet time: 1hrs 2mins

Name
Class
Date
1.

ปัจจัยใดต่อไปนี้ที่เป็น 'ชนวนเหตุ' (Spark) ที่ทำให้ความขัดแย้งในยุโรปลุกลามกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ 1 ทันที

a)

การล่มสลายของจักรวรรดิออตโตมัน

b)

การแข่งขันสร้างกองทัพเรือระหว่างเยอรมนีและอังกฤษ

c)

การลอบปลงพระชนม์อาร์ชดยุค ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์

d)

การถอนตัวของรัสเซียจากการปฏิวัติภายใน

2.

ตัวอักษร 'A' ในคำย่อ M.A.I.N. ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของสงครามโลกครั้งที่ 1 หมายถึงข้อใด

a)

American Intervention (การแทรกแซงจากสหรัฐฯ)

b)

Alliance System (ระบบพันธมิตร)

c)

Anti-Nationalism (การต่อต้านชาตินิยม)

d)

Armament (การสะสมอาวุธ)

3.

เหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้สหรัฐอเมริกาตัดสินใจเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 ในปี 1917 คืออะไร

a)

เยอรมนีใช้เรือดำน้ำโจมตีเรือสินค้าอย่างไร้ขอบเขต

b)

เพื่อช่วยรัสเซียทำสงครามแนวรบด้านตะวันออก

c)

ต้องการขยายอาณานิคมเข้าไปในทวีปแอฟริกา

d)

การโจมตีฐานทัพที่อ่าวเพิร์ลฮาร์เบอร์

4.

ลักษณะการรบที่เรียกว่า 'สงครามสนามเพลาะ' (Trench Warfare) ก่อให้เกิดผลลัพธ์ในทางยุทธวิธีอย่างไร

a)

เป็นการรบที่เน้นความคล่องตัวของรถถังเป็นหลัก

b)

สงครามยุติลงอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่เดือน

c)

ทำให้ทหารมีความปลอดภัยสูงและไม่มีโรคระบาด

d)

เกิดภาวะชะงักงัน (Stalemate) และมีการสูญเสียชีวิตจำนวนมหาศาล

5.

เงื่อนไขในสนธิสัญญาแวร์ซายข้อใดที่สร้างความไม่พอใจให้แก่ชาวเยอรมันมากที่สุด จนนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 2

a)

การบังคับให้เยอรมนีเข้าร่วมกับสหรัฐอเมริกา

b)

การเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นคอมมิวนิสต์

c)

การยอมรับผิดว่าเป็นผู้ก่อสงครามและต้องจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามจำนวนมหาศาล

d)

การให้สตรีมีสิทธิเลือกตั้งเท่าเทียมกับบุรุษ

6.

ยุทธวิธี 'สายฟ้าแลบ' (Blitzkrieg) ที่เยอรมนีนำมาใช้ในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 มีลักษณะเด่นอย่างไร

a)

การขุดสนามเพลาะเพื่อตรึงกำลังฝ่ายตรงข้ามไว้ให้นานที่สุด

b)

การใช้เรือดำน้ำ U-Boat ปิดล้อมเส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเล

c)

การประสานงานระหว่างรถถัง เครื่องบิน และทหารราบ เพื่อโจมตีอย่างรวดเร็ว

d)

การล่าถอยและทำลายทรัพยากรเพื่อให้ศัตรูขาดแคลนเสบียง

7.

เหตุการณ์ใดถือเป็น 'จุดเปลี่ยนสำคัญ' (Turning Point) ที่ทำให้เยอรมนีเริ่มเสียเปรียบในแนวรบด้านตะวันออก

a)

การบุกโปแลนด์ในปี 1939

b)

ความพ่ายแพ้อย่างรุนแรงที่สตาลินกราดในการรบกับโซเวียต

c)

การลงนามในสนธิสัญญาแวร์ซาย

d)

การโจมตีฐานทัพเรือเพิร์ลฮาร์เบอร์

8.

เป้าหมายหลักของยุทธวิธี 'Island Hopping' ที่สหรัฐอเมริกานำมาใช้ในแนวรบเอเชีย-แปซิฟิกคืออะไร

a)


การช่วยประเทศไทยจากการยึดครองของกองทัพญี่ปุ่น

b)


การอพยพประชาชนออกจากหมู่เกาะที่เกิดการระเบิดของภูเขาไฟ

c)

การสร้างสันติภาพกับญี่ปุ่นโดยการแบ่งเกาะกันปกครอง

d)

การยึดเกาะสำคัญเพื่อใช้เป็นฐานทัพในการบุกประชิดเกาะญี่ปุ่น

9.

ปัจจัยใดที่เป็น 'ความล้มเหลว' ขององค์การระหว่างประเทศก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จนทำให้เกิดสงครามขึ้น

a)

องค์การสหประชาชาติ (UN) ยังไม่ได้ก่อตั้งขึ้น

b)

การปฏิเสธไม่ให้เยอรมนีเข้าร่วมเป็นสมาชิกตั้งแต่วันแรก

c)

สันนิบาตชาติไม่มีกองกำลังทางทหารจริงในการหยุดยั้งผู้รุกราน

d)

การที่สหภาพโซเวียตเป็นผู้นำเพียงผู้เดียวในองค์การ

10.

ผลกระทบสำคัญในด้านการเมืองโลกหลังจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 คือข้อใด

a)

การเกิดขึ้นของลัทธิจักรวรรดินิยมในทวีปแอฟริกาเพิ่มขึ้น

b)

สหรัฐอเมริกาและโซเวียตขึ้นเป็นมหาอำนาจและเกิดสงครามเย็น

c)

ญี่ปุ่นเข้ายึดครองภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างถาวร

d)

เยอรมนีและอิตาลีกลับมาเป็นมหาอำนาจทางทหารทันที

11.

เพราะเหตุใด 'สงครามเย็น' จึงถูกนิยามว่าเป็นสงครามที่ 'ไม่รบกันตรง ๆ' ระหว่างมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต

a)

เพราะทั้งสองประเทศทำสัญญาร่วมกันว่าจะแข่งขันกันเฉพาะทางเทคโนโลยีอวกาศเท่านั้น

b)

เพราะองค์การสหประชาชาติมีกฎสั่งห้ามมหาอำนาจทำสงครามต่อกัน

c)

เพราะความเกรงกลัวต่อภาวะการทำลายล้างซึ่งกันและกันด้วยอาวุธนิวเคลียร์ (MAD)

d)

เนื่องจากทั้งสองฝ่ายไม่มีกำลังทหารเพียงพอที่จะทำสงครามขนาดใหญ่

12.

เหตุการณ์ในข้อใดที่ถือว่าเป็น 'จุดตึงเครียดสูงสุด' (Peak of Tension) ของสงครามเย็นที่เกือบจะนำโลกเข้าสู่สงครามนิวเคลียร์

a)

วิกฤตการณ์ขีปนาวุธคิวบา (Cuban Missile Crisis)

b)

สงครามกลางเมืองในอัฟกานิสถาน

c)

การปิดล้อมเบอร์ลินโดยสหภาพโซเวียต

d)

การทำลายกำแพงเบอร์ลินในปี 1989

13.

ตามทฤษฎีโดมิโน (Domino Theory) สหรัฐอเมริกามีความกังวลในเรื่องใดมากที่สุดจนต้องเข้าแทรกแซงสงครามเวียดนาม

a)

การสูญเสียแหล่งทรัพยากรธรรมชาติในเวียดนามให้แก่จีน

b)

การที่โซเวียตจะใช้เวียดนามเป็นฐานทัพเรือหลักในมหาสมุทรแปซิฟิก

c)

การที่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะกลายเป็นคอมมิวนิสต์ต่อเนื่องกันไป

d)

ความพยายามของเวียดนามที่จะเป็นผู้นำโลกในด้านเกษตรกรรม

14.

นโยบายการปฏิรูป 'เปเรสตรอยกา' (Perestroika) ของมิคาอิล โกร์บาชอฟ มีจุดมุ่งหมายหลักเพื่ออะไร

a)

เพื่อบังคับให้ทุกประเทศสมาชิก Warsaw Pact ต้องใช้ระบอบพรรคเดียวอย่างเคร่งครัด

b)

เพื่อปฏิรูปเศรษฐกิจของโซเวียตที่กำลังตกต่ำและลดการรวมศูนย์อำนาจ

c)

เพื่อส่งทหารไปรุกรานประเทศในยุโรปตะวันตกเพิ่มขึ้น

d)

เพื่อสร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้นมาใหม่ให้แข็งแรงกว่าเดิม

15.

ข้อใดกล่าวถึงบทบาทของประเทศไทยในช่วงสงครามเย็นได้ถูกต้องที่สุดตามเนื้อหาที่กำหนด

a)

ไทยดำเนินนโยบายเป็นกลางและไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดอย่างเคร่งครัด

b)

ไทยถูกสหภาพโซเวียตเข้ายึดครองและแบ่งเป็นสองประเทศเช่นเดียวกับเกาหลี

c)

ไทยเข้าร่วมกับกลุ่ม Warsaw Pact เพื่อความมั่นคงทางทหาร

d)

ไทยเข้าเป็นพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกาและอนุญาตให้ตั้งฐานทัพในช่วงสงครามเวียดนาม

16.

เหตุผลสำคัญประการใดที่นำไปสู่การก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ (UN) ในปี ค.ศ. 1945

a)

สืบเนื่องมาจากความล้มเหลวขององค์การสันนิบาตชาติในการป้องกันสงครามโลกครั้งที่ 2

b)

เพื่อขยายอิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์ไปยังทวีปยุโรป

c)

เพื่อจัดตั้งกองทัพร่วมกันในการบุกยึดครองประเทศที่พ่ายแพ้สงคราม

d)

เพื่อสร้างระเบียบการเงินโลกใหม่ทดแทนระบบธนาคารโลกเดิม

17.

องค์กรหลักใดของ UN ที่ทำหน้าที่เป็นเวทีอภิปรายปัญหาระหว่างประเทศ โดยที่สมาชิกทุกประเทศมีสิทธิ์ออกเสียงเท่าเทียมกัน (1 ประเทศ : 1 เสียง)

a)

สำนักเลขาธิการ (Secretariat)

b)

สมัชชาใหญ่ (General Assembly)

c)

คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม (ECOSOC)

d)

คณะมนตรีความมั่นคง (Security Council)

18.

ข้อใดกล่าวถึงอำนาจของ 'สมาชิกถาวร' (P5) ในคณะมนตรีความมั่นคงได้อย่างถูกต้อง

a)

ต้องดำรงตำแหน่งวาระละ 5 ปี และเปลี่ยนหมุนเวียนไปตามภูมิภาค

b)

เป็นผู้แต่งตั้งเลขาธิการสหประชาชาติโดยไม่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกอื่น

c)

มีสิทธิ์ยับยั้ง (Veto) มติที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงและสันติภาพ

d)

มีหน้าที่ตัดสินข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างประเทศที่กรุงเฮก

19.

หน่วยงานเฉพาะทางใดของ UN ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลเรื่องการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมของโลก

a)

UNICEF

b)

FAO

c)

WHO

d)

UNESCO

20.

ปัญหาสำคัญที่มักทำให้การดำเนินงานขององค์การสหประชาชาติในการแก้ไขความขัดแย้งเป็นไปอย่างล่าช้าคือข้อใด

a)

การที่ทุกประเทศสมาชิกต้องใช้ระบบกฎหมายเดียวกันทั้งโลก

b)

การใช้สิทธิ์ Veto ของสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคง

c)

การที่ UN ไม่มีสำนักงานใหญ่เป็นหลักแหล่ง

d)

จำนวนประเทศสมาชิกที่มีน้อยเกินไปในการทำมติ