Search Header Logo
คำมูล

คำมูล

Assessment

Presentation

English

9th - 12th Grade

Practice Problem

Medium

Created by

ธนาวุฒิ กันหาจันทร์

Used 4+ times

FREE Resource

0 Slides • 15 Questions

1

Multiple Choice

๑. ข้อใดต่อไปนี้คือความหมายของ “คำ”

1

ก. คำคือเสียงที่เปล่งออกมาแล้วมีความหมายจะกี่ครั้งก็ได้

2

ข. คำคือเสียงที่เปล่งออกมากี่ครั้งก็ได้ จะมีความหมายหรือไม่มีก็ได้

3

ค. คำคือเสียงที่เปล่งออกมากี่ครั้งก็ได้ แต่จะต้องไม่มีความหมาย

4

ง. คำคือเสียงที่เปล่งออกมาสองครั้งแล้วจึงจะมีความหมาย

2

Multiple Choice

๒. ข้อใดต่อไปนี้คือความหมายของ ”พยางค์”

1

ก. พยางค์คือเสียงที่เปล่งออกมาแล้วมีความหมายจะกี่ครั้งก็ได้

2

ข. พยางค์คือเสียงที่เปล่งออกมากี่ครั้งก็ได้ จะมีความหมายหรือไม่มีความหมายก็ได้

3

ค. พยางค์คือเสียงที่เปล่งออกมากี่ครั้งก็ได้ แต่จะต้องไม่มีความหมาย

4

ง. พยางค์คือเสียงที่เปล่งออกมาตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป

3

Multiple Choice

๓. คำว่า “แมวน้ำ” มีกี่คำและกี่พยางค์

1

ก. ๑ คำ ๒ พยางค์

2

ข. ๒ คำ ๒ พยางค์

3

ค. ๒ คำ ๑ พยางค์        

4

ง. ๑ คำ ๑ พยางค์

4

Multiple Choice

๔. คำว่า “ภาษาไทย” มีกี่คำและกี่พยางค์

1

ก. ๓ คำ ๓ พยางค์

2

ข. ๓ คำ ๑ พยางค์

3

ค. ๑ คำ ๓ พยางค์

4

ง. ๑ คำ ๑ พยางค์

5

Multiple Choice

๕. ข้อใดคือความหมายของคำมูล

1

ก. คำมูลคือคำภาษาใดก็ได้ที่มีความหมายในตนเอง

2

ข. คำมูลคือคำหลายพยางค์ที่มีความหมายในตนเอง

3

ค. คำมูลคือคำพยางค์เดียวที่มีความหมายในตนเอง

4

ง. คำพื้นฐานที่มีควาหมายสมบูรณ์ในตนเอง อาจเป็นคำไทยแท้หรือเป็นคำจากภาษาอื่นก็ได้ เป็นพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์ก็ได้ แต่จะต้องมีความหมายสมบูรณ์ในตนเอง

6

Multiple Choice

๖. คำมูลมีกี่ชนิดและมีอะไรบ้าง

1

ก. มี ๒ ชนิด ได้แก่ ๑) คำมูลที่มีความหมายในตนเอง ๒) คำมูลที่ไม่มีความหมายในตนเอง

2

ข. มี ๒ ชนิด ได้แก่ ๑) คำมูลที่มีสองพยางค์ ๒) คำมูลที่มีหลายพยางค์

3

ค. มี ๒ ชนิด ได้แก่ ๑) คำมูลพยางค์เดียว ๒) คำมูลหลายพยางค์

4

ง. มี ๒ ชนิด ได้แก่ ๑) คำมูลที่มีความหมายในตนเอง ๒) คำมูลหลายพยางค์

7

Multiple Choice

๗. ข้อใดต่อไปนี้คือความหมายของคำมูล ๑ พยางค์

1

ก. เสียงที่เปล่งออกมาหนึ่งครั้งแล้วมีความหมายในตนเองไม่ว่าจะเป็นภาษาใดก็ตาม

2

ข. เสียงที่เปล่งออกมาหนึ่งครั้งแล้วไม่มีความหมายในตนเองว่าจะเป็นภาษาใดก็ตาม

3

ค. เสียงที่เปล่งออกมาหนึ่งครั้งแล้วมีความหมายในตนเองแต่เป็นเพียงภาษาไทยเท่านั้น

4

ง. เสียงที่เปล่งออกมาหนึ่งครั้งแล้วมีความหมายในตนเองแต่เป็นภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทย

8

Multiple Choice

๘. ข้อใดต่อไปนี้คือความหมายของคำมูลหลายพยางค์

1

ก. เสียงทื่เปล่งออกมาตั้งแต่ ๒ พยางค์ขึ้นไปแล้วมีความหมายในตนเอง เป็นภาษาไทยเท่านั้น

2

ข. เสียงที่เปล่งออกมามากกว่า ๑ พยางค์ขึ้นไปมีความหมายในตนเอง จะเป็นภาษาใดก็ได้

3

ค. เสียงที่เปล่งออกมาตั้งแต่ ๑ พยางค์ขึ้นไปมีความหมายในตนเอง จะเป็นภาษาใดก็ได้

4

ง. คำที่เปล่งออกมาตั้งแต่ ๒ พยางค์ขึ้นไปไม่มีความหมายในตนเอง จะเป็นภาษาใดก็ได้

9

Multiple Choice

๙. คำในข้อใดคือคำมูล ๑ พยางค์

1

ก. ปิ

2

ข. ริ

3

ค. กิ

4

ง. ยา

10

Multiple Choice

๑๐. คำในข้อใดไม่ใช่คำมูล ๑ พยางค์

1

ก. ยา

2

ข. กิ

3

ค. รี

4

ง. นา

11

Multiple Choice

๑๑. คำในข้อใดคือคำมูลหลายพยางค์ที่มีความหมายบางพยางค์

1

ก. สิงโต

2

ข. นารี

3

ค. กิริยา

4

ง. วารี

12

Multiple Choice

๑๒. คำในข้อใดคือคำมูลหลายพยางค์ที่มีความหมายทุกพยางค์

1

ก. วารี

2

ข. นาฬิกา

3

ค. กะปิ

4

ง. กระทง

13

Multiple Choice

๑๓. คำว่า “นาฬิกา” เป็นคำมูลชนิดใด และเพราะเหตุใด

1

ก. เป็นคำมูล พยางค์เดียว เพราะเป็นหนึ่งคำ

2

ข. เป็นคำมูล หลายพยางค์ เพราะมีจำนวนของพยางค์มากกว่า ๑

3

ค. เป็นคำมูล พยางค์เดียว เพราะคำมูลนี้มีเพียงความหมายเดียวที่แปลว่า “เครื่องบอกเวลา”

4

ง. เป็นคำมูลหลายพยางค์ เพราะคำมูลนี้มีความหมายบางพยางค์

14

Multiple Choice

๑๔. คำมูลเป็นคำที่มีความหมายหรือไม่เพราะเหตุใด

1

ก. ไม่เป็น เพราะคำว่าพยางค์แปลว่า มีความหมายหรือไม่มีความหมายก็ได้ เพียงแต่ต้องเปล่งเสียง ๑ ครั้ง

2

ข. ไม่เป็น เพราะคำมูลคือคำที่มีความหมายหรือไม่มีความหมายก็ได้

3

ค. เป็น เพราะคำมูลคือคำที่มีความหมายในตนเอง

4

ง. เป็น เพราะผู้ฟังหรือผู้อ่านจะได้รู้ความหมายของคำ

15

Multiple Choice

๑๕. คำมูลพยางค์เดียวและคำมูลหลายพยางค์ มีข้อแตกต่างกันอย่างไร

1

ก. แตกต่างกันที่ชื่อเรียกเท่านั้น

2

ข. แตกต่างกันในการนำไปใช้

3

ค. ไม่แตกต่างกัน

4

ง. แตกต่างกันที่จำนวนของพยางค์

๑. ข้อใดต่อไปนี้คือความหมายของ “คำ”

1

ก. คำคือเสียงที่เปล่งออกมาแล้วมีความหมายจะกี่ครั้งก็ได้

2

ข. คำคือเสียงที่เปล่งออกมากี่ครั้งก็ได้ จะมีความหมายหรือไม่มีก็ได้

3

ค. คำคือเสียงที่เปล่งออกมากี่ครั้งก็ได้ แต่จะต้องไม่มีความหมาย

4

ง. คำคือเสียงที่เปล่งออกมาสองครั้งแล้วจึงจะมีความหมาย

Show answer

Auto Play

Slide 1 / 15

MULTIPLE CHOICE