wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

SE61_Examination

Total questions: 58

Worksheet time: 43mins

Name
Class
Date
1.
แนวคิดของซอฟต์แวร์ปรากฏครั้งแรกในบทความของใคร
a)
John W. Tukey
b)
George W. Bush
c)
Bathtub Curve
d)
Alan Mathison Turing
2.
วิวัฒนาการของซอฟต์แวร์ ข้อใดคือยุคการออกแบบผลิตภัณฑ์
a)
ยุคเริ่มต้นของการพัฒนาซอฟต์แวร์
b)
ยุคที่นักเขียนโปรแกรมพัฒนาซอฟต์แวร์ให้กับบุคคลอื่น
c)
ยุคที่การตลาดซอฟต์แวร์มีการแข่งขันสูง
d)
ยุคที่มีการใช้เครื่องมือในการพัฒนาซอฟต์แวร์
3.
ข้อใดเป็นสิ่งที่ได้จากขั้นตอนการเขียนโปรแกรม
a)
แบบจำลองการวิเคราะห์
b)
แบบจำลองการออกแบบ
c)
รหัสต้นทาง
d)
ส่วนย่อยแบบจำลองการออกแบบ
4.
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่หน้าที่ของการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์
a)
การแก้ไขจุดบกพร่อง
b)
การปรับเปลี่ยนความต้องการสภาพแวดล้อม
c)
การเพิ่มประสิทธิภาพนักพัฒนา
d)
การเพิ่มประสิทธิภาพโปรแกรมที่พัฒนา
5.
ข้อใดต่อไปนี้ คือองค์ประกอบของวิศวกรรมซอฟต์แวร์
a)
ระเบียบวิธี, เทคนิค, การทำงาน
b)
การทำงาน, เทคนิค, สภาพแวดล้อม
c)
เทคนิค, สภาพแวดล้อม, ระเบียบวิธี
d)
ระเบียบวิธี, การทำงาน, เทคนิค
6.
ขั้นตอนสุดท้ายของกิจกรรมกรอบงาน คือข้อใด ?
a)
การวางแผน
b)
การสื่อสาร
c)
การใช้งานซอฟต์แวร์
d)
การประมวลผล
7.
กระบวนการทำงานของแบบจำลองน้ำตกประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่อะไรบ้าง ?
a)
การสื่อสื่อสาร>การสร้างโมเดล>การสร้างแบบจำลอง>การสร้างซอฟต์แวร์>การใช้งานซอฟต์แวร์
b)
การสื่อสาร>การวางแผน>การสร้างแบบจำลอง>การสร้างซอฟต์แวร์>การใช้งานซอฟต์แวร์
c)
การสื่อสาร>การสร้างแบบจำลอง>การรวบรวมข้อมูล>การสร้างซอฟต์แวร์>การใช้งานซอฟต์แวร์
d)
การรวบรวมข้อมูล>การสื่อสาร>การสร้างโมเดล>การสร้างซอฟต์แวร์>การใช้งานซอฟต์แวร์
8.
แบบจำลองในข้อใดที่มีลักษณะการทำงานแบบการไหลของกระบวนการแบบขนาน ?
a)
แบบจำลอง RUP
b)
แบบจำลองเวียนก้นหอย
c)
แบบจำลองน้ำตก
d)
แบบจำลอง RAD Model
9.
แบบจำลองเวียนก้นหอยมีลักษณะการทำงานแบบกระบวนการไหลแบบใดบ้าง
a)
กระบวนการไหลแบบเชิงเส้น
b)
กระบวนการไหลแบบวนซ้ำและแบบเชิงเส้น
c)
กระบวนการไหลแบบวนซ้ำและแบบเชิงวิวัฒนาการ
d)
กระบวนการไหลแบบวนซ้ำและแบบขนาน
10.
แบบจำลองใดที่ใช้เวลาในการพัฒนาซอฟต์แวร์นาน
a)
แบบจำลองน้ำตก
b)
แบบจำลองส่วนเพิ่ม
c)
แบบจำลองต้นแบบ
d)
แบบจำลอง RUP
11.
เป็นการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ เน้นสื่อสารมากกว่าใช้เอกสาร คือซอฟต์แวร์อะไร
a)
ซอฟต์แวร์แบบเอจายล์
b)
ซอฟต์แวร์แบบสำเร็จรูป
c)
ซอฟต์แวร์แบบสมองกลฝังตัว
d)
ซอฟต์แวร์แบบอุปกรณ์พกพาขนาดเล็ก
12.
ระเบียบวิธีแบบเบา (Lightweight Methodology) มีขั้นตอนการทำงานอย่างไร
a)
ความเรียบง่าย ผลป้อนกลับ การสื่อสาร ความกล้าหาญ
b)
ผลป้อนกลับ การสื่อสาร ความกล้าหาญ ความเรียบง่าย
c)
การสื่อสาร ความเรียบง่าย ผลป้อนกลับ ความกล้าหาญ
d)
ความกล้าหาญ ผลป้อนกลับ ความเรียบง่าย การสื่อสาร
13.
เหมาะสำหรับโครงการซอฟต์แวร์ที่มีความซับซ้อน คือแบบจำลองอะไร
a)
แบบจำลอง Extreme Programming
b)
แบบจำลองการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบปรับตัว
c)
แบบจำลองผลึก Crystal Model
d)
แบบจำลอง Agile Unified Process
14.
แบบจำลองที่มีการสื่อสารระหว่างทีม มุ่งเน้น คน สังคม ทักษะ คือแบบจำลองอะไร
a)
แบบจำลอง Extreme Programming
b)
แบบจำลองการพัฒนาซอฟต์แวร์แบบปรับตัว
c)
แบบจำลองผลึก Crystal Model
d)
แบบจำลอง Agile Unified Process
15.
การบริหารโครงการซอฟต์แวร์ หมายถึงอะไร
a)
การดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ มีจริยธรรมในการทำงาน
b)
การลงมือปฏิบัติงานตามที่วางแผนไว้ เพื่อให้งานสำเร็จ
c)
งานหรือกิจกรรมเสริมที่อยู่ในกระบวนการของวิศวกรรมซอฟต์แวร์
d)
งานกิจกรรมที่สามารถกำหนดวัตถุประสงค์โครงการที่ชัดเจน
16.
บุคคลสำคัญในการบริหารซอฟต์แวร์ คือใคร
a)
นักพัฒนาซอฟต์แวร์
b)
นักวิเคราะห์ระบบ
c)
ลูกค้า หรือผู้ใช้
d)
ผู้จัดการโครงการ
17.
กระบวนการของการบริหารโครงการซอฟต์แวร์ หรือ POMA คืออะไร
a)
การวางแผน การจัดระเบียบ การติดตามสถานะ การปรับเปลี่ยน
b)
การจัดระบบ การวางแผน การลงมือทำ การนำไปใช้
c)
การวางแผน การกำหนดเวลาเริ่ม การนำไปใช้ การนำไปพัฒนาต่อ
d)
การคิดวิเคาะห์ระบบ การจัดการทรัพยากร การวางแผน การติดตามสถานะ
18.
แผนภูมิแกนต์ ใช้แสดงอะไร
a)
การวางแผนโครงการและการจัดระเบียบโครงการ
b)
แสดงขอบเขตของโครงการ
c)
แสดงว่าโครงการของเราเป็นไปในทิศทางใด
d)
กระบวนการของการบริหารโครงการซอฟต์แวร์
19.
ใครมีทักษะด้านการบริหารจัดการซอฟต์แวร์และต้องมีการคำนวณคุณภาพของซอฟต์แวร์
a)
นักพัฒนาซอฟต์แวร์
b)
นักวิเคราะห์ระบบ
c)
ผู้จัดการโครงการ
d)
ผู้รวมจัดการทีมงาน
20.
วิศวกรรมความต้องการ (Requirement Engineering) หมายถึง ข้อได้มากที่สุด
a)
กระบวนการที่ทำให้วิศวกรรมซอฟต์แวร์เข้าใจและเข้าถึงความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง
b)
กระบวนการที่ทำให้วิศวกรรมซอฟต์แวร์เข้าใจและวิเคราะห์ปัญหาลูกค้าได้อย่างถูกต้อง
c)
กระบวนการที่ทำให้วิศวกรรมซอฟต์แวร์เข้าใจและเข้าถึงปัญหาของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง
d)
กระบวนการที่ทำให้วิศวกรรมซอฟต์แวร์เข้าใจ แก้ไขปัญหาของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง
21.
ความต้องการซอฟต์แวร์แบ่งได้กี่ประเภท อะไรบ้าง
a)
1 ประเภท ความต้องการซอฟต์แวร์
b)
2ประเภท ความต้องการเชิงฟังก์ชัน ความต้องการเชิงระบบ
c)
3ประเภท ความต้องการเชิงระบบ ความต้องการเชิงซอฟต์แวร์ ความต้องการโดเมน
d)
3ประเภท ความต้องการเชิงฟังก์ชัน ความต้องการที่ไม่เป็นฟังก์ชัน ความต้องการโดเมน
22.
กระบวนการของวิศวกรรมความต้องการ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
a)
การวางแผนสำหรับกิจกรรมในการเก็บความต้องการจากลูกค้าหรือผู้ใช้ จัดหาทรัพยากรกระบวนการต่างๆ
b)
การวางแผนสำหรับกิจกรรมในการเก็บความต้องการจากลูกค้าหรือผู้ใช้ จัดระเบียบทรัพยากรและกระบวนการที่จัดหา จัดหาทรัพยากรกระบวนการต่างๆ
c)
การวางแผนสำหรับกิจกรรมในการเก็บความต้องการจากลูกค้าหรือผู้ใช้ จัดหาทรัพยากรกระบวนการต่างๆ จัดระเบียบทรัพยากรและกระบวนการที่จัดหา
d)
การวางแผนสำหรับกิจกรรมในการเก็บความต้องการจากลูกค้าหรือผู้ใช้ จัดระเบียบทรัพยากรและกระบวนการที่จัดหา
23.
ความการต้องเชิงฟังก์ชัน หมายถึงอะไร
a)
การระบุความต้องการที่มุ่งเน้นการทำงานของซอฟต์แวร์เป็นหลัก
b)
ความต้องการความสามารถในการใช้งาน
c)
ฟังก์ชันหลักของระบบ ซอฟต์แวร์ทำหน้าที่ตามที่กำหนดไว้
d)
รายละเอียดต่างๆ ที่ระบบหรือซอฟต์แวร์จำเป็นต้องมี
24.
กระบวนการของวิศวกรรมความต้องการ หมายถึงอะไร
a)
เก็บรวบรวมข้อมูลหรือข้อเท็จจริง
b)
การค้นหาหรือการค้นคว้าข้อมูลต่างๆ
c)
การนำข้อมูลความต้องการที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์ ประเมินเพื่อจำแนกกลุ่มความต้องการ
d)
การระบุความต้องการจากปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อซอฟต์แวร์
25.
ความต้องการภายนอก (External Requirement)หมายถึงอะไร
a)
ข้อกำหนดความต้องการซอฟต์แวร์ เพื่อค้นหาข้อขัดแย้งหรือข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น
b)
การจัดการความต้องการ ซึ่งเกี่ยวกับการควบคุมการเปลี่ยนแปลงความ ต้องการ
c)
การระบุความต้องการจากปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อซอฟต์แวร์
d)
การวิเคราะห์ความคุ้มค่า และการประเมินค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแปลงระบบ
26.
ความต้องการองค์กร (Organizational Requirement)หมายถึงอะไร
a)
การระบุความต้องการที่มาจากนโยบายและระเบียบปฏิบัติของทีมนักพัฒนาซอฟต์แวร์และลูกค้า
b)
สุ่มตัวอย่างจากเอกสาร แบบฟอร์ม และฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่
c)
ฟังก์ชันหลักของระบบ ซอฟต์แวร์ทำหน้าที่ตามที่กำหนดไว้
d)
นำข้อมูลที่ได้จากลูกค้าหรือผู้ใช้มาวิเคราะห์ เพื่อจำแนกกลุ่มของความต้องการ
27.
แบบจําลองที่เขียนขึ้นจากข้อกําหนดความต้องการซอฟต์แวร์หรือคําอธิบายระบบ (System Description) คือข้อใด
a)
แบบจำลองความคิด
b)
แบบจำลองการวิเคราะห์
c)
แบบจำลองวิเคราะห์เชิงโครงสร้าง
d)
แบบจำลองการวิเคราะห์เชิงวัตถุ
28.
แผนภาพสวิมเลน มีความหมายว่าอย่างไร
a)
แผนภาพที่เมื่อมีตัวกระตุ้นเหตุการณ์หรือการกระทําเกิดขึ้น อาจเรียกกิจกรรมให้ทํางาน โดยเปลี่ยนจากกิจกรรมหนึ่งไปอีกกิจกรรมหนึ่ง
b)
แผนภาพที่เสริมจากแผนภาพกิจกรรม โดยอธิบายว่าแต่ละกิจกรรมถูกทําโดยคลาสหรือออบเจ็กต์ใด
c)
แผนภาพที่เป็นการกําหนดทางเลือกให้กับกิจกรรม
d)
แผนภาพที่จัดกลุ่มงานหรือกิจกรรมที่มีการทํางานพร้อมกันในลักษณะคู่ขนาน
29.
ประเภทของการดำเนินการของคลาสได้แก่อะไรบ้าง
a)
สาธารณะ ส่วนบุคคล ป้องกัน
b)
ส่วนตัว ป้องกัน แบ่งปัน
c)
ป้องกัน สาธารณะ แบ่งปัน
d)
แบ่งปัน สาธารณะ เปิดเผย
30.
ข้อใดคือความสัมพันธ์ระหว่างคลาสโดยมีการสืบทอดลักษณะประจำและเมธอดจากซูเปอร์คลาสไปยังคลาสย่อย
a)
ความสัมพันธ์แบบ Dependency
b)
ความสัมพันธ์แบบ Aggregation
c)
ความสัมพันธ์แบบ Composition
d)
ความสัมพันธ์แบบ Generalization
31.
แผนภาพการไหลของข้อมูลเชิงตรรกะ (Logical DFD) คือข้อใด
a)
ใช้แสดงรายละเอียดภายในกระบวนการ
b)
ใช้แสดงกระบวนการของระบบในระดับแนวคิด
c)
กระบวนการ วิธีการทำงาน ต้นทาง และปลายทาง
d)
การไหลของข้อมูล
32.
แผนภาพการไหลของข้อมูลเชิงกายภาพ (Physical DFD) คือข้อใด
a)
ใช้แสดงกระบวนการของระบบในระดับแนวคิด
b)
การไหลของข้อมูล
c)
การวิเคราะห์ความต้องการ
d)
ใช้แสดงรายละเอียดภายในกระบวนการ
33.
การไหลของข้อมูล (Data Flow) คือข้อใด
a)
การไหลของข้อมูลจากส่วนหนึ่งไปอีกส่วนหนึ่งของระบบการไหลของข้อมูลใช้เส้นเชื่อมระหว่างเอนทิตี้ภายนอกกระบวนการ และแหล่งเก็บข้อมูล
b)
แสดงถึงขอบเขตของระบบ
c)
ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูล
d)
ถูกทุกข้อ
34.
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่รูปแบบจำลองการวิเคราะห์
a)
แบบจำลองเชิงฉากบรรยาย
b)
แบบจำลองข้อมูลคลาส
c)
แบบจำลองเชิงพฤติกรรม
d)
แบบจำลองเชิงปริมาณ
35.
การใช้ผลิตภัณฑ์ หมายถึงอะไร ?
a)
แบบจำลองความสามารถการ ทำงานของซอฟต์แวร์
b)
ตัวอย่างความสามารถการ ทำงานของซอฟต์แวร์
c)
โครงสร้างความสามารถการ ทำงานของซอฟต์แวร์
d)
มุมมองความสามารถการทำงานของซอฟต์แวร์
36.
การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ หมายถึงอะไร ?
a)
ความสามารถใน การนำซอฟต์แวร์ไปติดตั้งใช้งาน
b)
ความสามารถใน การนำซอฟต์แวร์ไปทดลองใช้งาน
c)
ความสามารถใน การนำซอฟต์แวร์ไปปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างการใช้งาน
d)
ความสามารถใน การนำซอฟต์แวร์ไปสร้างแบบจำลองการใช้งาน
37.
ข้อใดคือการกำหนดสาระสำคัญ
a)
การกำหนดสาระสำคัญเชิงส่วนต่อประสาน
b)
การกำหนดสาระสำคัญเชิงกระบวนคำสั่ง
c)
การกำหนดสาระสำคัญเชิงโครงสร้าง
d)
การกำหนดสาระสำคัญเชิงหลักการ
38.
ข้อใดคือความหมายของการปรับโครงสร้างการออกแบบ
a)
การแยกส่วนประกอบใหม่
b)
กระบวนการทํางานที่ระบุหน้าที่
c)
การออกแบบให้มอดูลมีความเป็นอิสระต่อกัน
d)
การซ่อนรายละเอียดการทํางาน
39.
การออกแบบซอฟต์แวร์มีกี่ประเภท อะไรบ้าง ?
a)
1 ประเภท คือ การออกแบบเชิงสถาปัตยกรรม
b)
3 ประเภท คือ การออกแบบเชิงสถาปัตยกรรม การออกแบบเชิงละเอียด และการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมแบบ Pipes and Filters
c)
2 ประเภท คือ การออกแบบเชิงสถาปัตยกรรม และการออกแบบเชิงละเอียด
d)
4 ประเภท คือ การออกแบบเชิงสถาปัตยกรรม การออกแบบเชิงละเอียด การออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมแบบ Pipes and Filters และการออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมแบบ Call and Return
40.
การออกแบบเชิงสถาปัตยกรรม (Architectural Design) คืออะไร ?
a)
การออกแบบที่มองภาพรวมของซอฟต์แวร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์
b)
การปรับโครงสร้างสถาปัตยกรรมให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้
c)
การออกแบบที่มีลักษณะของโครงสร้างควบคุมลำดับแบบลำดับชั้นและบนลงล่าง
d)
การทำงานคือเครื่องไคลเอนต์ที่อยู่บนเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง
41.
การออกแบบเชิงละเอียด (Detailed Design) เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร ?
a)
การแยกฟังก์ชันเป็นส่วนย่อย
b)
การออกแบบเชิงนำไปปฏิบัติ
c)
การออกชิงสถาปัตยกรรม
d)
การออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมแบบ Client / Server
42.
การเกาะกลุ่มแบบ Functional Cohesion คืออะไร ?
a)
การแบ่งมอดูลที่มีขนาดใหญ่ให้เป็นฟังก์ชันย่อย
b)
การออกแบบให้ภายในมอดูลมีหลายฟังก์ชันที่ทำหน้าที่แยกจากกัน
c)
การออกแบบให้ฟังก์ชันภายในมอดูลทำงานแบบเรียงลำดับ
d)
การออกแบบให้มอดูลทำงานเพียงฟังก์ชันเดียว
43.
การออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้เรียกอีกชื่อว่าอะไร
a)
การออกแบบระบบ
b)
การออกแบบโครงสร้าง
c)
การออกแบบจอภาพ
d)
การออกแบบขอบเขต
44.
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ปัจจัยหลักของแบบจำลอง GOMS
a)
เป้าหมาย
b)
ตัวดำเนินการ
c)
ระเบียบวิธี
d)
ความเป็นสากล
45.
ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่กฎบัญญัติ 3 ข้อ ของ Theo Mandel
a)
ผู้ควบคุมการทำงานของระบบ
b)
ลดภาระการจดจำของผู้ใช้
c)
ผู้ใช้สามารถติดต่อกับระบบปฏิบัติการโดยตรง
d)
สร้างส่วนต่อประสานให้สอดคล้องกัน
46.
การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ มีอะไรบ้าง
a)
ข้อมูลนำเข้าแบบกลุ่ม ข้อมูลนำเข้าแบบออนไลน์
b)
ข้อมูลนำเข้าแบบย่อย ข้อมูลนำเข้าแบบกลุ่ม
c)
ข้อมูลนำเข้าแบบเดียว ข้อมูลนำเข้าแบบคู่
d)
ข้อมูลนำเข้าแบบผสม
47.
ข้อใด้ไม่ใช่แบบจำลองการวิเคราะห์และการออกแบบส่วนต่อประสาน
a)
แบบจำลองการออกแบบ
b)
แบบจำลองผู้ตรวจสอบ
c)
แบบจำลองจิตใจหรือการรับรู้ระบบ
d)
แบบจำลองการนำไปปฏิบัติ
48.
ข้อใดไม่ใช้กฎของ Shneiderman & Plaisant
a)
สร้างปุ่มทางลัด และวางคำโต้ตอบใกล้กับข้อความ
b)
นำผลป้อนกลับไปปรับปรุงการออกแบบและมีการทำงานแบบยกเลิก
c)
มีการจัดลำดับชั้นส่วนต่อประสานให้สลับซับซ้อน
d)
มีการความคุมตำแหน่งภายในหน้าจอและลดการใช้งานในหน่วยความจำระยะสั้น
49.
แนวทางในการทดสอบซอฟต์แวร์ ต้องพิจารณาถึงข้อใดเป็นหลัก
a)
การใช้งานซอฟต์แวร์
b)
การทำงานของซอฟต์แวร์
c)
การประเมินผลของผลลัพธ์
d)
การตรวจสอบซอฟต์แวร์
50.
ก่อนเริ่มทดสอบซอฟต์แวร์ นักทดสอบระบบควรตรวจสอบสิ่งใดก่อน เพื่อลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
a)
ตรวจสอบเอกสารทั้งหมด
b)
ตรวจสอบร่างกายนักทดสอบ
c)
ตรวจสอบข้อพกพร่องของซอฟต์แวร์
d)
ตรวจสอบแผนงาน
51.
ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับความหมายของ Module / Unit Testing
a)
เป็นการทดสอบส่วนต่อระหว่างมอดูล
b)
ลดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและพิจารณาผลลัพธ์
c)
เป็นการทดสอบและยอมรับ
d)
เป็นการทดสอบแบบบนลงล่าง
52.
ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุดเกี่ยวกับความหมายของ Integration Testing
a)
เป็นการทดสอบส่วนต่อประสานต่อมอดูลโดยไม่จำเป็นต้องรอให้ทดสอบมอดูลเสร็จ
b)
เป็นขั้นตอนที่ทำหน้าที่หลังจากการทดสอบมอดูลหรือระดับหน่วย
c)
เป็นการทดสอบความผิดพลาดที่เกิดขึ้นระหว่างทำงาน
d)
เป็นการทดสอบประสิทธิภาพของมอดูล
53.
Basis Path Testing เป็นเทคนิคใดของการทดสอบ
a)
เป็นเทคนิคการทดสอบแบบกล่องดำวิธีหนึ่ง
b)
เป็นเทคนิคการทดสอบแบบกล่องขาววิธีหนึ่ง
c)
เป็นเทคนิคการทดสอบข้อความคำสั่งโปรแกรม
d)
เป็นเทคนิคการทดสอบโครงสร้าง
54.
การทดสอบแบบกล่องดำ มีชื่อเรียกอีกชื่อว่าการทดสอบแบบใด
a)
การทดสอบเชิงตรรกะ
b)
การทดสอบเชิงนิเวศน์
c)
การทดสอบเชิงวิเคราะห์
d)
การทดสอบเชิงฟังก์ชัน
55.
การทดสอบแบบแซนด์วิชเป็นการทดสอบแบบใด
a)
แบบบนลงล่างและล่างขึ้นบนเข้าด้วยกัน
b)
แบบล่างไปจนสุด
c)
แบบบนไปจนสุด
d)
เป็นการทดสอบตามแนวลึก
56.
การทดสอบแบบกล่องขาว (White-Box Testing) เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร
a)
การทดสอบกล่องใส
b)
การจัดการความผิดพลาด
c)
การครอบคลุมของการทดสอบ
d)
การทดสอบแบบกล่องแก้ว
57.
การทดสอบแบบเบต้า (Beta-Testing) คืออะไร
a)
การทดสอบระบบโดยใช้ข้อมูลสมมุติ
b)
การทดสอบความสมบูรณ์ของระบบโดยใช้ข้อมูลจริง
c)
การทดสอบการยอมรับของระบบโดยใช้ข้อมูลสมมุติ
d)
การทดสอบการยอมรับของระบบโดยใช้ข้อมูลจริง
58.
การตรวจตลอด คือ อะไร
a)
การทบทวนแบบไม่เป็นทางการ ไม่มีการกำหนดเวลาที่แน่นอน และไม่มีผลลัพธ์ ที่จับต้องได้
b)
การตรวจสอบ เพื่อหาข้อบกพร่องและลดค่าใช้จ่าย
c)
การทดสอบระบบโดยคำนึงถึงสิ่งที่แก้ไขระหว่างเพื่อนร่วมงาน
d)
การทดสอบเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องของนักเขียนโปรแกรม