wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

6.แบบฝึกเรื่อง กฎบางประการของความน่าจะเป็น

Total questions: 32

Worksheet time: 2hrs 36mins

Name
Class
Date
1.

กฎข้อที่ 1. ถ้า E1 และ E2 เป็นเหตูการณ์ใดๆใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E1⋃E2) = P(E1) +P(E2) - P(E1⋂E2)

โจทย์ กำหนดให้ E1และ E2 แทนเหตูการณ์ โดยที่ P(E1)=⅜ และ P(E2) =½ และ P(E1∩E2) = ¼ จงหา P(E1⋃E2) เท่ากับข้อใด

a)

b)

c)

d)

2.

กฎข้อที่ 2. ถ้า E1 และ E2 เป็นเหตูการณ์ที่ไม่เกิดร่วมกันใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E1⋃E2) = P(E1) +P(E2)

โจทย์ กำหนดให้ E1และ E2 แทนเหตูการณ์ โดยที่ P(E1)=⅜ และ P(E2) =½ และ P(E1∩E2) = 0 จงหา P(E1⋃E2) เท่ากับข้อใด

a)

7/8

b)

5/8

c)

3/8

d)

1/8

3.

กฎข้อที่ 3. ถ้า E1 และ E2 เป็นเหตูการณ์ใดๆใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E1-E2) = P(E1) - P(E1⋂E2)

โจทย์ กำหนดให้ E1และ E2 แทนเหตูการณ์ โดยที่ P(E1)=⅜ และ P(E2) =½ และ P(E1∩E2) = ¼ จงหา P(E1-E2) เท่ากับข้อใด

a)

1/8

b)

3/8

c)

1/4

d)

3/4

4.

กฎข้อที่ 4. ถ้า Eเป็นเหตูการณ์ใดๆใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E) + P(E' )= 1

โจทย์ กำหนดให้ E1และ E2 แทนเหตูการณ์ โดยที่ P(E1)=⅜ และ P(E2) =½ และ P(E1∩E2) = ¼ จงหา P(E1)' เท่ากับข้อใด

a)

5/8

b)

1/8

c)

3/8

d)

7/8

5.

กฎข้อที่ 4. ถ้า Eเป็นเหตูการณ์ใดๆใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E) + P(E' )= 1

โจทย์ กำหนดให้ E1และ E2 แทนเหตูการณ์ โดยที่ P(E1)=⅜ และ P(E2) =½ และ P(E1∩E2) = ¼ จงหา P(E2)' เท่ากับข้อใด

a)

1/2

b)

3/4

c)

3/8

d)

5/8

6.

กฎข้อที่ 4. ถ้า Eเป็นเหตูการณ์ใดๆใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E) + P(E' )= 1

โจทย์ กำหนดให้ E1และ E2 แทนเหตูการณ์ โดยที่ P(E1)=⅜ และ P(E2) =½ และ P(E1∩E2) = ¼ จงหา P(E1∩E2)' เท่ากับข้อใด

a)

3/4

b)

1/2

c)

3/5

d)

3/8

7.

กฎข้อที่ 4. ถ้า Eเป็นเหตูการณ์ใดๆใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E) + P(E' )= 1

โจทย์ กำหนดให้ E1และ E2 แทนเหตูการณ์ โดยที่ P(E1)=⅜ และ P(E2) =½ และ P(E1∩E2) = ¼ จงหา P(E1UE2)' เท่ากับข้อใด

a)

3/8

b)

5/8

c)

1/4

d)

3/4

8.

กฎข้อที่ 4. ถ้า Eเป็นเหตูการณ์ใดๆใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E) + P(E' )= 1

โจทย์ กำหนดให้ E แทนเหตุการณ์ ซึ่งทำให้อัตราส่วน P(E) : P(E') = 3:2 จงหา P(E)

a)

3/5

b)

2/5

c)

1/4

d)

3/4

9.

กฎข้อที่ 4. ถ้า Eเป็นเหตูการณ์ใดๆใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E) + P(E' )= 1

โจทย์ กำหนดให้ E แทนเหตูการณ์ ซึ่งทำให้อัตราส่วน P(E) : P(E') = 3:2 จงหา P(E')

a)

2/5

b)

3/5

c)

1/4

d)

3/4

10.

กฎข้อที่ 4. ถ้า Eเป็นเหตูการณ์ใดๆใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E) + P(E' )= 1

โจทย์ กำหนดให้ E แทนเหตูการณ์ ซึ่งทำให้อัตราส่วน P(E) : P(E') = m:n จงหา P(E) (ข้อนี้สรุปเป็นสูตรได้เลย)

a)

m/(m+n)

b)

n/(m+n)

c)

(m+n)/m

d)

(m+n)/n

11.

กฎข้อที่ 4. ถ้า Eเป็นเหตูการณ์ใดๆใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E) + P(E' )= 1

โจทย์ กำหนดให้ E แทนเหตูการณ์ ซึ่งทำให้อัตราส่วน P(E) : P(E') = m:n จงหา P(E') (ข้อนี้สรุปเป็นสูตรได้เลย)

a)

n/(m+n)

b)

m/(m+n)

c)

(m+n)/m

d)

{n+m)/n

12.

กฎข้อที่ 1. ถ้า E1 และ E2 เป็นเหตูการณ์ใดๆใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E1⋃E2) = P(E1) +P(E2) - P(E1⋂E2)

โจทย์ ถ้าดึงไพ่ 1 ใบ จากไพ่สำรับหนึ่งมี 52 ใบ จงหาความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่จะได้ไพ่โพดำหรือแต้ม A

a)

4/13

b)

9/13

c)

5/13

d)

8/13

13.

กฎข้อที่ 1. ถ้า E1 และ E2 เป็นเหตูการณ์ใดๆใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E1⋃E2) = P(E1) +P(E2) - P(E1⋂E2)

โจทย์ จากการโยนลูกเต๋า 2 ลูก 1 ครั้งจงหาความน่าจะเป็นที่แต้มลูกเต๋ารวมกันได้ 10 หรือหน้าเหมือนกัน

a)

2/9

b)

7/9

c)

2/3

d)

1/3

14.

กฎข้อที่ 1. ถ้า E1 และ E2 เป็นเหตูการณ์ใดๆใน แซมเปิลสเปซ S แล้ว P(E1⋃E2) = P(E1) +P(E2) - P(E1⋂E2)

โจทย์ จากการโยนลูกเต๋า 2 ลูก 1 ครั้งจงหาความน่าจะเป็นที่แต้มลูกเต๋ารวมกันได้ เป็นจำนวนคู่ หรือมีลูกหนึ่งขึ้นแต้ม 6

a)

2/3

b)

1/3

c)

2/9

d)

7/9

15.

นักเรียนห้องหนึ่งมี 40 คน จากการสำรวจพบว่ามีนักเรียนสายตาสั้น 15 คน มีนักเรียนที่เป็นโรคฟัน 20 คน และมีนักเรียนเป็นทั้ง 2 โรค 4 คน ถ้าครูสุ่มนักเรียนมา 1คน จงหาความน่าจะเป็นที่ได้นักเรียนที่เป็นโรคฟันหรือสายตาสั้น

a)

31/40

b)

9/40

c)

27/40

d)

13/40

16.

นักเรียนห้องหนึ่งมี 40 คน จากการสำรวจพบว่ามีนักเรียนสายตาสั้น 15 คน มีนักเรียนที่เป็นโรคฟัน 20 คน และมีนักเรียนเป็นทั้ง 2 โรค 4 คน ถ้าครูสุ่มนักเรียนมา 1คน จงหาความน่าจะเป็นที่ได้นักเรียนที่ไม่เป็นโรคฟันและไม่สายตาสั้น

a)

9/40

b)

31/40

c)

13/40

d)

27/40

17.

สุพลเข้าสอบสองวิชา คือ คณิตศาสตร์ และ ภาษาไทย พบว่า ความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผ่านวิชาคณิตศาสตร์เท่ากับ 2/5 ความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบตกวิชาภาษาไทยเท่ากับ 2/3 และความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผ่านอย่างน้อย1 วิชาเท่ากับ 3/5 จงหาความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผ่านทั้ง 2 วิชาเป็นเท่าใด

a)

2/15

b)

13/15

c)

1/3

d)

2/3

18.

สุพลเข้าสอบสองวิชา คือ คณิตศาสตร์ และ ภาษาไทย พบว่า ความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผ่านวิชาคณิตศาสตร์เท่ากับ 2/5 ความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผ่านวิชาภาษาไทยเท่ากับ 2/3 และความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผิานอย่างน้อย1 วิชาเท่ากับ 3/5 จงหาความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผ่านอย่างมาก 1 วิชาเป็นเท่าใด

a)

13/15

b)

2/15

c)

7/15

d)

8/15

19.

สุพลเข้าสอบสองวิชา คือ คณิตศาสตร์ และ ภาษาไทย พบว่า ความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผ่านวิชาคณิตศาสตร์เท่ากับ 2/5 ความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผ่านวิชาภาษาไทยเท่ากับ 2/3 และความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผ่านอย่างน้อย1 วิชาเท่ากับ 3/5 จงหาความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผ่านวิชาคณิตศาสตร์แต่ตกภาษาไทยเป็นเท่าใด

a)

4/15

b)

11/15

c)

7/15

d)

8/15

20.

สุพลเข้าสอบสองวิชา คือ คณิตศาสตร์ และ ภาษาไทย พบว่า ความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผ่านวิชาคณิตศาสตร์เท่ากับ 2/5 ความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผ่านวิชาภาษาไทยเท่ากับ 2/3 และความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบผานอย่างน้อย1 วิชาเท่ากับ 3/5 จงหาความน่าจะเป็นที่เขาจะสอบตกวิชาคณิตศาสตร์แต่สอบผ่านภาษาไทยเป็นเท่าใด

a)

1/5

b)

4/5

c)

2/5

d)

3/5

21.

ในการโยนลูกเต๋า 6 ลูก 1 ครั้ง ความน่าจะเป็นที่จะได้ผลรวมของแต้มบนหน้าลูกเต๋าเป็น 35

a)

1/36

b)

1/216

c)

1/64

d)

1/65

22.

จากการกระจาย (a+b)6 ความน่าจะเป็นที่จะเกิดพจน์ a4b2 ตรงกับข้อใด

a)

1/7

b)

1/6

c)

15/64

d)

17/64

23.

ในการกระจาย (a+b+c+d)8 จะได้จำนวนพจน์ออกมาหลายพจน์ถ้าเลือกสุ่มเอาพจน์เหล่านี้มา 1 พจน์ จงหาความน่าจะเป็นที่พจน์นั้นมี ab2 อยู่เสมอ ตรงกับข้อใด

a)

63/128

b)

3/165

c)

4/165

d)

6/165

24.

ความน่าจะเป็นที่นาย ก. นาย ข . และนาย ค. จะสอบได้เกรด 4. ในวิชาคณิตศาสตร์เป็น 0.5, 0,6 และ 0.8 ตามลำดับ จงหาความน่าจะเป็นทั้งสามคนสอบได้เกรด 4 อย่างน้อย 2 คน

a)

0.46

b)

0.56

c)

0.66

d)

0.70

25.

จากเซตของตัวเลข { 0,1,2,3,4,5,6} นำมาสร้างเลข 3 หลัก โดยห้ามใช้ตัวเลขซำ้กันแล้วสุ่มตัวเลขมา 1 จำนวน จงหาความน่าจะเป็นได้ตัวเลขมีค่าน้อยกว่า 320

a)

3/7

b)

2/9

c)

1/3

d)

7/18

26.

ในกล่องใบหนึ่งมีลูกบอลสีแดง 3 ลูก และสีขาว 4 ลูก สุ่มหยิบลูกบอลมา 3 ลูกโดยหยิบทีละลูกแล้วไม่ใส่คืนกล่องก่อนหยิบลูกต่อไป จงหาความน่าจะเป็นที่จะได้สีขาวทั้ง 3 ลูก

a)

4/35

b)

31/35

c)

4/343

d)

3/343

27.

ในกล่องใบหนึ่งมีลูกบอลสีแดง 3 ลูก และสีขาว 4 ลูก สุ่มหยิบลูกบอลมา 3 ลูกโดยหยิบทีละลูกแล้วไม่ใส่คืนกล่องก่อนหยิบลูกต่อไป จงหาความน่าจะเป็นที่จะได้สีแดงทั้ง 3 ลูก

a)

1/35

b)

4/35

c)

1/7

d)

2/7

28.

ในกล่องใบหนึ่งมีลูกบอลสีแดง 3 ลูก และสีขาว 4 ลูก สุ่มหยิบลูกบอลมา 3 ลูกโดยหยิบทีละลูกแล้วไม่ใส่คืนกล่องก่อนหยิบลูกต่อไป จงหาความน่าจะเป็นที่จะได้สีแดง,ขาว,แดง ตามลำดับ

a)

4/35

b)

31/35

c)

1/35

d)

34/35

29.

ในกล่องใบหนึ่งมีลูกบอลสีแดง 3 ลูก และสีขาว 4 ลูก สุ่มหยิบลูกบอลมา 3 ลูกโดยหยิบทีละลูกแล้วไม่ใส่คืนกล่องก่อนหยิบลูกต่อไป จงหาความน่าจะเป็นที่จะได้สีขาว1 ลูกและสีแดง 2 ลูก

a)

12/35

b)

23/35

c)

4/35

d)

1/7

30.

มีสลาก 14 ใบ มีหมายเลขกำกับไว้ทุกใบ โดยมีหมายเลขที่เป็นจำนวนบวก 7 ใบ จำนวนลบ 1 ใบ และหมายเลขศูนย์ 1 ใบ ถ้าสุ่มหยิบออกมา 4 ใบ ความน่าจะเป็นที่จะได้ผลคูณเป็น 0 ตรงกับข้อได้

a)

6591\frac{65}{91}

b)

2691\frac{26}{91}

c)

2591\frac{25}{91}

d)

7691\frac{76}{91}

31.

มีสลาก 14 ใบ มีหมายเลขกำกับไว้ทุกใบ โดยมีหมายเลขที่เป็นจำนวนบวก 7 ใบ จำนวนลบ 1 ใบ และหมายเลขศูนย์ 1 ใบ ถ้าสุ่มหยิบออกมา 4 ใบ ความน่าจะเป็นที่จะได้ผลคูณเป็น บวก ตรงกับข้อได้

a)

3661001\frac{366}{1001}

b)

3651001\frac{365}{1001}

c)

6361001\frac{636}{1001}

d)

6651001\frac{665}{1001}

32.

มีสลาก 14 ใบ มีหมายเลขกำกับไว้ทุกใบ โดยมีหมายเลขที่เป็นจำนวนบวก 7 ใบ จำนวนลบ 1 ใบ และหมายเลขศูนย์ 1 ใบ ถ้าสุ่มหยิบออกมา 4 ใบ ความน่าจะเป็นที่จะได้ผลคูณเป็น ลบ ตรงกับข้อได้

a)

6511001\frac{651}{1001}

b)

3511001\frac{351}{1001}

c)

3501001\frac{350}{1001}

d)

6501001\frac{650}{1001}