wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ลิลิตตะเลงพ่าย

Total questions: 37

Worksheet time: 21mins

Name
Class
Date
1.

ผู้แต่งเรื่องลิลิตตะเลงพ่ายคือใคร

a)

รัชกาลที่ ๑

b)

รัชกาลที่ ๓

c)

กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

d)

รัชกาลที่ ๒

2.

ลิลิตตะเลงพ่ายแต่งด้วยคำประพันธ์ในข้อใด

a)

โคลงสี่สุภาพ

b)

ลิลิตสุภาพ

c)

ร่ายสุภาพ

d)

โคลงสองสุภาพ

3.

การทำสงครามยุทธหัตถีในเรื่องลิลิตตะเลงพ่ายเกิดขึ้นที่ไหน

a)

ตำบลโคกเผาข้าว

b)

ตำบลหนองโสน

c)

ตำบลตระพังตรุ

d)

ตำบลพนมทวน

4.

ข้อใดเป็นจุดประสงค์ของเรื่องลิลิตตะเลงพ่าย

a)

เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรที่ได้รับชัยชนะ

b)

เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของการทำยุทธหัตถี

c)

เพื่อให้เห็นแบบอย่างของการทำสงครามในอดีต

d)

เพื่อแสดงความสามารถในเชิงกวี

5.

แนวคิดสำคัญที่ได้จากเรื่องลิลิตตะเลงพ่ายคือข้อใด

a)

ความมีขันติ

b)

ความกล้าหาญ

c)

ความมีเมตตา

d)

ความเพียรพยายาม

6.

พระสุบินของสมเด็จพระนเรศวรเป็นประเภทใด

a)

บุพนิมิต

b)

จิตนิวรณื

c)

เทพสังหรณ์

d)

ธาตุโขภ

7.

ข้อใดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้พระมหาอุปราชาออกรบกับสมเด็จพระนเรศวร

a)

ความอับอายแม่ทัพ

b)

ความมีขัตติยะมานะในหน้าที่

c)

ความหวาดกลัวพระราชอาญา

d)

ความปรารถนาในเกียรติยศ

8.

คำว่า "ลิลิต" คือคำประพันธ์ในข้อใด

a)

แต่งกาพย์และโคลงสลับกัน

b)

แต่งกลอนและกาพย์สลับกัน

c)

แต่งกลอนและโคลงสลับกัน

d)

แต่งร่ายกับโคลงสลับกัน

9.

ในการแต่งลิลิตมักแต่งขึ้นต้นด้วยคำประพันธ์ใดเป็นอันดับแรก

a)

กลอน

b)

ร่าย

c)

โคลง

d)

ฉันท์

10.

คำว่า "สงครามยุทธหัตถี" คืออะไร

a)

การรบบนหลังช้างแบบตัวต่อตัวระหว่างวีรกษัตริย์

b)

การรบบนหลังม้าแบบตัวต่อตัวระหว่างวีรกษัตริย์

c)

การรบแบบตัวต่อตัวของยอดขุนศึก

d)

การท้ารบบนหลังช้างระหว่างกษัตริย์

11.

เรื่องลิลิตตะเลงพ่ายเป็นการทำสงครามยุทธหัตถีระหว่างใครกับใคร

a)

สมเด็จพระเอกาทศรถกับพระเจ้านันทบุเรง

b)

สมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา

c)

สมเด็จพระมหาจักรพรรดิกับพระมหาอุปราชา

d)

สมเด็จพระนเรศวรกับพระมหาอุปราชา

12.

ข้อใดคือสาเหตุที่ทำให้พระมหาอุปราชาไม่ต้องการยกทัพไปรบกับสมเด็จพระนเรศวร

a)

เกรงคชนเรศวร มิบังควรหาญสู้

b)

ห่วงบรรดาสนมนาง จักจืดจางสวาท

c)

องค์ปิตุเรศชรานัก ควรฤาจักไกลห่าง

d)

โหรควรคงทำนาย ทายพระเคราะห์ถึงฆาต

13.

ข้อใดใช้โวหารภาพพจน์เลียนเสียงธรรมชาติ (สัทพจน์) ในการประพันธ์

a)

ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราช เยียววิวาทชิงฉัตร

b)

เพื่อกษัตริย์สองสู้ บร้างรู้เหตุผล

c)

ชันหูชูหางแล่น แปร้นแปร๋แลคะไขว่

d)

บาทอย่างใหญ่ดุ่มด่วน ป่วนกิริยาร่าเริง

14.

การทำพิธีทางไสยศาสตร์ตัดไม้ข่มนามก่อนเคลื่อนทัพนั้นมีจุดประสงค์อย่างไร

a)

เพื่อเป็นการบำรุงขวัญทหาร

b)

เพื่อเป็นการบั่นทอนกำลังใจข้าศึก

c)

เพื่อเป็นสาปแช่งคู่ต่อสู้ให้แพ้สงคราม

d)

เพื่อให้ทหารกลัวอำนาจศักดิ์สิทธิ์จะได้กล้ารบ

15.

"สงครามยุทธหัตถี"ตรงกับรัชสมัยของกษัตริย์พม่าพระองค์ใด

a)

พระเจ้านันทบุเรง

b)

พระเจ้าบุเรงนอง

c)

พระเจ้าเม็งกะยินโย

d)

พระเจ้าตะเบงชะเวตี้

16.

"อุรารานร้าวแยก ยลสยบ

เอนพระองค์ลงทบ ท่าวดิ้น

เหนือคอคชซอนซบ สังเวช

วายชีวาตม์สุดสิ้น สู่ฟ้าเสวยสวรรค์"

จากร้อยกรองข้างต้นตรงกับรสวรรณคดีไทยข้อใด

a)

เสาวรจนี

b)

นารีปราโมทย์

c)

พิโรธวาทัง

d)

สัลลาปังคพิสัย

17.

พระเจ้านันทบุเรงโปรดให้พระมหาอุปราชานำกองทัพทหารมาตีอยุธยาจำนวนเท่าใด

a)

สี่แสนคน

b)

สองแสนคน

c)

สามแสนคน

d)

สองแสนสี่หมื่นคน

18.

สมเด็จพระนเรศวรทรงช้างนามว่าอะไร

a)

พลายชุมพล

b)

พลายพัทธกอ

c)

เจ้าพระยาไชยานุภาพ

d)

เจ้าพระยาปราบไตรจักร

19.

คนที่นั่งตรงกลางช้างทำหน้าที่อะไรเวลาออกทำศึก

a)

คอยวางแผนและจัดทัพเมื่อเผชิญหน้ากับข้าศึก

b)

คอยบังคับช้างให้ไปในทิศทางที่ต้องการ

c)

คอยสั่งให้ช้างเดินหน้าและถอยทัพขณะรบกับข้าศึก

d)

ถือแพนหางนกยูงซ้ายขวาโบกเป็นสัญญาณและส่งอาวุธให้แม่ทัพ

20.

การจัดทัพตามตำราพิชัยสงครามของไทยทที่ไม่มีจอมปลวกอยู่บิเวณนั้น

a)

ครุฑนาม

b)

สีหนาม

c)

คชนาม

d)

มุสิกนาม

21.

“พระตรีโลกนาถแผ้ว เผด็จมาร

เฉกพระราชสมภาร พี่น้อง

เสด็จไร้พิริยะราญ อรินาศ ลงนา

เสนอพระยศยินก้อง เกียรติท้าวทุกภาย”

คำประพันธ์นี้แสดงความคิดเกี่ยวกับเรื่องใด

a)

ความสูงส่งของกษัตริย์

b)

การยอพระเกียรติกษัตริย์

c)

ความจงรักภักดีต่อกษัตริย์

d)

ความเกรงกลัวอำนาจกษัตริย์

22.

ขนบของการแต่งลิลิตคืออะไร

a)

มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับวีรกรรมของวีรบุรุษ

b)

มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับวีรกรรมของผู้แต่ง

c)

ผู้แต่งจะต้องได้รับพระบรมราชานุญาตให้แต่งลิลิตเรื่องนั้น ๆ ขึ้น

d)

เริ่มต้นเป็นร่ายกล่าวถึงพระเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์

23.

ข้อความต่อไปแสดงความรู้สึกอย่างไรของบุคคลในเรื่อง

“สงครามครานี้หนัก ใจเจ็บ ใจนา

เรียมเร่งแหนงหนาวเหน็บ อกโอ้

ลูกตาย ฤ ใครเก็บ ผีฝาก พระเอย

ผีจักเท้งที่โพล้ ที่เพล้ใครเผา”

a)

ความคับแค้น

b)

ความเปล่าเปลี่ยว

c)

ความหวาดหวั่น

d)

ความเศร้าโศก

24.

คำว่า สมร ในข้อใดมีความหมายแตกต่างจากข้ออื่น

a)

หอบธุมางค์จางจ้า จรัสด้าวแดนสมร

b)

ปวงทัพปลูกค่ายสร้าง กลางสมร

c)

เรียมจักร้างรสแคล้ว คลาดเคล้าคลาสมร

d)

สองฝ่ายกาญใช่ช้า คือสีห์สู้สีห์กล้า

ต่อแกล้วในกลาง สมรนา

25.

คำประพันธ์ในข้อใดใช้คำเลียนเสียงเป็นกลวิธีในการประพันธ์

a)

ดูคะคลาคะคล่ำ บ่รู้กี่ส่ำสับสน

b)

ศรต่อศรยิงปืน ปืนต่อปืนยิงยัน

c)

เงื้อดาบฟันฉะฉาด ง่าง้าวฟาดฉะฉับ

d)

อุดอึงโห่เอาฤกษ์ เอิกอึงโห่เอาชัย

26.

ข้อใดให้ภาพต่างจากข้ออื่น

a)

โถมปะทะไป่ทัน เหยียบยั้ง

b)

แว้งเหวี่ยงเศียรสะบัด ตกใต้

c)

ถึงพิราลัยลาญ ชีพมล้าง

d)

บัดราชฟาดแสงพล พ่ายฟ้อน

27.

“นุสนธิ์ซึ่งน่านน้ำ นองพนา สณฑ์เอย

หนปัจฉิมทิศา ท่วมไซร้

คือทัพอริรา- มัญหมู่ นี้นา

สมดั่งลักษณ์ฝันไท้ ธเรศนั้นอย่างแหนง”

คำประพันธ์ข้างต้น ใช้ภาพพจน์ใด

a)

อธิพจน์

b)

อุปลักษณ์

c)

สัญลักษณ์

d)

บุคลาธิษฐาน

28.

ข้อใดไม่มีคำที่แสดงถึงความเป็นกษัตริย์

a)

เทวัญแสดงเหตุให้ สังหร เห็นแฮ

b)

ภูธรเมิลอมิตรไท้ ธำรง สารแฮ

c)

อ้าจอมจักรพรรดิผู้ เพ็ญยศ

d)

นฤบดีโถมถีบสู้ ศึกธาร

29.

ข้อใดมีคำที่ไม่ใช่พวกเดียวกัน

a)

สลัดได สละ ระกำ สายหยุด

b)

ลบองเลบง อังกุศ ธนู กระลึงกระลอก

c)

อมิตร ไพรี พาธา เสี้ยน

d)

ภูธร พระปิ่นปักธาษตรี บพิตร ภูธเรศ

30.

“ว่านครรามินทร์ ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราช เยียววิวาทชิงฉัตร เพื่อกษัตริย์สองสู้……..” คำว่า“กษัตริย์สอง” หมายถึงบุคคลในข้อใด

a)

พระเจ้าบุเรงนองกับพระมหาอุปราชา

b)

พระเจ้านันทบุเรงกับพระเจ้าตะเบงชะเวตี้

c)

พระมหาอุปราชากับสมเด็จพระนเรศวรฯ

d)

สมเด็จพระนเรศวรฯกับสมเด็จพระเอกาทศรถ

31.

“ว่านครรามินทร์ ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราช เยียววิวาทชิงฉัตร เพื่อกษัตริย์สองสู้……..” คำว่า “นครรามินทร์” หมายถึงเมืองใด

a)

เมืองอู่ทอง

b)

เมืองกาญจนบุรี

c)

กรุงหงสาวดี

d)

กรุงศรีอยุธยา

32.

“อุรารานร้าวแยก ยลสยบ

เอนพระองค์ลงทบ ท่าวดิ้น

เหนือคอคชซอนซบ สังเวช

วายชิวาตม์สุดสิ้น สู่ฟ้าเสวยสวรรค์”

จากบทอาขยานนี้กล่าวถึงเนื้อหาตอนใด

a)

ทัพหงสาวดีแตก

b)

ลมพัดฉัตรของพระมหาอุปราชาหัก

c)

พระมหาอุปราชาสิ้นพระชนม์บนคอช้าง

d)

พระมหาอุปราชาหนักพระทัยเรื่องสงคราม

33.

คำกล่าวว่า “เอาพัสตราสตรี สวมอินทรีย์สร่างเคราะห์” หมายความตรงกับข้อใด

a)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วจะได้ไม่ต้องไปรบ

b)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วเคราะห์จะได้ลดน้อยลง

c)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วจะได้ป้องกันเคราะห์ร้าย

d)

จงนำเสื้อผ้าสตรีมาใส่แล้วจะเป็นการสะเดาะเคราะห์

34.

“นฤบดีโถมถีบสู้ ศึกธาร

ฟอนฟาดสุงสุมาร มอดม้วย

สายสินธุ์ซึ่งนองพนานต์ หายเหือด แห้งแฮ

พระเร่งปรีดาด้วย เผด็จเสี้ยนเศิกกษัย”

คำประพันธ์บทนี้กล่าวถึงเรื่องใด มีความหมายอย่างไร

a)

นิมิตบอกเหตุ : ความมีชัยต่อศัตรู

b)

การปราบจระเข้ : ความพ่ายแพ้ของข้าศึก

c)

น้ำป่าหลากท่วมทัพข้าศึก : การไม่ต้องเสียกำลังรบ

d)

การต่อสู้อย่างดุเดือดของสมเด็จพระนเรศวรฯ : พระมหาอุปราชาขาดคอช้าง

35.

6.คำว่า “ฉัตร” ในข้อใดมีความหมายต่างจากข้ออื่น

a)

ครบสิบหกฉัตรทรง เทริดกล้า

b)

ผลัดแผ่นดินเปลี่ยนราช เยียววิวาทชิงฉัตร

c)

หวนหอบหักฉัตร คชขาด ลงแฮ

d)

เถลิงฉัตรจัตุรพิรีย์ เรียงคั่ง ขูแฮ

36.

7. อ้าจอมจักรพรรดิผู้ เพ็ญยศ

แม้พระเสียเอารส แก่เสี้ยน

จักเจ็บอุระระทด ทุกข์ใหญ่ หลวงนา

ถนัดดั่งพาหาเหี้ยน หั่นกลิ้งไกลองค์

ณรงค์นเรศวร์ด้าว ดัสกร

ใครจักอาจออกรอน รบสู้

เสียดายแผ่นดินมอญ พลันมอด ม้วยแฮ

เหตุบ่มีมือผู้ อื่นต้านทานเข็ญ

ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ลักษณะของพระมหาอุปราชาซึ่งปรากฏอยู่ในบทรำพันที่ยกมา

a)

ขี้ขลาด

b)

เคารพรักบิดา

c)

รับผิดชอบต่อหน้าที่

d)

รักแผ่นดินเกิด

37.

8. อ้าจอมจักรพรรดิผู้ เพ็ญยศ

แม้พระเสียเอารส แก่เสี้ยน

จักเจ็บอุระระทด ทุกข์ใหญ่ หลวงนา

ถนัดดั่งพาหาเหี้ยน หั่นกลิ้งไกลองค์

ณรงค์นเรศวร์ด้าว ดัสกร

ใครจักอาจออกรอน รบสู้

เสียดายแผ่นดินมอญ พลันมอด ม้วยแฮ

เหตุบ่มีมือผู้ อื่นต้านทานเข็ญ

จากข้อความที่ยกมานี้ สามารถคาดคะเนความรู้สึกใดที่ซ่อนเร้นอยู่ในจิตใจของพระมหาอุปราชา

a)

ความกลัวตาย

b)

ความกลัวแพ้

c)

ความกลัวเสียหน้า

d)

ความกลัวบิดาผิดหวัง