wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

การสอบบัญชี

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของการสอบบัญชี

a)

ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ ต่อการตัดสินใจเชิงเศรษฐกิจแก่ผู้ใช้งบการเงิน

b)

ให้ข้อเสนอแนะและคำปรึกษาแก่ผู้ใช้งบการเงิน

c)

ตรวจข้อทุจริตและข้อผิดพลาดในงบการเงิน

d)

แสดงความคิดเห็นว่างบการเงิน แสดงฐานะการเงินและผลการดำเนินงานโดยถูกต้อง ตามที่ควรในสาระสำคัญตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินหรือไม่เพียงใด

2.

ข้อใดเป็นผู้รับผิดชอบต่อความถูกต้องครบถ้วนของงบการเงิน

a)

ผู้ทำบัญชี

b)

ผู้อำนวยการฝ่าย บัญชี

c)

ผู้บริหารของกิจการ

d)

ผู้สอบบัญชี รับอนุญาต

3.

Cut-off หมายถึงรายการใด

a)

การจัดประเภทรายการที่ถูกต้อง

b)

รายการหรือเหตุการณ์ได้บันทึก ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ถูกต้อง

c)

รายการเกิดขึ้นจริงของรายการ

d)

ความ ครบถ้วนของรายการ

4.

ข้อใดคือผลงานของผู่สอบบัญชี

a)

การจัดทำงบการเงิน

b)

การวิเคาระห์งบการเงิน

c)

การจัดทำรายงานทางกาเงิน

d)

การแสดงความเห็นต่องบการเงิน

5.

ข้อใด ไม่ใช่ หลักการพื้นฐานในการปฏิบัติงาน

ตรวจสอบงบการเงินของผู้สอบบัญชี

a)

ก. ปฏิบัติตามข้อกำหนดจรรยาบรรณที่เกี่ยวข้องกับ

การตรวจสอบงบการเงิน

b)

ต้องปฏิบัติงานเพื่อให้ได้มาซึ่งหลักฐานการสอบ

บัญขีที่เพียงพอและเหมาะสม

c)

ต้องใช้ดุลยพินิจเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ

ในการปฏิบัติการตรวจสอบ

d)

ต้องปฏิบัติงานตรวจสอบตามมาตรฐาน

การรายงานการเงิน

6.

Management Assertion หมายถึงข้อใด

a)

สิ่งที่ผู้บริหารรับรองเกี่ยวข้องกับงบการเงิน

b)

มาตรฐานการสอบบัญชี

c)

หลักการพื้นฐานในการปฏิบัติงานสอบบัญชี

d)

กระบวนการลงบัญชี

7.

การตรวจสอบโฉนดที่ดินเพื่อดูกรรมสิทธิ์และภาระ

ผูกพันเป็นการตรวจสอบเพื่อพิสูจน์สิ่งที่ผู้บริหาร

รับรองไว้เกี่ยวกับความถูกต้องของงบการเงิน

ในข้อใด

a)

รายการในงบแสดงฐานะการเงินในหัวข้อ Rights

and Obligations

b)

รายการแสดงรายการและการเปิดเผยข้อมูล

ในหัวข้อ Classification and Understandability

c)

รายการในงบแสดงฐานะการเงินในหัวข้อ

Accuracy and Valuation

d)

รายการในงบกำไรขาดทุนในหัวข้อ Valuation

and Allocation

8.

ในการจัดทำมาตรฐานการสอบบัญชีไทย

ใช้มาตรฐานการสอบบัญชีใดมาเป็นแนวทาง

ในการจัดทำ

a)

มาตรฐานการสอบบัญชีระหว่างประเทศของ

สหพันธ์นักบัญชีระหว่างประเทศ

b)

มาตรฐานการสอบบัญชีของสมาคมผู้สอบบัญชี

รับอนุญาตสหรัฐอเมริกา

c)

มาตรูฐานการสอบบัญชีของประเทศอังกฤษ

d)

มาตรฐานการสอบบัญชีของสหพันธ์บัญชีอาเซียน

9.

หน่วยงานใดที่มีหน้าที่ในการออกมาตรฐาน

การสอบบัญชีของประเทศไทย (TSA)

a)

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

b)

สภาวิชาชีพบัญชี

c)

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

d)

กระทรวงพาณิชย์

10.

การปฏิบัติงานตรวจสอบเนื้อหาสาระระหว่างปี

ถือเป็นขั้นตอนใดของกระบวนการตรวจสอบ

a)

การวางแผน

b)

การปฏิบัติงานตรวจสอบ

c)

การควบคุม

d)

การสรุปผล

11.

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้

งบดุลของบริษัทจำกัด ต้องมีผู้สอบบัญชีตรวจสอบ

แล้วนำเสนออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเมื่อใด

a)

ภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ในงบดุล

b)

ภายใน 4 เดือน นับแต่วันที่ในงบดุล

c)

ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่ในงบดุล

d)

ภายใน 5 เดือน นับแต่วันที่ในงบดุล

12.

จากข้อ 1 เมื่องบแสดงฐานะการเงินได้รับอนุมัติจาก

ที่ประชุมใหญ่แล้ว ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543

ต้องนำส่งงบการเงินเมื่อใด

a)

ภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจาก

ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น

b)

ภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจาก

ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น

c)

ภายใน 4 เดือน นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจาก

ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น

d)

ภายใน 5 เดือน นับแต่วันที่ได้รับอนุมัติจาก

ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น

13.

ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547

กำหนดวิชาชีพด้านใดบ้างที่ต้องถูกควบคุม

a)

ด้านการทำบัญชี

b)

ด้านการทำบัญชี ด้านการสอบบัญชี

c)

ด้านการทำบัญชี ด้านการสอบบัญชี ด้านการบัญชีบริหาร

d)

ด้านการทำบัญชี ด้านการสอบบัญชีด้านการบัญชี

บริหาร ด้านการวางระบบบัญชี

14.

ข้อใดกล่าว ไม่ถูกต้อง

a)

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต้องได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชี

b)

นิติบุคคลที่ให้บริการด้านการทำบัญชีหรือสอบบัญชีต้องจดทะเบียนต่อสภาวิชาชีพบัญชี

c)

สภาวิชาชีพบัญชีเป็นองค์กรที่อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐ

d)

คณะกรรมการจรรยาบรรณมีหน้าที่สั่งลงโทษ

ผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ

15.

อุปสรรคใดที่ผู้สอบบัญชีถูกยับยั้งจากการปฏิบัติ

อย่างเที่ยงธรรมเนื่องจากแรงกดดัน

a)

อุปสรรคที่เกิดจากประโยชน์ส่วนตน

b)

อุปสรรคที่เกิดจากการสอบทานผลงานตนเอง

c)

อุปสรรคที่เกิดจากความคุ้นเคย

d)

อุปสรรคที่เกิดจาศการข่มขู่

16.

ตาม พ.ร.บ. การบัญชี พ.ศ. 2543 งบการเงินข้อใ

ไม่ต้อง ได้รับการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชี

รับอนุญาต

a)

ห้างหุ้นส่วนที่มีทุน 6 ล้านบาท และรายได้รวม20 ล้าน และสินทรัพย์รวม 20 ล้าน

b)

ห้างหุ้นส่วนที่มีทุน 5 ล้านบาท และรายได้รวม30 ล้าน และสินทรัพย์รวม 50 ล้าน

c)

ห้างหุ้นส่วนที่มีทุน 4 ถ้านบาท และรายได้รวม20 ล้าน และสินหรัพย์รวม 40 ล้าน

d)

ห้างหุ้นส่วบสี่มีทุน 5 ล้านบาท และรายได้รวม

20 ล้าน และสินทรัพย์รวม 20 ล้าน

17.

ผู้สอบบัญชีที่ตรวจสอบงบการเงินของบริษัทที่อยู่

ในตลาดหลักทรัพย์ต้องได้รับความเห็นชอบจาก

สำนักงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์เป็นไปตาม

ข้อกำหนดของกฎหมายข้อใด

a)

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2472

b)

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

พ.ศ. 2535

c)

ระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

d)

พระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547

18.

หากผู้ประกอบวิชาชีพบัญขีมีอุปสรรคในการปฏิบัติงานและได้ดำเนินการทุกทางแล้วยังไม่ได้ช้อยุติ

เกี่ยวกับความขัดแย้งทางจรรยาบรรณ ผู้ประกอบ

วิชาชีพบัญชีควรดำเนินการตามข้อใด

a)

รอมชอม

b)

ปฏิเสธ

c)

ยอมรับ

d)

หลาบจำ

19.

การไม่ปกปิดข้อเท็จจริงหรือไม่บิดเบือนความจริง

อันเป็นสาระสำคัญเป็นหลักการพื้นฐานของ

จรรยาบรรณเรื่องใด

a)

ความซื่อสัตย์สุจริต

b)

ความเที่ยงธรรม ความเป็นอิสระ

c)

ความโปร่งใส

d)

พฤติกรรมทางวิชาชีพ

20.

เหตุการณ์ข้อใดถือว่าขาดความเที่ยงธรรม

a)

ที่ปรึกษาแนะนำบริษัทให้หลีกเลี่ยงภาษีโดยไม่ถูกต้อง

b)

พนักงานบัญชีบันทึกบัญชีโดยไม่มีเอกสาร

ประกอบ

c)

พนักงานบัญชีบันทึกบัญชีตามความต้องการของผู้บริหาร

d)

ผู้สอบบัญชีถูกจำกัดขอบเขตการตรวจสอบแต่ออกรายงานอย่างไม่มีเงื่อนไขเพื่อให้ปีหน้าได้งานต่อ

21.

ผู้สอบบัญชีรวบรวมหลักฐานการสอบบัญชี

เพื่อวัตถุประสงค์ใด

a)

ประเมินการปฏิบัติงานของผู้บริหาร

b)

ประเมินความเสี่ยงจากการควบคุม

c)

เพื่อให้ตรวจพบการทุจริตที่เกิดขึ้นภายในกิจการ

d)

เพื่อเป็นเกณฑ์สนับสนุนการแสดงความเห็นของผู้สอบบัญชี

22.

การตรวจสอบใดที่ให้หลักฐานเกี่ยวกับความมีอยู่จริง

ของลูกหนี้

a)

การยืนยันยอด

b)

การสอบถาม

c)

ารปฏิบัติซ้ำ

d)

การสังเกตการณ์

23.

หลักฐานการสอบบัญชีใดต่อไปนี้มีความเชื่อถือได้

มากที่สุด

a)

สำเนาใบนำเงินฝากธนาคารที่ผ่านการปฏิบัติงานและประทับตราของธนาคารเรียบร้อยแล้ว

b)

รายละเอียดสินค้าคงเหลือที่ได้รับจากกิจการพร้อมลายมือชื่อรับรองว่าทีอยู่จิง

c)

ใบแจ้งยอดจากธนาคาร

d)

งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารที่พนักงานบัญชีจัดทำ

24.

ความเหมาะสมของหลักฐานเป็นการวัดคุณภาพ

ของหลักฐานด้านใด

a)

ความน่าเชื่อถือและปริมาณของหลักฐาน

b)

ความเกี่ยวข้องและการเกิดขึ้นจริง

c)

ความเกี่ยวข้องและความน่าเชื่อถือ

d)

ความถูกต้องและความเกี่ยวข้อง

25.

วิธีการตรวจสอบใต่อไปนี้ที่ ไม่ได้ ให้หลักฐาน

เกี่ยวกับความถูกต้องของหลักฐาน

a)

ารขอคำยืนยันยอดลูกหนี้

b)

การตรวจสัญญาซื้อขาย

c)

การวิเคราะห์เปรียบเทียบลูกหนี้ปีปัจจุบันกับปีก่อน

d)

การตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัย

26.

หลักฐานที่ผู้สอบบัญชีได้รับจากการสังเกตการณ์

การตรวจนับสินค้าคงเหลือช่วยให้ผู้สอบบัญชีทราบถึงเรื่องใด

a)

ความมีอยู่จริง ปริมาณ และสภาพของสินค้าคงเหลือ

b)

ภาระผูกพันของสินค้าคงเหลือ

c)

มูลค่าของสินค้าคงเหลือที่ตรวจนับ

d)

กรรมสิทธิ์ในสินค้าคงเหลือ

27.

ข้อใดต่อไปนี้เป็นการทดสอบการควบคุม

a)

ตรวจสอบลายเซ็นผู้มีอำนาจในใบสำคัญรับเงิน

b)

ส่งหนังสือยืนยันยอดเงินฝากธนาคาร

c)

ตรวจนับยอดเงินสดในมือ

d)

สอบทานงบกระทบยอดเงินฝากธนาคาร

28.

ผู้สอบบัญชีจะใช้วิธีการทดสอบการควบคุมเมื่อใด

a)

เมื่อพบการทุจริตหรือมีข้อผิดพลาด

b)

ระบบการควบคุมภายในไม่มีประสิทธิภาพและ

ความเสี่ยงจากการควบคุมสูง

c)

ระบบการควบคุมภายในมีประสิทธิภาพและ

ความเสี่ยงจากการควบคุมต่ำ

d)

เป็นการตรวจสอบปีแรก

29.

ข้อใด ไม่ถือเป็น วิธีการตรวจสอบเนื้อหาสาระ

a)

การเปรียบเทียบยอดลูกหนี้ปีปัจจุบันกับปีก่อน

b)

การยืนยันยอดลูกหนี้

c)

การตรวจสอบการตัดยอดขาย

d)

การดูว่ามีการอนุมัติใบสำคัญตามระเบียบหรือไม่

30.

ในการตรวจสอบรายละเอียดสินค้าคงเหลือ (อะไหล่)

จำนวน 10,000 รายการ โดยผู้สอบบัญชีเลือก

ทุกรายการที่ 50 เป็นการเลือกตัวอย่างในการสอบบัญชีแบบใด

a)

การเลือกแบบไม่เจาะจง

b)

การเลือกแบบเชิงสุ่ม

c)

การเลือกแบบเชิงระบบ

d)

การเลือกแบบเจาะจง

31.

ข้อใดคือความหมายของ Audit Plan

a)

การวางแนวการสอบบัญชี

b)

การวางแผนการสอบบัญชี

c)

การประเมินความเสี่ยง

d)

การรวบรวมหลักฐานการสอบบัญชี

32.

หนังสือตอบรับงานควรระบุเรื่องต่อไปนี้ ยกเว้น

เรื่องใด

a)

ก. ขอบเขตการให้บริการของผู้สอบบัญชี

b)

ข. ค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบบัญชี

c)

ข้อจำกัดของระบบการควบคุมภายในซึ่งอาจทำให้

ไม่พบข้อทุจริต

d)

การค้นหาข้อทุจริตที่อาจเกิดขึ้น

33.

ในช่วงการวางแผนงานสอบบัญชี ผู้สอบบัญชีจะ

วิเคราะห์เปรียบเทียบเบื้องต้นเพื่อประโยชน์

ด้านใด

a)

ทำให้มีความรู้ ความเข้าใจระบบบัญชี

b)

วางแนวทางการตรวจสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

c)

มีความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจของลูกค้า

d)

จัดเตรียมคณะทำงานการตรวจสอบได้อย่าง

เหมาะสม

34.

การรวบรวมข้อมูลเพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ

ที่ตรวจสอบจะช่วยผู้สอบบัญชีในเรื่องใด

a)

ประเมินความเสี่ยงจากการตรวจสอบ

b)

ประเมินความเหมาะสมของวิธีการตรวจสอบ

c)

กำหนดคณะทำงานตรวจสอบ

d)

.กำหนดค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบ

35.

ข้อใดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการวางแผนงาน

สอบบัญชี

a)

การกำหนดระดับความมีสาระสำคัญ

b)

การพัฒนากลยุทธ์การสอบบัญชีโดยรวมและ

จัดทำแนวการสอบบัญชี

c)

การวิเคราะห์เปรียบเทียบเบื้องตัน

d)

งการประเมินความเสี่ยงจากการควบคุม

36.

ข้อใดเป็นความหมายของการกำหนดความมี

สาระสำคัญในการวางแผนงานสอบบัญชี

a)

การกำหนดจำนวนเงินสูงสุดที่ยอมให้ผิดพลาดได้โดยไม่กระทบความเห็นในรายงานการสอบบัญชี

b)

การกำหนดวงเงินต่ำสุดที่ยอมให้ผิดพลาดได้

โดยไม่กระทบความเห็นในรายงานการสอบบัญชี

c)

การกำหนดระดับความพึงพอใจของผู้สอบบัญชีต่อข้อมูลที่ตรวจส่อบ

d)

การกำหนดค่ามาตรฐานที่ผู้สอบบัญชียอมรับได้โดยไม่กระทบความเห็นในร้ายงานผู้สอบบัญชี

37.

รายการตามข้อใด ไม่ปรากฏ ในกลยุทธ์การสอบบัญชีโดยรวม

a)

ข้อตกลงในการรับงาน

b)

. ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจ

c)

ความเสี่ยงและความมีสาระสำคัญ

d)

ขอบเขต ช่วงเวลา และแนวการตรวจสอบ

38.

Audit Program หมายถึงข้อใด

a)

แผนการสอบบัญชี

b)

แนวการสอบบัญชี

c)

กลยุทธ์การสอบบัญชีโดยรวม

d)

การทดสอบการควบคุม

39.

การจัดทำแนวการสอบบัญชีมีประโยชน์ต่อผู้สอบบัญชีอย่างไร

a)

ช่วยป้องกันความเข้าใจผิดในการรับงานกับลูกค้า

b)

ช่วยให้มีการมอบหมายงานแก่ผู้ช่วยเป็นไปอย่างเหมาะสม

c)

การจัดทำรายงานการสอบบัญชีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

d)

ช่วยค้นพบข้อทุจริตจากการตรวจสอบ

40.

แนวการสอบบัญชีประกอบด้วยเนื้อหาสาระสำคัญ

ตามข้อใด

a)

วัตถุประสงค์การตรวจสอบ วิธีการตรวจสอบ

ขอบเขตการตรวจสอบ เวลาที่ใช้ในการตรวจสอบ

b)

วิธีการตรวจสอบ ขอบเขตการตรวจสอบ เวลาที่ใช้ในการตรวจสอบ คณะทำงานตรวจสอบ

c)

วัตถุประสงค์การตรวจสอบ วิธีการตรวจสอบ

ขอบเขตการตรวจสอบ รายงานการตรวจสอบ

d)

วัตถุประสงค์การตรวจสอบ วิธีการตรวจสอบ

การประเมินความเสี่ยงในการตรวจสอบ

41.

อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราด่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น

ทำให้กิจการต้องจ่ายชำระหนี้มากขึ้นถือเป็นความเสี่ยงประเภทใด

a)

ความเสี่ยงจากการตรวจสอบ

b)

ความเสี่ยงสืบเนื่อง

c)

ความเสี่ยงจากการควบคุม

d)

ความเสี่ยงในการให้บริการทางวิชาชีพ

42.

การที่กิจการไม่ได้จัดให้มีการจัดทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารทุกเดือน จัดเป็นความเสี่ยงประเภทใด

a)

ความเสี่ยงในการสอบบัญชี

b)

ก. ความเสี่ยงสืบเนื่อง

c)

ข. ความเสี่ยงจากการตรวจสอบ

d)

ความเสี่ยงจากการควบคุม

43.

ความเสี่ยงจากการควบคุมเรียกว่า

a)

ค. Audit Risk

b)

ก. Inherent Risk

c)

Control Risk

d)

Detection Risk

44.

ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

IR และ CR มีความสัมพันธ์โดยตรงกับหลักฐาน

การสอบบัญชี

b)

หากผู้สอบบัญชีสรุปได้ว่าระบบการควบคุมภายในไม่มีประสิทธิผล ผู้สอบบัญขีไม่จำเป็นต้องรวบร่วมหลักฐานการสอบบัญชีมาก

c)

AAR มีความสัมพันธ์โดยตรงกับ IR, CR และ PDR

d)

หาก PDR สูง ผู้สอบบัญชีจำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานการสอบบัญชีให้มากขึ้น

45.

ข้อใดถือเป็น Detection Risk

a)

กิจการขายสินค้าโดยทำสัญญากำหนดราคา

ไว้ตายตัว

b)

กิจการไม่มีการทะเบียนคุมเช็คสั่งจ่าย

c)

ค. กิจการไม่มีการแบ่งแยกหน้าที่ระหว่างการเงินและบัญชี

d)

การเลือกกลุ่มตัวอย่างในการตรวจสอบไม่ดีพอ

46.

ในการตรวจสอบกิจการแห่งหนึ่ง ผู้สอบบัญชีได้

ประเมินความเสี่ยงสีบเนื่อง 80% ความเสี่ยงจาก

การควบคุม 80% ความเสี่ยงในการสอบบัญชี

ยอมรับได้ 5% ความเสี่ยงจากการตรวจสอบ

เป็นเท่าไร

a)

3.2%

b)

3.25%

c)

7.8%

d)

8.2%

47.

ข้อใดถือเป็นการตรวจสอบเนื้อหาสาระ

a)

การส่งหนังสือยืนยันยอดลูกหนี้

b)

การตรวจสอบการเรียงลำดับของเลขที่ใบสั่งซื้อและใบส่งของ

c)

บัญชีย่อยสินค้าได้กระทบยอดตรงกันทุกวัน

d)

การตรวจสอบการอนุมัติการขายโดยผู้มีอำนาจ

48.

ข้อใด ไม่ใช่ วัตถุประสงค์ของการควบคุมภายใน

a)

การป้องกันรักษาทรัพย์สิน

b)

การบริหารในองค์กรมีประสิทธิภาพบรรลุ

วัตถุประสงค์ขององค์กร

c)

การตรวจพบข้อทุจริตและข้อผิดพลาด

d)

การแสดงความเห็นต่องบการเงิน

49.

หากผลการประเมินความเสี่ยงจากการควบคุม

อยู่ในระดับสูง ผู้สอบบัญชีควรดำเนินการอย่างไร

a)

ทดสอบการควบคุม

b)

หยุดการทดสอบการควบคุมแล้วไปให้ความสำคัญกับการตรวจสอบเนื้อหาสาระ

c)

ลดขอบเขตการตรวจสอบเนื้อหาสาระลง

d)

ทดสอบการควบคุมไปพร้อมกับการตรวจสอบเนื้อหาสาระ

50.

หากพบจุดอ่อนจากการควบคุมภายใน ผู้สอบบัญชี ควรทำอย่างไร

a)

แจ้งให้ผู้บริหารทราบเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับจุดอ่อนของระบบการควบคุมภายในพร้อมทั้งข้อเสนอแนะ

b)

บันทึกจุดอ่อนไว้ในกระดาษทำการแล้วแก้ไขจุดอ่อนทันที

c)

แจ้งพนักงานทราบแล้วให้แก้ไขทันที

d)

บันทึกจุดอ่อนไว้ในกระดาษทำการเพื่อประกอบการแสดงความเห็นต่องบการเงิน

51.

ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของการจัดทำกระดาษทำการ

ของผู้สอบบัญชี

a)

ใช้หลักฐานประกอบการแสดงความเห็นของ

ผู้สอบบัญชี

b)

เป็นหลักฐานแสดงว่าผู้สอบบัญชีได้ตอบรับ

การปฏิบัติงานกับลูกค้า

c)

เป็นหลักฐานยืนยันความถูกต้องของการจัดทำ

งบการเงิน

d)

ใช้จัดทำงบการเงินให้ลูกค้า

52.

การใช้รหัสอ้างอิงในกระดาษทำการมีประโยชน์

อย่างไร

a)

เพื่อให้ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้จัดทำกระดาษทำการ

b)

เพื่อติดตามตรวจสอบ ข้อมูล หรือหลักฐานไปยัง

กระดาษทำการแต่ละเรื่องได้

c)

เพื่อวางแผนควบคุมผู้ช่วยผู้ตรวจสอบ

d)

เพื่อเป็นแนวทางในการสอบบัญชี

53.

เครื่องหมายการตรวจสอบมีประโยชน์อย่างไร

a)

เป็นหลักฐานการปฏิบัติงานของผู้สอบบัญชี

b)

ระบุผู้รับผิดชอบในการจัดทำกระดาษทำการ

c)

อธิบายวิธีการตรวจสอบที่ใช้

d)

อ้างอิงกระดาษทำการ

54.

รูปแบบและเนื้อหาของกระดาษทำการของผู้สอบบัญง

ไม่ได้ ขึ้นกับปัจจัยใด

a)

ก. ความชับซ้อนของธุรกิจ

b)

ข. ลักษณะของวิธีการตรวจสอบที่ใช้

c)

ความสำคัญของหลักฐานการสอบบัญชีที่ได้รับ

d)

ระยะเวลาในการเก็บรักษากระดาษทำการ

55.

ด้ชนีกระดาษทำการควรอยู่ส่วนใดของกระดาษ

ทำการ

a)

ก..ตรงกลางของกระดาษทำการ

b)

มุมบนหรือมุมล่างด้านขวาของกระดาษทำการ

c)

มุมบนหรือมุมล่างด้านซ้ายของกระดาษทำการ

d)

ระยะเวลาในการเก็บรักษากระดาษทำการ

56.

ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับกระดาษทำการ

a)

ก. ควรวางรูปแบบให้เหมาะกับงานที่ตรวจสอบและ

ความต้องการของผู้สอบบัญชี

b)

ข. กระดาษทำการใช้แทนสมุดบัญชี

c)

กระดาษทำการใช้เป็นหลักฐานการปฏิบัติงานของ

ผู้สอบบัญชี

d)

ง. กระดาษทำการควรเก็บไว้ ณ ที่ทำการของลูกค้า

เพราะลูกค้าจะได้ค้นหาข้อมูลเมื่อต้องการ

57.

กระดาษทำการของผู้สอบบัญชีในข้อใดที่แสดงถึง

จำนวนเงินของแต่ละองค์ประกอบในงบการเงิน

a)

กระดาษทำการงบทดลอง

b)

กระดาษทำการหลัก

c)

กระดาษทำการประกอบ

d)

กระดาษทำการสรุบผลการตรวจสอบ

58.

เอกสารหลักฐานข้อใดควรจัดเก็บไว้ในแฟ้มปัจจุบัน

a)

ผังองค์บัญชีของบริษัท

b)

แนวการสอบบัญชี

c)

สัญญาเช่าระยะยาว

d)

คู่มือปฏิบัติงาน

59.

เอกสารหลักฐานข้อใดควรจัดเก็บไว้ในแฟ้มถาวร

a)

ผังทางเดินเอกสารรายงานการประกอบผู้ถือหุ้นระบบบัญชีและระบบการควบคุมภายใน

b)

หนังสือรับรองของผู้บริหาร

c)

เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการวางแผนงานสอบบัญชี

d)

เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับการวางแผนงานสอบบัญชี

60.

ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการจัดเก็บกระดาษ

ทำการ

a)

ผู้สอบบัญชีควรจัดทำสารบัญกระดาษทำการ

เพื่อสะดวกในการจัดเก็บและการค้นหา

b)

กระดาษทำการทุกแผ่นต้องมีลายมือชื่อของ

ผู้ทำบัญชีของกิจการที่ตรวจสอบ

c)

ค. การเก็บรักษากระดาษทำการต้องเก็บรักษาไว้ 10 ปีตามพระราชบัญญัติการบัญชีหลัก จากนั้น

สามารถทำลายได้

d)

การเก็บรักษากระดาษทำการผู้สอบบัญชีต้องจัดเก็บ

ไว้ที่สำนักงานของลูกค้า เนื่องจากมีเอกสารที่เป็น

ความลับของลูกค้า