wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

เครื่องกลไฟฟ้า 1

Total questions: 60

Worksheet time: 30mins

Name
Class
Date
1.

เมื่อตัวนำเคลื่อนที่ลงตัดผ่านเส้นแรงแม่เหล็กในแนวตั้งฉากและเมื่อเคลื่อนที่ขึ้นจะเกิดผลอย่างไร

a)

ไม่เกิดแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำ

b)

เกิดแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำและมีทิศทางเดิม

c)

เกิดแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำและมีทิศทางตรงข้าม 

d)

เกิดแรงดันไฟฟ้าต่อต้านและมีทิศทางตรงข้าม 

2.

กฎมือขวาแบที่ใช้ในการหาทิศทางของแรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำ นิ้วหัวแม่มือใช้แทนอะไร

a)

ทิศทางของกระแสไฟฟ้า

b)

ทิศทางการเคลื่อนที่ของตัวนำ

c)

ทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็กจากขั้ว N ไปขั้ว S 

d)

ทิศทางของเส้นแรงแม่เหล็กจากขั้ว S ไปขั้ว N

3.

โครงสร้างของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในส่วนที่อยู่กับที่ทั้งหมด คือข้อใด

a)

แกนขั้วแม่เหล็กกับแปรงถ่าน

b)

ขดลวดสนามแม่เหล็กกับขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

ฝาครอบหัวท้ายกับแกนอาร์เมเจอร์

d)

กรอบโครงเครื่องกับคอมมิวเตเตอร์

4.

โครงสร้างของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าในส่วนที่เคลื่อนที่ทั้งหมด คือข้อใด

a)

แกนเพลากับแปรงถ่าน

b)

ขดลวดสนามแม่เหล็กกับขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

คอมมิวเตเตอร์กับแกนอาร์เมเจอร์

d)

กรอบโครงเครื่องกับคอมมิวเตเตอร์

5.

หน้าที่ของคอมมิวเตเตอร์ คือข้อใด

a)

แปลงไฟฟ้ากระแสตรงจากขดลวดอาร์เมเจอร์ให้เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ

b)

ควบคุมกระแสไฟฟ้าจากขดลวดอาร์เมเจอร์ไปยังโหลดให้คงที่

c)

เพิ่มกระแสไฟฟ้าจากขดลวดอาร์เมเจอร์ให้สูงขึ้น

d)

แปลงไฟฟ้ากระแสสลับจากขดลวดอาร์เมเจอร์ให้เป็นไฟฟ้ากระแสตรง

6.

ความกว้างของขั้วแม่เหล็กจะมีค่าเท่าไร

a)

360 องศาทางไฟฟ้า

b)

270 องศาทางไฟฟ้า

c)

180 องศาทางไฟฟ้า

d)

90 องศาทางไฟฟ้า

7.

การแบ่งชนิดของเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสตรงตามลักษณะการกระตุ้น ได้กี่แบบ

a)

2 แบบ

b)

3 แบบ

c)

4 แบบ

d)

5 แบบ

8.

จากรูป เป็นไดอะแกรมการต่อของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบใด

a)

แบบลองชันต์คอมปาวด์

b)

แบบช็อตชันต์คอมปาวด์

c)

แบบกระตุ้นแยก

d)

แบบขนาน

9.

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบคอมปาวด์ที่สร้างเส้นแรงแม่เหล็กเสริมกันเกิดจากการสร้างเส้นแรงแม่เหล็กขดลวดใดกับขดลวดใด

a)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดแบบซีรีส์

c)

ขดลวดแบบซีรีส์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

d)

ขดลวดอาร์เมเจอร์กับขดลวดกระตุ้นแยก

10.

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบคอมปาวด์ที่สร้างเส้นแรงแม่เหล็กหักล้างกันเกิดจากการสร้างเส้นแรงแม่เหล็กขดลวดใดกับขดลวดใด

a)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดแบบซีรีส์

c)

ขดลวดแบบซีรีส์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

d)

ขดลวดอาร์เมเจอร์กับขดลวดกระตุ้นแยก

11.

ผลของการเกิดอาร์เมเจอร์รีแอกชัน ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง

a)

แรงดันไฟฟ้าเหนี่ยวนำลดลง

b)

เกิดประกายไฟที่แปรงถ่านกับคอมมิวเตเตอร์

c)

เส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้วบิดเบนเฉียงลงสวนทางกับทิศทางการหมุน

d)

เส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้วบิดเบนเฉียงลงตามกับทิศทางการหมุน

12.

การแก้อาร์เมเจอร์รีแอกชัน วิธีใดง่ายและประหยัด

a)

ใส่ขั้วแทรก

b)

พันขดลวดชดเชย

c)

เลื่อนแปรงถ่าน

d)

ถูกทุกข้อ

13.

ข้อใด คือความหมายของคอมมิวเตชัน

a)

กระบวนการกลับขั้วที่ขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

กระบวนการเปลี่ยนทิศทางของกระแสที่ขดลวดสนามแม่เหล็ก

c)

กระบวนการเรียงกระแสที่คอมมิวเตเตอร์

d)

กระบวนการเปลี่ยนทิศทางของกระแสที่ขดลวดอาร์เมเจอร์

14.

ข้อใดกล่าวถูกต้องในวงจรสมมูลของขดลวดอาร์เมเจอร์

a)

ความต้านทาน Rf ต่ออนุกรมกับแหล่งจ่าย Eg

b)

ความต้านทาน Ra ต่ออนุกรมกับแหล่งจ่าย Eg

c)

ความต้านทาน Rf ต่อขนานกับแหล่งจ่าย Eg

d)

ความต้านทาน Ra ต่อขนานกับแหล่งจ่าย Eg

15.

การสูญเสียในแกนเหล็ก คือข้อใด

a)

จากขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

จากความฝืด

c)

จากกระแสไหลวน

d)

จากแรงลมต้าน

16.

ข้อใดไม่ใช่สมการกำลังไฟฟ้าเอาต์พุต

a)
b)
c)
d)
17.

ข้อใดกล่าวถูกต้องในวงจรสมมูลของขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

a)

ความต้านทาน Rf ต่ออนุกรมกับแหล่งจ่าย Eg

b)

ความต้านทาน Ra ต่ออนุกรมกับแหล่งจ่าย Vt

c)

ความต้านทาน Rf ต่อขนานกับแหล่งจ่าย Vt

d)

ความต้านทาน Ra ต่อขนานกับแหล่งจ่าย Eg

18.

ข้อใดเป็นสมการกำลังไฟฟ้าสูญเสียทั้งหมด

a)
b)
c)
d)
19.

ข้อใดกล่าวถูกต้องในวงจรสมมูลของขดลวดสนามแม่เหล็กแบบซีรีส์

a)

ความต้านทาน RS ต่ออนุกรมกับแหล่งจ่าย Eg

b)

ความต้านทาน Ra ต่อขนานกับแหล่งจ่าย Vt

c)

ความต้านทาน RS ต่อขนานกับแหล่งจ่าย Vt

d)

ความต้านทาน RS ต่อขนานกับแหล่งจ่าย Eg

20.

ข้อใดเป็นสมการของแรงดันไฟฟ้าที่ขั้ว เมื่อไม่คิดผลของอาร์เมเจอร์รีแอกชัน

a)
b)
c)
d)
21.

เครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบซีรีส์เมื่อมีโหลด กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดสนามแม่เหล็กคือข้อใด

a)

เท่ากับกระแสที่อาร์เมเจอร์

b)

เท่ากับกระแสที่โหลด

c)

เท่ากับกระแสไหลวน

d)

เท่ากับกระแสที่อาร์เมเจอร์และเท่ากับกระแสไหลวน

22.

ข้อใดเป็นสมการกำลังไฟฟ้าสูญเสียในขดลวดทองแดงทั้งหมด

a)
b)
c)
d)
23.

ข้อใดเป็นสมการหากำลังไฟฟ้าสูญเสียในการหมุน

a)
b)
c)
d)
24.

มอเตอร์ไฟฟ้าแบบกระตุ้นแยก ไม่ค่อยนำมาใช้งาน เพราะเหตุใด

a)

ความเร็วรอบลดลงทันทีเมื่อมีโหลด

b)

มีแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรง 2 ชุด

c)

แรงบิดที่อาร์เมเจอร์ต่ำ

d)

รับกระแสเข้าไปมากที่โหลดน้อย ๆ

25.

ข้อใดไม่เป็นไดอะแกรมการต่อของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบซีรีส์

a)
b)
c)
d)
26.

มอเตอร์ไฟฟ้าแบบคอมปาวด์ ที่สร้างเส้นแรงแม่เหล็กหักล้างกันได้จากขดลวดแบบใด

a)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดแบบซีรีส์

b)

ขดลวดแบบซีรีส์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

d)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดที่ขั้วแทรก

27.

วงจรสมมูลในส่วนของขดลวดอาร์เมเจอร์ของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบชันต์ ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

Rf ต่ออนุกรมกับ Eb

b)

Ra ต่อขนานกับ Eb

c)

Ra ต่ออนุกรมกับ Eb

d)

Ra ต่ออนุกรมกับ Vt

28.

ข้อใดเป็นส่วนหนึ่งของการสูญเสียในแกนเหล็ก

a)

จากกระแสไหลวนที่ฝาปิดหัวท้าย

b)

จากกระแสไหลวนที่อาร์เมเจอร์

c)

จากกระแสไหลวนที่แกนขั้วแม่เหล็ก

d)

จากกระแสไหลวนที่โครงเครื่อง

29.

วงจรสมมูลของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซีรีส์ ข้อใดกล่าวถูกต้อง

a)

RS ต่ออนุกรมกับ Ra และต่อขนานกับ Eb

b)

RS ต่ออนุกรมกับ Ra และต่ออนุกรมกับ Eb

c)

RS ต่อขนานกับ Ra และต่ออนุกรมกับ Eb

d)

RS ต่อขนานกับ Ra และต่ออนุกรมกับ Eb

30.

ข้อใดเป็นวงจรสมมูลของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบลองชันต์คอมปาวด์

a)
b)
c)
d)
31.

มอเตอร์ไฟฟ้าแบบคอมปาวด์ที่สร้างเส้นแรงแม่เหล็กหักล้างกันได้จากขดลวดแบบใด

a)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดแบบซีรีส์

c)

ขดลวดแบบซีรีส์กับขดลวดอาร์เมเจอร์

d)

ขดลวดแบบชันต์กับขดลวดที่ขั้วแทรก

32.

ข้อใดเป็นวงจรสมมูลของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบช๊อตชันต์คอมปาวด์

a)
b)
c)
d)
33.

ข้อใดเป็นสมการหากำลังไฟฟ้าสูญเสียในแกนเหล็ก

a)
b)
c)
d)
34.

หลักการเบื้องต้นในการควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถทำได้กี่วิธี

a)

1 วิธี

b)

2 วิธี

c)

3 วิธี

d)

4 วิธี

35.

ข้อใดเป็นไดอะแกรมการต่อของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบชันต์

a)
b)
c)
d)
36.

จำนวนเส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้วของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบชันต์ไม่ขึ้นกับค่าใด

a)

แรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้

b)

กระแสไฟฟ้าที่ขดลวดสนามแม่เหล็ก

c)

ความต้านทานรีโอสแตตที่ต่ออนุกรม

d)

กระแสไฟฟ้าที่อาร์เมเจอร์

37.

ข้อดีของการควบคุมความเร็วรอบ โดยการควบคุมขนาดแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้ คือข้อใด

a)

ปรับความเร็วรอบต่ำกว่าพิกัดได้

b)

ให้ความเร็วรอบคงที่

c)

ปรับความเร็วรอบสูงกว่าพิกัดไม่ได้

d)

ปรับความเร็วรอบให้หยุดนิ่งไม่ได้

38.

ข้อใดกล่าวถูกต้องของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซีรีส์เมื่อโหลดที่เพลาเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น

a)

เส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้วเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น

b)

กระแสที่อาร์เมเจอร์มีค่าคงที่

c)

เส้นแรงแม่เหล็กที่แกนขั้วมีค่าคงที่

d)

กระแสที่อาร์เมเจอร์เปลี่ยนแปลงลดลง

39.

เพื่อลดการเสียหายจากขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์ของการควบคุมขนาดแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้ต้องทำอย่างไร

a)

นำแหล่งจ่ายภายนอกเท่ากับพิกัดมาต่อเป็นแบบกระตุ้นแยก

b)

นำขดลวดแบบชันต์มาต่ออนุกรมกับอาร์เมเจอร์

c)

นำแหล่งจ่ายภายนอกมาต่อขนานกับแหล่งจ่ายที่จ่ายให้

d)

นำแหล่งจ่ายภายนอกมาต่ออนุกรมกับแหล่งจ่ายที่จ่ายให้

40.

การควบคุมความเร็วรอบของการควบคุมค่าความต้านทานในวงจรอาร์เมเจอร์ ต้องต่อตัวต้านทานอย่างไร

a)

มาต่อขนานกับขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

มาต่ออนุกรมกับขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

มาต่อขนานกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์       

d)

มาต่ออนุกรมกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

41.

การควบคุมความเร็วรอบของการควบคุมจำนวนเส้นแรงแม่เหล็ก ต้องต่อตัวต้านทานอย่างไร

a)

มาต่อขนานกับขดลวดอาร์เมเจอร์

b)

มาต่ออนุกรมกับขดลวดอาร์เมเจอร์

c)

มาต่อขนานกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์       

d)

มาต่ออนุกรมกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

42.

ข้อดีของการควบคุมความเร็วรอบในการควบคุมจำนวนเส้นแรงแม่เหล็ก คือข้อใด

a)

ไม่มีกำลังไฟฟ้าสูญเสียจากความต้านทานที่มาควบคุม

b)

รักษาความเร็วรอบให้คงที่ได้เมื่อโหลดนั้นมีการเปลี่ยนแปลง

c)

ปรับความเร็วรอบต่ำกว่าพิกัดได้

d)

ประสิทธิภาพของมอเตอร์ดีขึ้น

43.

หลักการเบื้องต้นในการควบคุมความเร็วรอบของมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถทำได้กี่วิธี

a)

1 วิธี

b)

2 วิธี

c)

3 วิธี

d)

4 วิธี

44.

การกลับทิศทางการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบซีรีส์ทำอย่างไร

a)

กลับที่ขั้วของตัวต้านทานรีโอสแตตที่ต่ออนุกรมกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบซีรีส์

b)

กลับที่ขั้วของตัวต้านทานเริ่มเดิน

c)

กลับที่ขั้วของแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่จ่ายให้

d)

กลับที่ขั้วของขดลวดอาร์เมเจอร์

45.

การกลับขั้วของแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่จ่ายให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าจะมีผลอย่างไร

a)

มอเตอร์จะหมุนในทิศทางเดิม

b)

มอเตอร์จะหมุนในทิศทางตรงข้าม

c)

ลดกระแสไฟฟ้าขณะเริ่มเดินให้กับมอเตอร์

d)

แรงบิดของมอเตอร์ไฟฟ้าดีขึ้น

46.

การกลับทิศทางการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้าแบบชันต์ทำอย่างไร

a)

กลับที่ขั้วของตัวต้านทานรีโอสแตตที่ต่ออนุกรมกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

b)

กลับที่ขั้วของขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

c)

กลับที่ขั้วของตัวต้านทานเริ่มเดิน

d)

กลับที่ขั้วของแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่จ่ายให้

47.

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงขณะเริ่มเดินมีกระแสไฟฟ้าสูงเพราะเหตุใด

a)

ความต้านทานของขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์มีค่าน้อย

b)

ความต้านทานของขดลวดอาร์เมเจอร์มีค่าน้อย

c)

ไม่ต่อตัวต้านทานอนุกรมกับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

d)

ถูกทุกข้อ

48.

ตัวต้านทานเริ่มเดินมีหน้าที่อย่างไร

a)

ลดเส้นแรงแม่เหล็กขณะเริ่มเดิน

b)

เพิ่มแรงดันให้กับอาร์เมเจอร์ขณะเริ่มเดิน

c)

ลดกระแสไฟฟ้าขณะเริ่มเดิน

d)

ให้การออกตัวขณะเริ่มเดินดีขึ้น

49.

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงขณะเริ่มเดินมีกระแสไฟฟ้าสูงจะเกิดผลเสียให้กับอะไร

a)

ขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์กับคอมมิวเตเตอร์

b)

ขดลวดอาร์เมเจอร์กับขดลวดสนามแม่เหล็กแบบชันต์

c)

ขดลวดอาร์เมเจอร์กับคอมมิวเตเตอร์

d)

แกนเหล็กที่อาร์เมเจอร์กับแปรงถ่าน

50.

ข้อใดเป็นลักษณะของแกนเหล็กแบบคอร์ของหม้อแปลงไฟฟ้า

a)

EI และ EE

b)

UI และ EI

c)

UI และ LL

d)

LL และ EE

51.

ข้อใดเป็นลักษณะของแกนเหล็กแบบเชลล์ของหม้อแปลงไฟฟ้า

a)

EI และ EE

b)

UI และ EI

c)

UI และ LL

d)

LL และ EE

52.

ข้อใดไม่เป็นคุณลักษณะของหม้อแปลงในอุดมคติ

a)

ไม่มีการสูญเสียที่ขดลวด

b)

ไม่มีการสูญเสียที่แกนเหล็ก

c)

ไม่มีเส้นแรงแม่เหล็กที่แกนเหล็ก

d)

ไม่มีเส้นแรงแม่เหล็กรั่วไหล

53.

พิกัดของหม้อแปลงไฟฟ้า จะบอกขนาดตามข้อใด

a)

กิโลวัตต์

b)

กิโลโวลต์แอมแปร์

c)

กิโลโวลต์แอมแปร์รีแอกตีฟ

d)

กิโลวัตต์ชั่วโมง

54.

ข้อใด คือ ความหมายวงจรสมมูลของหม้อแปลง

a)

การแทนค่าต่าง ๆ ให้อยู่ในรูปของวงจรตัวต้านทาน

b)

การแทนค่าต่าง ๆ ให้อยู่ในรูปของวงจรตัวเหนี่ยวนำ

c)

การแทนค่าต่าง ๆ ให้อยู่ในรูปของวงจรแม่เหล็ก

d)

การแทนค่าต่าง ๆ ให้อยู่ในรูปของวงจรไฟฟ้า

55.

ความต้านทานสมมูลไม่ขึ้นกับค่าใด

a)

ความถี่

b)

ความยาวของลวดที่ใช้พัน

c)

จำนวนรอบที่พัน

d)

พื้นที่หน้าตัดของขดลวด

56.

จากรูปที่กำหนดให้ข้อใดเป็นไดอะแกรมการต่อของหม้อแปลงไฟฟ้าแบบเดลตาของขดปฐมภูมิ

a)
b)
c)
d)
57.

ข้อใดเป็นการสูญเสียในแกนเหล็กทั้งหมดของหม้อแปลงไฟฟ้า

a)

ความฝืดกับแรงลมต้าน

b)

กระแสไหลวนกับแรงลมต้าน

c)

ฮีสเตอริซีสกับกระแสไหลวน

d)

ความฝืดกับฮีสเตอริซีส

58.

ข้อใดเป็นการสูญเสียในขดลวดทองแดงทั้งหมดของหม้อแปลงไฟฟ้า

a)

ขดลวดปฐมภูมิกับฮีสเตอริซีส

b)

ขดลวดปฐมภูมิกับขดลวดทุติยภูมิ

c)

ขดลวดปฐมภูมิกับกระแสไหลวน

d)

ขดลวดปฐมภูมิกับแกนเหล็ก

59.

การสูญเสียในขดลวดทองแดงของหม้อแปลงไฟฟ้าเกิดขึ้นได้อย่างไร

a)

ขดลวดมีค่าความต้านทานแล้วเหนี่ยวนำตนเอง

b)

ขดลวดมีค่าความต้านทานและมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน

c)

จากเส้นแรงแม่เหล็กเปลี่ยนแปลงตัดกับขดลวด

d)

ขดลวดมีค่าความต้านทานและมีกระแสที่ใช้ในการสร้างเส้นแรงแม่เหล็กไหลผ่าน

60.

การทดสอบหาขั้วของหม้อแปลงไฟฟ้าจะทดสอบหาขั้วได้กี่วิธี

a)

1 วิธี คือแบบขั้วเสริมกัน

b)

1 วิธี คือแบบขั้วหักล้าง

c)

2 วิธี คือแบบขั้วหักล้างกันกับแบบขั้วเสริมกัน

d)

2 วิธี คือแบบขั้วบวกกับแบบขั้วลบ