wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Test 161312_C.5_A

Total questions: 30

Worksheet time: 26mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใด ไม่ใช่ แนวคิดเกี่ยวกับชุมชน 

a)
  1. แนวคิดทางสังคมวิทยา (Sociological Perspective) 

b)
  1. แนวคิดทางมานุษยวิทยา (Humanistic Perspective) 

c)
  1. แนวคิดในมิติประชาสังคม (Civil Society) 

d)
  1. แนวคิดชุมชนเสมือนจริง (Virtual Community) และ เครือข่ายสังคม (Social Network) 

e)
  1. แนวคิดสังคมแห่งการเรียนรู้ (Learning Society Concept) 

2.

“การเกื้อหนุนให้ภาคประชาชนหรือสังคมมีความเข้มแข็งและเกิดดุลยภาพทางสังคมขึ้นที่เรียกว่า  

สังคมอานุภาพ ” จากข้อความข้างต้นเป็นแนวคิดเกี่ยวกับชุมชนข้อใด

a)

แนวคิดทางสังคมวิทยา

b)
  1. แนวคิดทางมานุษยวิทยา  

c)

แนวคิดในมิติประชาสังคม

d)

แนวคิดชุมชนเสมือนจริง  และ เครือข่ายสังคม

e)
  1. แนวคิดสังคมแห่งการเรียนรู้  

3.

ข้อใด ไม่ใช่สาเหตุ ของการเกิดขึ้นของชุมชน 

a)
  1. แนวนโยบายของรัฐ 

b)
  1. สภาพคล่องตัวของการเงิน 

c)

การหนีภัยของมนุษย์

d)
  1. สภาพทางภูมิศาสตร์และสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม

e)
  1. ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

4.

ข้อใดเป็นการแบ่งตามลักษณะทางนิเวศวิทยาได้ถูกต้องทั้งหมด 

  1. 1) ชุมชนบริการขั้นต่ำ

  2. 2) ชุมชนอุตสาหกรรม 

  1. 3) ชุมชนศูนย์กลางการขนส่ง 

  1. 4) ชุมชนจำหน่าย หรือ ชุมชนการค้า 

  1. 5) ชุมชนประเภทพิเศษ 

a)
  1. 1) และ 2) และ 4) และ 5) 

b)
  1. 1) และ 2) และ 3) และ 4) 

c)
  1. 2) และ 4) 

d)
  1. 3) และ 4) 

e)
  1. 1) และ 2) และ 3) และ 4) และ 5) 

5.

ชุมชุนแบ่งเป็นกี่ประเภท

a)
  1. 2 ประเภท 

b)
  1. 4 ประเภท 

c)
  1. 6 ประเภท 

d)
  1. 8 ประเภท 

e)
  1. 10 ประเภท 

6.

ข้อใดเป็นการแบ่งตามระดับของการพัฒนาได้ถูกต้องทั้งหมด 

  1. 1) ชุมชนอ้อยพัฒนา 

  1. 2) ชุมชนพร้อมพัฒนา 

  1. 3) ชุมชนกำลังพัฒนา 

  1. 4) ชุมชนเร่งรัดพัฒนา 

  1. 5) ชุมชนพัฒนา 

a)
  1. 1) และ 2) และ 4) และ 5) 

b)
  1. 1) และ 2) และ 3) และ 4) 

c)
  1. 2) และ 4) 

d)
  1. ไม่มีข้อถูก 

e)
  1. ถูกทุกข้อ 

7.

“ชุมชนที่เกี่ยวกับการล่าสัตว์ เก็บอาหารป่า เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้าและบริการ”  

จากข้อความข้างต้น เป็นการแบ่งประเภทของชุมชนใด 

a)
  1. การแบ่งตามลักษณะของกิจกรรมต่าง ๆ 

  1.  

b)
  1. การแบ่งตามวิวัฒนาการของเศรษฐกิจ 

c)
  1. การแบ่งตามหน่วยการปกครอง 

d)
  1. การแบ่งตามลักษณะทางนิเวศวิทยา 

e)
  1. การแบ่งตามขนาดของประชากร

8.

ชุมชนที่มีขนาดประชากรตั้งแต่ 2,500 – 25,000 คน จัดว่าเป็นการแบ่งตามขนาดของประชากรในข้อใด 

a)
  1. เมือง (City) 

b)
  1. หมู่บ้าน (Village) 

c)
  1. เมืองเล็ก (Town) 

d)
  1. เมืองใหญ่ (Large City) 

e)
  1. หมู่บ้านเล็ก (Hamlet) 

9.

ข้อใด ไม่ได้ เกี่ยวข้องกับสถาบันทางสังคม 

a)
  1. ครอบครัว 

b)
  1. การศึกษา 

  1.  

c)
  1. การเมือง 

d)
  1. วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

e)
  1. สหจร หรือ สมาคม 

10.

ข้อใดคือความหมายของชุมชนที่ถูกต้องมากที่สุด

a)
  1. กลุ่มคนพวกหนึ่งซึ่งครอบครองบริเวรที่มีอาณาเขตไม่แน่นอน 

b)
  1. กลุ่มคนตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไป ครอบครองบริเวรที่ไม่มีอาณาเขตแน่นอน 

c)
  1. การเปลี่ยนแปลง เคลื่อนไหวที่ไม่ได้เป็นไปตามกระแส ไม่หยุดนิ่ง 

d)
  1. หมู่ชน กลุ่มคนที่อยู่รวมกันเป็นสังคมขนาดเล็ก ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกันและไม่มีผลประโยชน์ร่วมกัน 

e)
  1. การที่คนจำนวนหนึ่งมีวัตถุประสงค์ร่วมกัน มีความเอื้ออาทรต่อกัน พยายามที่จะทำอะไรร่วมกัน มีการเรียนรู้ร่วมกันในการกระทำซึ่งรวมถึงการสื่อสารกัน 

11.

ความหมายของการสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและครู คืออะไร 

a)
  1. การสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและครูเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน 

b)
  1. การสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและครูเป็นการแลกเปลี่ยนทักษะและความสามารถระหว่างกัน 

c)
  1. การสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและครูเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและความรู้สึกระหว่างกัน 

d)
  1. การสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและครูเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและค่านิยมระหว่างกัน 

e)
  1. การสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและครูเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างกัน 

12.

การสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและครูควรมีลักษณะอย่างไร 

a)
  1. การสื่อสารควรชัดเจน เข้าใจง่าย และตรงประเด็น 

b)
  1. การสื่อสารควรเป็นกันเอง ไม่ก้าวร้าว หรือมีอคติ 

c)
  1. การสื่อสารควรมีความสม่ำเสมอ 

d)
  1. การสื่อสารควรตรงตามเวลาที่กำหนด 

e)
  1. ถูกต้องทั้งหมด 

13.

ข้อใด ไม่ใช่ ประโยชน์ของการสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและครูมีดังนี้ 

a)
  1. ช่วยให้ผู้ปกครองและครูร่วมมือกันพัฒนานักเรียน 

b)
  1. ช่วยให้ครูเข้าใจความต้องการของผู้ปกครองและนักเรียนในทางที่ผิด

c)
  1. ช่วยให้นักเรียนได้รับการสนับสนุนจากทั้งที่บ้านและโรงเรียน 

d)
  1. ช่วยให้ผู้ปกครองเข้าใจพัฒนาการและการเรียนรู้ของนักเรียน 

e)
  1. ช่วยให้นักเรียนมีแรงจูงใจที่จะเรียนรู้ 

14.

ความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและชุมชน คืออะไร 

a)
  1. ความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและชุมชนเป็นการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาสังคม 

b)
  1. ความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและชุมชนเป็นการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาชุมชน 

c)
  1. ความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและชุมชนเป็นการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาการศึกษาของนักเรียน 

d)
  1. ความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและชุมชนเป็นการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาประเทศชาติ 

e)
  1. ความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและชุมชนเป็นการร่วมมือกันเพื่อพัฒนาโลก 

15.

ข้อใดเป็นประโยชน์ของความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและชุมชนมีดังนี้ 

a)
  1. ช่วยให้นักเรียนได้รับการสนับสนุนจากทั้งที่บ้านและโรงเรียนในทางที่ผิด 

b)
  1. ช่วยให้นักเรียนมีแรงจูงใจที่จะเรียนรู้ 

c)
  1. ช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จในการศึกษาช้าลง 

d)
  1. ช่วยให้สังคมน่าอยู่ขึ้นนิดหน่อย 

e)
  1. ช่วยให้ชุมชนน่าอยู่น้อยลง

16.

การสื่อสารระหว่างผู้ปกครองและครูควรมีลักษณะอย่างไร ยกตัวอย่าง 2 ตัวอย่าง 

a)
  1. มีเหตุผลและหลักฐานสนับสนุน 

b)
  1. เป็นกันเอง ไม่ก้าวร้าว หรือมีอคติ 

c)
  1. ตรงตามเวลาที่กำหนด 

d)
  1. มีความสม่ำเสมอ 

e)
  1. อ้อมค้อม เข้าใจง่าย และตรงประเด็น 

17.

บทบาทของผู้ปกครองในความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและชุมชนมีดังนี้ 

a)
  1. เข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น 

b)
  1. สนับสนุนการศึกษาของนักเรียน 

c)
  1. ให้ข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาของนักเรียน 

d)
  1. ร่วมมือกับชุมชนเพื่อพัฒนาการศึกษาของนักเรียน 

e)
  1. ถูกต้องทั้งหมด 

18.

ข้อใดคืออุปสรรคต่อการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและชุมชน 

a)
  1. ความแตกต่างทางวัฒนธรรม 

b)
  1. ทัศนคติที่ไม่ดีต่อโรงเรียน 

c)
  1. ขาดเวลาและทรัพยากร 

d)
  1. ขาดการสื่อสารที่ดี 

e)
  1. ถูกต้องทั้งหมด

19.

ชุมชนสามารถสนับสนุนการศึกษาของนักเรียนได้อย่างไรบ้าง 

a)
  1. การบริจาคเงินหรือสิ่งของให้กับโรงเรียน 

b)
  1. การอาสาสมัครเป็นครูหรือพี่เลี้ยงนักเรียน 

c)
  1. การจัดกิจกรรมหรือโครงการเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียน

d)
  1. การช่วยเหลือนักเรียนที่ขาดแคลน

e)

ถูกทั้งหมดข้อที่กล่าวมา 

20.

นักเรียนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ปกครองและชุมชนได้อย่างไรบ้าง 

a)
  1. เข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น 

b)
  1. แบ่งแยกการสนับสนุนการศึกษาของนักเรียน 

c)
  1. ปิดกั้นการให้ข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับการศึกษาของนักเรียน 

d)
  1. ร่วมมือกับผู้ปกครองและชุมชนน้อยลง 

e)
  1. นักเรียนร่วมใจกันไม่เข้าร่วมกิจกรรมของโรงเรียน 

21.

ข้อใดคือความหมายของสังคมพหุวัฒนธรรม

a)
  1. สังคมที่ประกอบด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย และอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม

b)
  1. สังคมที่มีวัฒนธรรมหลักที่เข้มแข็ง และไม่มีวัฒนธรรมอื่นใดเลย

c)
  1. สังคมที่มีวัฒนธรรมหลักที่เข้มแข็ง และมีวัฒนธรรมอื่นๆที่ถูกห้ามไม่ให้มีบทบาทเด่นในสังคม

d)
  1. สังคมที่ประกอบด้วยวัฒนธรรมที่หลากหลาย และแต่ละวัฒนธรรมแย่งชิงกันเป็นวัฒนธรรมหลัก 

e)
  1. ไม่มีข้อใดถูกต้อง 

22.

สังคมที่ประกอบไปด้วยความแตกต่างหลากหลายทางด้านต่างๆ เหมาะกับระบอบการปกครองแบบใด 

มากที่สุด

a)
  1. เผด็จการ

b)
  1. ประชาธิปไตย

c)
  1. คอมมิวนิสต์ 

d)
  1. สมบูรณาญาสิทธิราช 

e)
  1. ถูกหมดทุกข้อ

23.

ข้อใด ไม่ได้ เป็นความแตกต่างหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรม

a)
  1. เพศ

b)
  1. ชาติพันธุ์ 

c)
  1. ศาสนา

d)
  1. เงิน

e)
  1. ไม่มีข้อใดถูก

24.

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีสังคมพหุวัฒนธรรมหรือไม่ อย่างไร ?

a)
  1. เป็น เพราะเรามีรูปแบบวัฒนธรรมย่อยจำนวนมาก

b)
  1. เป็น เพราะเรามีชาวต่างชาติมาเที่ยวเยอะ

c)
  1. ไม่เป็น เพราะเราไม่มีรูปแบบสังคมและวัฒนธรรมอื่นๆ เลย

d)
  1. ไม่เป็น เพราะเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั้งประเทศ

e)
  1. ไม่มีข้อใดถูก

25.

การยอมรับในวัฒนธรรมอื่นๆ มีความจำเป็นหรือไม่ อย่างไร ?

a)
  1. จำเป็น เพราะทุกวัฒนธรรมมีความสำคัญต่อคนแต่ละกลุ่ม

b)
  1. จำเป็น เพราะกฎหมายบังคับไว้

c)
  1. ไม่จำเป็น เพราะเราไม่ได้สนใจวัฒนธรรมอื่นๆ เหล่านั้น 

d)
  1. ไม่จำเป็น เพราะเรามีวัฒนธรรมหลักอยู่แล้ว

e)
  1. ไม่มีข้อใดถูก

26.

ข้อใดคือ ความแตกต่าง ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์และคนต่างชาติที่อยู่อาศัยในประเทศไทย 

a)
  1. มีการรวมตัวเป็นจำนวนมาก

b)
  1. เป็นคนท้องถิ่นดั้งเดิม

c)
  1. มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง

d)
  1. ไม่มีความแตกต่างกันเลย

e)
  1. เดินทางออกนอกประเทศเพื่อกลับบ้าน

27.

ข้อใด ไม่ใช่ ความสำคัญของการยอมรับความแตกต่างหลากหลายในสังคม

a)
  1. ความเท่าเทียมในเรื่องสิทธิทางการเมือง

b)
  1. ความเท่าเทียมในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

c)
  1. ความเท่าเทียมในการบริจาคทรัพย์สิน

d)
  1. ความเท่าเทียมในการรับการบริการต่างๆ จากรัฐ

e)
  1. ไม่มีข้อถูก

28.

ข้อใด ไม่ใช่ ปัญหาอันเนื่องมาจากความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในประเทศไทย

a)
  1. กลุ่มชาติพันธุ์ไม่ได้รับความเท่าเทียม

b)
  1. กลุ่มเพศที่สามโดนปฏิบัติอย่างรังเกียจ

c)
  1. การที่ศาสนาเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมือง

d)
  1. ความพยายามแยกตัวเป็นเอกราช

e)
  1. คนผิวสีโดนทำร้ายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ

29.

ข้อใด ไม่ใช่ ทางแก้ปัญหาความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรม ตามแนวคิดพหุวัฒนธรรมนิยม

a)
  1. สร้างความเข้าใจและการยอมรับกลุ่มต่างๆ ในสังคม

b)
  1. รัฐริเริ่มให้มีความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรมในหน่วยงานรัฐ

c)
  1. รัฐพยายามสร้างความเข้มแข็งของวัฒนธรรมหลักและกำจัดวัฒนธรรมรอง

d)
  1. สร้างความเท่าเทียมและคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนอื่นๆ

e)
  1. ถูกทุกข้อ

30.

ข้อใด ไม่ใช่ ตัวอย่างของการที่ศาสนาเข้ามาข้องเกี่ยวกับการเมือง

a)
  1. พระเป็นหัวคะแนนในพรรคการเมือง

b)
  1. อิหม่ามเป็นผู้นำในการประท้วง 

c)
  1. นักบวชทำพิธีกรรมตามศาสนาให้กับนักการเมือง

d)
  1. ถูกทุกข้อ

e)
  1. ไม่มีข้อใดถูก