wayground logo

Free Printable Worksheets

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

พันธะเคมี

Total questions: 40

Worksheet time: 1hrs 19mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นสารประกอบไอออนิก

a)

SiCl4

b)

BCl3

c)

CaCl2

d)

SCl2

e)

BeCl2

2.

ข้อใดไม่ใช่สารประกอบไอออนิก

a)

K3PO4

b)

Na2CO3

c)

CO2

d)

Ca(HCO3)2

e)

KOH

3.

ธาตุ X มีเลขอะตอม 35 เมื่อเกิดเป็นไอออนจะมีการจัดเรียงอิเล็กตรอนอย่างไร

a)

2 8 7

b)

2 8 1

c)

2 8 18 8

d)

2 8 8 7

e)

2 8 18 7

4.

A เป็นธาตุที่มีการจัดเรียงอิเล็กตรอนเป็น 2, 8, 3 เมื่อรวมตัวกับธาตุ C ได้ สารประกอบที่มีสูตร A2C3 ธาตุ C ควรมีเวเลนต์อิเล็กตรอนเท่าใด

a)

3

b)

4

c)

5

d)

6

e)

7

5.

ข้อใดเขียนสูตรของสารประกอบไอออนิกผิด

a)

BaO

b)

Rb2O

c)

Al2O3

d)

BaCl2

e)

KO2

6.

ธาตุ A มีเวเลนต์อิเล็กตรอน 7 ธาตุ B มีเลขอะตอม 12 ข้อใดคือสูตรของสารประกอบไอออนิก ระหว่างธาตุทั้งคู่

a)

BA2

b)

B2A

c)

BA

d)

B2A3

e)

B3A2

7.

ธาตุ Z มีเลขออกซิเดชัน +2 +3 +4 +5 ข้อใดไม่ใช่สูตรของสารประกอบออกไซด์ของธาตุ Z

a)

ZO

b)

Z2O

c)

Z2O5

d)

ZO2

e)

Z2O3

8.

ข้อใดคือสูตรของ คอปเปอร์(II) ออกไซด์

a)

CuO

b)

Cu2O

c)

CuO2

d)

Cu2O3

e)

Cu2O2

9.

ธาตุ X Y และ Z มีเลขอะตอม 11 19 และ 35 ตามลำดับ สูตรของสารประกอบ ข้อใดถูก

a)

X2Z และ Y2Z

b)

XZ และ YZ

c)

XZ2 และ YZ2

d)

XZ3 และ YZ3

e)

X2Z3 และ YZ3

10.

ถ้า 38Sr ทำปฏิกิริยากับ 16S สารประกอบที่ได้ควรมีสูตรอย่างไร

a)

SrS

b)

Sr3S

c)

Sr2S3

d)

SrS3

e)

Sr2S

11.

ถ้า S ทำปฏิกิริยากับ Cl สารประกอบที่ได้ควรมีสูตรอย่างไร

a)

SCl

b)

SCl2

c)

S2Cl

d)

SCl3

e)

SCl5

12.

ข้อใดคือสูตรของ ไอร์ออน(II)ฟอสเฟต

a)

FePO4

b)

Fe3(PO4)2

c)

Fe3(PO4)3

d)

Fe2(PO4)3

e)

Fe(PO4)2

13.

พลังงานแลตทิช มีค่าเท่าใด

a)

-642 kJ/mol

b)

-2524 kJ/mol

c)

-697.2 kJ/mol

d)

+243 kJ/mol

e)

147.7 kJ/mol

14.

พลังงานอิเล็กตรอนอัฟฟินิตี มีค่าเท่าใด

a)

-642 kJ/mol

b)

-2524 kJ/mol

c)

-697.2 kJ/mol

d)

+243 kJ/mol

e)

147.7 kJ/mol

15.

พลังงานไออไนเซชันในการเปลี่ยนจาก Mg(g) \rightarrow Mg2+(g) มีค่าเท่าใด

a)

+737.7 kJ/mol

b)

+1450.7 kJ/mol

c)

+2188.4 kJ/mol

d)

+243 kJ/mol

e)

147.7 kJ/mol

16.

พลังงานใดมีการเปลี่ยนแปลงแบบคายพลังงาน

a)

IE และ EA

b)

EA และ สลายพันธะ

c)

พลังงานของการเกิด และ IE

d)

พลังงานแลตทิช และ EA

e)

EA และ สลายพันธะ

17.

พลังงานของการเกิดปฏิกิริยาเป็นเท่าใด

a)

ดูดพลังงาน 1450.7 kJ/mol

b)

คายพลังงาน 2524 kJ/mol

c)

ดูดพลังงาน 737.7 kJ/mol

d)

คายพลังงาน 647.2 kJ/mol

e)

คายพลังงาน 642 kJ/mol

18.

ข้อใดเป็นสมบัติเฉพาะตัวของสารประกอบไอออนิก

a)

เป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง

b)

ละลายในน้ำได้ดีทุกชนิด

c)

มีจุดหลอมเหลวต่ำ

d)

นำไฟฟ้าได้ดีเมื่อหลอมเหลว

e)

ข และ ง

19.

สารประกอบในข้อใดละลายน้ำได้ทุกชนิด

a)

Li2SO4 CaSO4

b)

CaSO4 Na2CO3

c)

KNO3 BaSO4

d)

AgCl NaBr

e)

NaNO3 Na2SO4

20.

พลังงานที่เกี่ยวข้องในปฏิกิริยา (2) เรียกว่า

a)

พลังงานสลายพันธะ

b)

พลังงานไฮเดรชัน

c)

พลังงานโครงร่างผลึก

d)

พลังงานไอออไนเซชัน

e)

พลังงานแลตทิช

21.

ธาตุคู่ใดที่รวมตัวกันแล้วได้สารประกอบโคเวเลนต์

a)

17X กับ 12Y

b)

9P กับ 11Q

c)

17X กับ 20Z

d)

11Q กับ 15A

e)

15A กับ 17X

22.

โมเลกุลใดที่การรวมตัวเป็นไปตามกฎออกเตต

a)

SF6

b)

BeCl2

c)

BF3

d)

CO2

e)

PCl5

23.

สารประกอบที่เกิดจากการรวมตัวระหว่างฟอสฟอรัสกับกำมะถันมีสูตรโมเลกุลเป็นอย่างไร

a)

PS

b)

P2S3

c)

P3S2

d)

P2S5

e)

P6S5

24.

อะตอมกลางของสารประกอบทั้งสองในข้อใดที่ไม่มีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว

a)

CH4 PCl5

b)

CH4 PCl3

c)

PCl3 PCl5

d)

H2O PCl5

e)

H2O PCl3

25.

ธาตุ A และ B มีเลขอะตอม 15 และ 35 ตามลำดับ คลอไรด์ของ A และ B ควรมีรูปร่างอย่างไร ตามลำดับ

a)

สามเหลี่ยมแบนราบ พีระมิดฐานสามเหลี่ยม

b)

พีระมิดฐานสามเหลี่ยม เส้นตรง

c)

ทรงเหลี่ยมสี่หน้า สามเหลี่ยมแบนราบ

d)

พีระมิดฐานสามเหลี่ยม มุมงอ

e)

สามเหลี่ยมแบนราบ ทรงเหลี่ยมสี่หน้า

26.

คลอไรด์ของธาตุ C ควรมีรูปร่างอย่างไร

a)

สามเหลี่ยมแบนราบ

b)

พีระมิดคู่้ฐานสามเหลี่ยม

c)

ทรงสี่หน้า

d)

พีระมิดฐานสามเหลี่ยม

e)

ทรงสี่หน้าบิดเบี้ยว

27.

โมเลกุลของสารใดมีพันธะไฮโดรเจน

a)

CF4

b)

HCl

c)

HBr

d)

HI

e)

HF

28.

สารในข้อใดไม่ใช่สารโคเวเลนต์โครงผลึกร่างตาข่าย

a)

เหล็กกล้า

b)

แกรไฟต์

c)

ควอตซ์

d)

เพชร

e)

ทราย

29.

โลหะสะท้อนแสงได้เพราะเหตุใด

a)

นิวเคลียสส่งแรงไปดึงดูดเวเลนต์อิเล็กตรอน

b)

เวเลนต์อิเล็กตรอนส่งแรงไปดึงดูดนิวเคลียส

c)

อิเล็กตรอนของโลหะเคลื่อนที่อยู่รอบอะตอมมีลักษณะเป็นกลุ่มหมอก

d)

เวเลนต์อิเล็กตรอนเคลื่อนที่ได้ทุกทิศทางอย่างรวดเร็ว

e)

โลหะไม่ดูดกลืนแสง

30.

แบบจำลองใดที่ใช้ในการอธิบายการเกิดพันธะในโลหะ

a)

แบบจำลองกลุ่มหมอก

b)

แบบจำลองทะเลอิเล็กตรอน

c)

แบบจำลองของลิวอิส

d)

แบบจำลองโครงร่างตาข่าย

e)

แบบจำลองของโบร์

31.

เมื่อละลาย  KCl  ในน้ำเกิดปฏิกิริยาเป็นขั้น ๆ  และมีการเปลี่ยนแปลงพลังงาน  ดังนี้

(1)  KCl(s) \longrightarrow Ka+(g) + Cl-(g)                                 ; ∆H = +701.2 kJ/mol

(2)  K+(g) + Cl-(g)  \longrightarrow K+(aq) + Cl-(aq)                     ; ∆H = -648.1kJ/mol

พลังงานที่เกี่ยวข้องในขั้นตอนที่ 2 คือ พลังงานใด

a)

พลังงานไอออไนเซชัน

b)

พลังงานอิเล็กตรอนอัฟฟินิตี

c)

พลังงานแลตทิช

d)

พลังงานไฮเดรชัน

e)

พลังงานไอออไนเซชัน

32.

ตามทฤษฎี VSEPR ข้อใดคือรูปร่างของ CBr4

a)

ทรงสี่หน้า

b)

สี่เหลี่ยมแบนราบ

c)

พีระมิดคู่ฐานสามเหลี่ยม

d)

พีระมิดฐานสามเหลี่ยม

e)

ทรงแปดหน้า

33.

ตามทฤษฎี VSEPR ข้อใดคือรูปร่างของ PBr3

a)

ทรงสี่หน้า

b)

สี่เหลี่ยมแบนราบ

c)

พีระมิดคู่ฐานสามเหลี่ยม

d)

พีระมิดฐานสามเหลี่ยม

e)

ทรงแปดหน้า

34.

ตามทฤษฎี VSEPR ข้อใดคือรูปร่างของ PBr5

a)

ทรงสี่หน้า

b)

สี่เหลี่ยมแบนราบ

c)

พีระมิดคู่ฐานสามเหลี่ยม

d)

พีระมิดฐานสามเหลี่ยม

e)

ทรงแปดหน้า

35.

ตามทฤษฎี VSEPR ข้อใดคือรูปร่างของ AlBr3

a)

ทรงสี่หน้า

b)

สี่เหลี่ยมแบนราบ

c)

พีระมิดคู่ฐานสามเหลี่ยม

d)

สามเหลี่ยมแบนราบ

e)

ทรงแปดหน้า

36.

ตามทฤษฎี VSEPR ข้อใดคือรูปร่างของสารนี้

a)

ทรงสี่หน้า

b)

สี่เหลี่ยมแบนราบ

c)

พีระมิดคู่ฐานสามเหลี่ยม

d)

สามเหลี่ยมแบนราบ

e)

ทรงแปดหน้า

37.

ตามทฤษฎี VSEPR ข้อใดคือรูปร่างของสารนี้

a)

เส้นตรง

b)

สามเหลี่ยมแบนราบ

c)

พีระมิดฐานสามเหลี่ยม

d)

ตัวที

e)

ตัววี

38.

ตามทฤษฎี VSEPR ข้อใดคือ จำนวนนวนอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะ และ จำนวนอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว ของ XeF2

a)

AX2E1

b)

AX2E2

c)

AX2E3

d)

AX3E2

e)

AX4E1

39.

ตามทฤษฎี VSEPR ข้อใดคือ จำนวนนวนอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะ และ จำนวนอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว ของ XeF4

a)

AX2E1

b)

AX2E2

c)

AX4E1

d)

AX4E0

e)

AX4E2

40.

ข้อใดคือ ไนโตรเจนมอนอกไซด์

a)

N2O

b)

NO2

c)

NO

d)

N2O3

e)

N2O5