wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

ทบทวนสอบวิชาวิจัย

Total questions: 35

Worksheet time: 35mins

Name
Class
Date
1.

นักวิจัยค้นหาสาเหตุของการลาออกของพนักงานในบริษัท จุดมุ่งหมายของการวิจัยคืออะไร

a)

เพื่อสำรวจหรือบรรยาย

b)

เพื่อทำนาย

c)

เพื่อควบคุม

d)

เพื่อพัฒนา

e)

เพื่ออธิบาย

2.

นักวิจัยศึกษาความคิดเห็นของนักเรียนต่อการใช้เทคโนโลยีในห้องเรียน จุดมุ่งหมายของการวิจัยคืออะไร

a)

เพื่อสำรวจหรือบรรยาย

b)

เพื่อทำนาย

c)

เพื่อควบคุม

d)

เพื่อพัฒนา

e)

เพื่ออธิบาย

3.

นักวิจัยต้องการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่เหมาะสมสำหรับนักเรียน จุดมุ่งหมายของการวิจัยคืออะไร

a)

เพื่อสำรวจหรือบรรยาย

b)

เพื่อทำนาย

c)

เพื่อควบคุม

d)

เพื่อพัฒนา

e)

เพื่ออธิบาย

4.

การวิจัยที่ดำเนินการโดยครูผู้สอนเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนากระบวนการเรียนการสอนภายในห้องเรียนเรียกว่าการวิจัยประเภทใด

a)

การวิจัยเชิงพัฒนา

b)

การวิจัยเชิงปฏิบัติการ

c)

การวิจัยเชิงทดลอง

d)

การวิจัยเชิงพรรณนา

5.

การวิจัยที่มุ่งเน้นการเก็บรวบรวมข้อมูลเชิงตัวเลขและวิเคราะห์ด้วยสถิติ คือข้อใด

a)

วิจัยเชิงคุณภาพ

b)

วิจัยเชิงปริมาณ

c)

วิจัยเชิงผสมผสาน

6.

การศึกษาที่ให้ความสำคัญกับมุมมองและประสบการณ์ของผู้ให้ข้อมูล โดยใช้วิธีสัมภาษณ์และสังเกตเป็นหลัก จัดเป็นการวิจัยประเภทใด

a)

วิจัยเชิงคุณภาพ

b)

วิจัยเชิงปริมาณ

c)

วิจัยเชิงผสมผสาน

7.

หากนักวิจัยต้องการใช้ทั้งข้อมูลเชิงตัวเลขและข้อมูลเชิงพรรณนาเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ครอบคลุมมากขึ้น ควรเลือกใช้การวิจัยประเภทใด

a)

วิจัยเชิงคุณภาพ

b)

วิจัยเชิงปริมาณ

c)

วิจัยเชิงผสมผสาน

8.

ตามหลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ กลุ่มตัวอย่างใดจัดเป็นกลุ่มเปราะบาง

a)

นักศึกษาในมหาวิทยาลัย

b)

ผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อม

c)

พนักงานบริษัทเอกชน

d)

เจ้าหน้าที่รัฐที่ทำงานประจ

9.

กลุ่มใดต่อไปนี้ที่ถือว่าเป็นกลุ่มเปราะบางในการวิจัย

a)

เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

b)

ผู้ประกอบอาชีพอิสระ

c)

นักวิจัยที่ทำงานในมหาวิทยาลัย

d)

บุคคลทั่วไปที่มีสุขภาพแข็งแรง

10.

“การสร้างแบบฝึกทักษะการอ่านเพื่อพัฒนาการอ่านจับใจความของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1” จากชื่อเรื่อง ข้อใดเป็นนวัตกรรม

a)

การอ่านจับใจความ

b)

แบบฝึกทักษะการอ่าน

c)

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1

d)

ไม่มีนวัตกรรม

11.

“ความสัมพันธ์ระหว่างเวลาในการทบทวนบทเรียนกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3” จากชื่อเรื่อง ข้อใดเป็นนวัตกรรม

a)

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

b)

เวลาในการทบทวนบทเรียน

c)

นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3

d)

ไม่มีนวัตกรรม

12.

“ผลของแอปพลิเคชันสอนคำศัพท์ที่มีต่อความสามารถทางภาษาของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4” จากชื่อเรื่อง ข้อใดเป็นนวัตกรรม

a)

ความสามารถทางภาษา

b)

แอปพลิเคชันสอนคำศัพท์

c)

นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4

d)

ไม่มีนวัตกรรม

13.

ความสามารถในการอ่านของนักเรียนหลังจากการทดลองใช้แอปพลิเคชันการเรียนรู้

a)

ตัวแปรต้น

b)

ตัวแปรตาม

14.

กิจกรรมเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์

a)

ตัวแปรต้น

b)

ตัวแปรตาม

15.

การเรียนรู้ผ่านเกม

a)

ตัวแปรต้น

b)

ตัวแปรตาม

16.

ระดับความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอน

a)

ตัวแปรต้น

b)

ตัวแปรตาม

17.

“ผลของการใช้เกมการศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5” จากชื่อเรื่อง ข้อใดคือตัวแปรตาม

a)

เกมการศึกษา

b)

ทักษะการคิดวิเคราะห์

c)

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

d)

ไม่มีตัวแปรตาม

18.

“ผลของการใช้เกมการศึกษาเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5” จากชื่อเรื่อง ข้อใดคือตัวแปรต้น

a)

เกมการศึกษา

b)

ทักษะการคิดวิเคราะห์

c)

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

d)

ไม่มีตัวแปรตาม

19.

คะแนนผลสัมฤทธิ์ในวิชาภาษาไทย จัดเป็นมาตรวัดระดับใด

a)

มาตรนามบัญญัติ (Nominal Scale)

b)

 มาตรเรียงอันดับ (Ordinal Scale)

c)

มาตรอันตรภาค (Interval Scale)

d)

 มาตรอัตราส่วน (Ratio Scale)

20.

เพศ จัดเป็นมาตรวัดระดับใด

a)

มาตรนามบัญญัติ (Nominal Scale)

b)

 มาตรเรียงอันดับ (Ordinal Scale)

c)

มาตรอันตรภาค (Interval Scale)

d)

 มาตรอัตราส่วน (Ratio Scale)

21.

จำนวนประชากร จัดเป็นมาตรวัดระดับใด

a)

มาตรนามบัญญัติ (Nominal Scale)

b)

 มาตรเรียงอันดับ (Ordinal Scale)

c)

มาตรอันตรภาค (Interval Scale)

d)

 มาตรอัตราส่วน (Ratio Scale)

22.

ขนาดของแก้วกาแฟ (เล็ก กลาง ใหญ่) จัดเป็นมาตรวัดระดับใด

a)

มาตรนามบัญญัติ (Nominal Scale)

b)

 มาตรเรียงอันดับ (Ordinal Scale)

c)

มาตรอันตรภาค (Interval Scale)

d)

 มาตรอัตราส่วน (Ratio Scale)

23.

"นักเรียนที่เรียนด้วย CAI มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนแตกต่างกัน" ข้อความนี้เป็นสมมุติฐานประเภทใด

a)

สมมุติฐานแบบมีทิศทาง

b)

สมมุติฐานแบบไม่มีทิศทาง

24.

"นักเรียนที่เรียนด้วย CAI มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน" ข้อความนี้เป็นสมมุติฐานประเภทใด

a)

สมมุติฐานแบบมีทิศทาง

b)

สมมุติฐานแบบไม่มีทิศทาง

25.

"นักเรียนที่ได้รับการสอนแบบใช้เกมมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่ากลุ่มที่เรียนด้วยวิธีปกติ" เป็นสมมุติฐานประเภทใด

a)

สมมุติฐานแบบมีทิศทาง

b)

สมมุติฐานแบบไม่มีทิศทาง

26.

"นักเรียนที่ได้รับการสอนแบบใช้เกมมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแตกต่างจากก่อนเรียน" เป็นสมมุติฐานประเภทใด

a)

สมมุติฐานแบบมีทิศทาง

b)

สมมุติฐานแบบไม่มีทิศทาง

27.

คะแนนความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนหลังใช้สื่อการเรียนรู้เชิงนวัตกรรมสูงกว่าก่อนการใช้

a)

สถิติทดสอบทีแบบไม่อิสระ (Dependent t-test)

b)

สถิติทดสอบทีแบบอิสระ (Independent t-test)

c)

การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA)

d)

การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation coefficient)

e)

วิเคราะห์ One sample t-test

28.

เพื่อเปรียบเทียบทักษะการคิดของนักเรียนกับเกณฑ์มาตรฐานร้อยละ 80

a)

สถิติทดสอบทีแบบไม่อิสระ (Dependent t-test)

b)

สถิติทดสอบทีแบบอิสระ (Independent t-test)

c)

การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA)

d)

การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation coefficient)

e)

วิเคราะห์ One sample t-test

29.

เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและระดับความพึงพอใจในสื่อการเรียนรู้

a)

สถิติทดสอบทีแบบไม่อิสระ (Dependent t-test)

b)

สถิติทดสอบทีแบบอิสระ (Independent t-test)

c)

การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA)

d)

การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation coefficient)

e)

วิเคราะห์ One sample t-test

30.

เพื่อศึกษาความแตกต่างของคะแนนการคิดวิเคราะห์ระหว่างนักเรียนที่เรียนด้วยกิจกรรม STEM และนักเรียนที่เรียนแบบบรรยาย

a)

สถิติทดสอบทีแบบไม่อิสระ (Dependent t-test)

b)

สถิติทดสอบทีแบบอิสระ (Independent t-test)

c)

การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA)

d)

การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation coefficient)

e)

วิเคราะห์ One sample t-test

31.

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนแตกต่างกันตามประเภทของสื่อการเรียนรู้ (สื่อสิ่งพิมพ์, สื่อดิจิทัล, และสื่ออินเตอร์แอคทีฟ)

a)

สถิติทดสอบทีแบบไม่อิสระ (Dependent t-test)

b)

สถิติทดสอบทีแบบอิสระ (Independent t-test)

c)

การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-way ANOVA)

d)

การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation coefficient)

e)

วิเคราะห์ One sample t-test

32.

สัญลักษณ์ ** หมายถึง

a)

.001

b)

.01

c)

.005

d)

.05

33.

การทดลองที่ไม่มีการควบคุมตัวแปรต่าง ๆ อย่างเคร่งครัดและมักใช้ในการศึกษาขั้นต้นคือข้อใด

a)

Pre-experimental

b)

Post-experimental

c)

Quasi-experimental

d)

True-experimental

34.

แบบแผนการวิจัยเชิงทดลองที่มีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างเข้าสู่การทดลองคือข้อใด

a)

Pre-experimental

b)

Post-experimental

c)

Quasi-experimental

d)

True-experimental

35.

ในการศึกษาผลของการใช้แอปพลิเคชันเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของนักเรียน

ครูเมธาแบ่งนักเรียนออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกใช้แอปพลิเคชัน และกลุ่มที่สองเรียนตามปกติ

แล้ววัดผลการอ่านหลังการทดลอง แบบแผนการวิจัยนี้คือข้อใด

a)

One-group Posttest Only Design

b)

Pretest-Posttest Control Group Design

c)

Posttest-Only Control Group Design

d)

Time Series Design