wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Zoom12

Total questions: 20

Worksheet time: 10mins

Name
Class
Date
1.

ข้อใดเป็นองค์ประกอบสำคัญของการกำหนดขอบเขตโครงการ (Project Scope)

a)

การวิเคราะห์ผลตอบแทน (ROI) และต้นทุนต่อหน่วย

b)

ขอบเขตของงาน ข้อกำหนดทางเทคนิค ข้อจำกัดของโครงการ และการส่งมอบงาน

c)

การวิเคราะห์แรงและโครงสร้าง และการเลือกวัสดุ

d)

การออกแบบซอฟต์แวร์และการเขียนโค้ด

2.

การกำหนดเป้าหมายโครงการที่ดีควรเป็นไปตามหลัก SMART หมายถึงข้อใด

a)

Simple, Measurable, Accurate, Reliable, Time-bound

b)

Specific, Measurable, Achievable, Relevant, Time-bound

c)

Strategic, Meaningful, Adjustable, Risky, Timeless

d)

Structured, Manageable, Affordable, Rational, Timely

3.

ปัจจัยใดที่ต้องพิจารณาในการศึกษาความเป็นไปได้ทางเทคนิค (Technical Feasibility)

a)

การคืนทุน จุดคุ้มทุน และราคาขาย

b)

ข้อกำหนดด้านแรงงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

c)

เทคโนโลยีและนวัตกรรม เครื่องจักรและอุปกรณ์ ความพร้อมของบุคลากร และข้อจำกัดทางเทคนิค

d)

การบริหารความเสี่ยงทางการเงินและกระบวนการโลจิสติกส์

4.

ข้อใดเป็นตัวอย่างของข้อจำกัดของโครงการ (Project Constraints)

a)

การเลือกวัสดุที่เหมาะสมสำหรับการผลิต

b)

ระยะเวลาที่ต้องเสร็จ งบประมาณสูงสุด และทรัพยากรที่สามารถใช้ได้

c)

การใช้ซอฟต์แวร์ช่วยออกแบบ เช่น SolidWorks และ ANSYS

d)

การวิเคราะห์ต้นทุนโครงการและผลตอบแทนทางการเงิน

5.

การออกแบบเชิงกลศาสตร์ (Mechanical Design) ต้องพิจารณาด้านใดบ้าง

a)

การวิเคราะห์แรงและโครงสร้าง การเลือกวัสดุ และกระบวนการผลิต

b)

การวิเคราะห์งบประมาณและแหล่งเงินทุน

c)

การออกแบบซอฟต์แวร์และการพัฒนาโค้ด

d)

การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

6.

ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยหลักในการวางแผนทรัพยากรในงานวิศวกรรมเครื่องกล

a)

บุคลากร

b)

วัสดุและอุปกรณ์

c)

สภาพอากาศ

d)

งบประมาณและต้นทุน

7.

เครื่องมือใดใช้สำหรับติดตามตารางงานและการใช้ทรัพยากรในโครงการ

a)

Gantt Chart

b)

ERP System

c)

PERT และ CPM

d)

Inventory Management Systems

8.

การวางแผนงบประมาณในโครงการวิศวกรรมเครื่องกล ควรมีการกันงบสำรอง (Contingency Budget) เพื่ออะไร

a)

ใช้สำหรับปรับเงินเดือนพนักงาน

b)

ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด

c)

ใช้ขยายโครงการให้ใหญ่ขึ้น

d)

ใช้ลดต้นทุนวัสดุหลัก

9.

ข้อใดช่วยลดความเสี่ยงด้านเครื่องจักรขัดข้องในโครงการ

a)

มีเครื่องจักรสำรอง

b)

ใช้ซอฟต์แวร์ออกแบบมากกว่าหนึ่งตัว

c)

ใช้เครือข่ายขนส่งที่หลากหลาย

d)

สำรองสต็อกวัตถุดิบ

10.

แนวทางในข้อใดช่วยลดต้นทุนโดยไม่ลดคุณภาพของโครงการ

a)

ใช้วัสดุทางเลือกที่มีต้นทุนต่ำแต่คุณสมบัติใกล้เคียง

b)

ลดจำนวนบุคลากรที่ใช้ในโครงการ

c)

ลดการบำรุงรักษาเครื่องจักรเพื่อลดค่าใช้จ่าย

d)

ใช้วัสดุราคาถูกโดยไม่สนใจคุณภาพ

11.

ข้อใดเป็นขั้นตอนการตรวจสอบคุณภาพก่อนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการสอบเทียบเครื่องมือวัด

a)

การตรวจสอบวัตถุดิบ (Raw Material Inspection)

b)

การตรวจสอบเครื่องจักรและอุปกรณ์ (Machine & Equipment Calibration)

c)

การทดสอบชิ้นงานต้นแบบ (Prototype Testing)

d)

การตรวจสอบมาตรฐานการผลิต (Standard Compliance Check)

12.

การทดสอบชิ้นงานต้นแบบ (Prototype Testing) มักใช้วิธีใดเพื่อตรวจสอบความแข็งแรงของวัสดุ

a)

การสอบเทียบเครื่องจักร (Machine Calibration)

b)

การทดสอบแรงดึง (Tensile Test Machine)

c)

การตรวจสอบส่วนประกอบทางเคมี (Chemical Composition Analysis)

d)

การตรวจสอบขนาดและความคลาดเคลื่อน (Dimensional Inspection)

13.

จงหาค่าความเค้นแรงดึง (σ) ของแท่งเหล็กในหน่วย MPa เมื่อแท่งเหล็กมีพื้นที่หน้าตัด 50 mm² และรับแรงดึง 5,000 N

a)

100 MPa

b)

200 MPa

c)

300 MPa

d)

400 MPa

14.

จงคำนวณค่าโมเมนต์ดัดที่จุดรองรับ ในกรณีที่มีคานรับแรงกระทำ 200 Nที่ปลายสุด ห่างจากจุด

รองรับ 2 เมตร

a)

100 N·m

b)

200 N·m

c)

300 N·m

d)

400 N·m

15.

ของไหลไหลผ่านท่อที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.2 m ด้วยอัตราการไหล 0.1 m³/s จงคำนวณความเร็วของของไหล (V)

a)

2.18 m/s

b)

3.18 m/s

c)

4.18 m/s

d)

2.58 m/s

16.

ในระบบการควบคุมวัตถุดิบและสินค้าคงคลัง (Inventory Control) มีแนวทางหรือกลยุทธ์ใดที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง

a)

ใช้ระบบ Just-In-Time (JIT) เพื่อลดปริมาณสินค้าคงคลังให้เหลือน้อยที่สุด

b)

ใช้หลักการ First-In-First-Out (FIFO) เพื่อป้องกันสินค้าหมดอายุหรือเสื่อมคุณภาพ

c)

ใช้การวิเคราะห์ความต้องการสินค้าเพื่อพยากรณ์ปริมาณการผลิตที่เหมาะสม

d)

ถูกทุกข้อ

17.

ข้อใดเป็นแนวทางที่ช่วยลดการสูญเสียพลังงานในระบบเครื่องกลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

a)

การเพิ่มความเร็วรอบของมอเตอร์เพื่อให้เครื่องจักรทำงานได้เร็วขึ้น

b)

การใช้ระบบ VFD (Variable Frequency Drive) ในการควบคุมความเร็วของมอเตอร์

c)

การลดรอบการบำรุงรักษาเครื่องจักรเพื่อลดเวลาหยุดทำงาน

d)

การปล่อยให้เครื่องจักรทำงานต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อลดการสตาร์ทเครื่องบ่อย ๆ

18.

ข้อใดไม่ใช่วิธีการประมาณราคาต้นทุนที่ใช้กันทั่วไปในงานวิศวกรรมเครื่องกล

a)

การประมาณราคาโดยละเอียด (Detailed Estimation)

b)

การประมาณราคาโดยเปรียบเทียบ (Analogous Estimation)

c)

การประมาณราคาจากต้นทุนแฝง (Hidden Cost Estimation)

d)

การประมาณราคาแบบพาราเมตริก (Parametric Estimation)

19.

ข้อใดไม่ใช่ขั้นตอนหลักของการติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ทางวิศวกรรมเครื่องกล

a)

การตรวจสอบสถานที่ติดตั้ง (Site Inspection)

b)

การเคลื่อนย้ายและติดตั้งอุปกรณ์ (Equipment Positioning & Mounting)

c)

การกำหนดงบประมาณสำหรับการซ่อมบำรุง (Maintenance Budgeting)

d)

การเชื่อมต่อระบบ (System Connection)

20.

ข้อใดไม่ใช่ประเภทของการซ่อมบำรุงในงานวิศวกรรมเครื่องกล

a)

การซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance - PM)

b)

การซ่อมบำรุงเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance - PdM)

c)

การซ่อมบำรุงเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance - CM)

d)

การซ่อมบำรุงเชิงรุก (Aggressive Maintenance - AM)