

หลักภาษา
Presentation
•
World Languages
•
6th Grade
•
Hard
Natnicha Areerak
FREE Resource
38 Slides • 0 Questions
1
คํานาม
๑
คําในภาษาไทยมีการสื่อสารกันไดทุกวัน เเบงได ๗ ชนิด
๑) คํานาม
เปนคําที่ใชเรียกชื่อคน สัตว พืช สิ่งของ สถานที่ สภาพกิริยาอาการ
เเละความรูสึกนึกคิดตางๆ รวมทั้งสิ่งมีชีวิตเเละไมมีชีวิต
เเบงออกเปน ๕ ประเภท
๑) คํานามสามัญ หรือ สามานยนาม เปนคําที่ใชเรียกชื่อทั่วไป เชน มะมวง
ดินสอ บาน พอ เปนตน
๒) คํานามวิสามัญ หรือ วิสามานยนาม เปนคําที่ใชเรียกเปนชื่อ
เฉพาะบุคคล สัตว สิ่งของ เเละสถานที่ เชน สุนทรภู ด.ญ.กมลเนตร
เปนตน
๓) คํานามบอกลักษณะ หรือ ลักษณนาม เปนคําที่ใชบอกลักษณะรูป
หรือขนาดของคํานามสามัญ เชน คน เลม ตัว อัน เเทง เปนตน
๔) คํานามบอกหมวดหมู หรือสมุหนาม เปนคําที่ใชบอกหมวดหมูของ
คํานามสามัญ เชน หมู กลุม ฝูง กอง เปนตน
๕) คํานามบอกอาการ หรือ อาการนาม เปนคํานามที่เเสดงอาการมีคําวา
การ หรือ ความ นําหนา เชนการพูด การอาน ความดี ความรัก เปนตน
๑) คํานาม
2
คํานาม
๒
ขอสังเกต เวลาหนูๆ อยากรูวาในประโยค คําใดเปนประธาน
มาดูกันเลยคะเด็กๆ
ยายชอบเด็ดดอกไม
คําที่ขีดเสนใต คือ คําวา ยาย จะเปนประธาน
คําที่เปนประธานจะอยูหนาประโยคเสมอ
ขอสังเกต เวลาหนูๆ อยากรูวาในประโยค คําใดเปนกรรม
มาดูกันเลยคะเด็กๆ
กระเทียมชอบอานหนังสือ
คําที่ขีดเสนใต คือ คําวา หนังสืิอ จะเปนกรรม
คําที่เปนกรรมจะเปนผูที่ถูกทําเสมอ
ขอสังเกต เวลาหนูๆ อยากรูวาในประโยค คําใดเปนสวนขยายตางๆ
ของประโยค มาดูกันเลยคะเด็กๆ
คุณครูเเละนักเรียนเตรียมจัดงานวันปใหม
คําที่ขีดเสนใต คือ คําวา วันปใหม จะเปนสวนขยายประโยค
คําที่เปนสวนขยายประโยคจะเปนคําที่ขยายใหรูถึงการกระทําหรือบริบทนั้นๆ
ของประโยคใหเดนชัดยิ่งขึ้นวา เเสดงถึงอะไร หมายถึงอะไร
ขอสังเกต เวลาหนูๆ อยากรูวาในประโยค คําใดเปนกรรม
มาดูกันเลยคะเด็กๆ
ขอสังเกต เวลาหนูๆ อยากรูวาในประโยค คําใดเปนประธาน
มาดูกันเลยคะเด็กๆ
ยายชอบเด็ดดอกไม
กระเทียมชอบอานหนังสือ
ขอสังเกต เวลาหนูๆ อยากรูวาในประโยค คําใดเปนสวนขยายตางๆ
ของประโยค มาดูกันเลยคะเด็กๆ
คุณครูเเละนักเรียนเตรียมจัดงานวันปใหม
ตัวอย่าง
3
ใบงาน
คํานาม
๓
คะเเนน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนเเยกระหวางคํานามสามัญกับคํานามวิสามัญ
หนังสือพิมพ
ดาวเสาร
หมวก
ดวงจันทร
เจาโต
ลิง
นราธิวาส
เกาหลี
ชบาเเกว
นักการเมือง
เกาอี้
นักกีฬา
พอ
กอนหิน
นํ้าโคก
ยะลา
คอมพิวเตอร
ชาวเขา
สุนทรภู
ดินสอ
คํานามสามัญ
คํานามวิสามัญ
คํานามสามัญ
คํานามวิสามัญ
คํานามสามัญ
คํานามวิสามัญ
4
ใบงาน
คํานาม
๔
คะเเนน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนเขียนคําลักษณนามของคําตอไปนี้
คํานาม
คําลักษณนาม
คํานาม
คําลักษณนาม
บาน ตึก มุง
รถ รม ชอน
ภิกษุ สามเณร นักพรม
ยักษ ภูต ปศาจ
โตะ เกาอี้ ตะปู
ป ขลุย
เเหวน กําไล
เหล็ก ตะกั่ว ดินสอ
ไมไผ ออย เรือ
ผา เสื่อ พรม
เชือก ดาย ลวด
รองเทา ถุงเทา
คํานาม
คําลักษณนาม
5
๕
คําสรรพนาม
คําสรรพนามคือคําที่เเเทนคํานาม เเบงได ๖ ประเภท ดังนี้
๑) บุรุษสรรพนาม เปนคําสรรพนามใชเเทนผูพูด ผูฟง เเละผูที่
ถูกกลาวถึง เชน
กระผม ผม ขาพเจา ฉัน ฯลฯ เเทนผูพูด
เขา ทาน เเทนผูที่ถูกกลาวถึง
คุณ เธอ ทาน เเทนผูฟง
๒) นิยมสรรพนาม เปนคําสรรพนามบอกความหมายเฉพาะ
เจาะจง เชน นั่น นี่ โนน เปนตน
๓) อนิยมสรรพนาม เปนคําสรรพนามที่มีความหมายทั่วๆไป
ไมเจาะจง เชน ใคร อะไร เปนตน
๔) ปฤจฉาสรรพนาม เปนคําสรรพนามที่ใชเปนคําถาม เชน
อะไร ไหน ใคร เปนตน
๕) วิภาคสรรพนาม เปนคําสรรพนามที่ใชเพื่อเเยกคํานาม
ออกเปนสวนๆ ไดเเกคําวา บาง ตาง กัน เปนตน
๖) ประพันธสรรพนาม เปนสรรพนามที่ใชเชื่อมประโยค ทําหนาที่
เเทนคํานาม หรือสรรพนามที่อยูขางหนา เเละยังทําหนาที่เชื่อม
ประโยคโดยใหประโยค 2 ประโยค มีความเชื่อมกัน
ไดเเก คําวา ผู ที่ ซึ่ง อัน เปนตน
6
ใบงาน
คําสรรพนาม
กระผม
๖
คะเเนน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนระบายสีภาพที่มีคําสรรพนาม
เธอ
เขา
คุณ
ฉัน
เรา
ดินสอ
ทาน
ยางลบ
ขาวเเกง
7
ใบงาน
คําสรรพนาม
๗
คะเเนน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนเลือกชนิดของคําสรรพนามใหตรงกับประโยค
นิยมสรรพนาม
อนิยมสรรพนาม
วิภาคสรรพนาม
๑) ใครเปนคนรองเพลงระบําใหเพื่อนฟง
ตอบ
๒) นี่เธอทํางานศิลปะสวยจัง
ตอบ
๓) เขาทําอะไรใหเธอโกรธ
ตอบ
๔) ประชาชนที่มาเขาเเถวรับของ บางก็นั่ง บางก็ยืน
ตอบ
๕) ผูหญิงที่อยูในบานนั้นเปนยาของผม
ตอบ
ปฤจฉาสรรพนาม
ประพันธสรรพนาม
บุรุษสรรพนาม
(แทนบุคคล)
8
ใบงาน
คําสรรพนาม
๘
คําชี้เเจง ใหนักเรียนเลือกชนิดของคําสรรพนามใหตรงกับประโยค
๖) ฉันกําลังทํางานบาน
ตอบ
๗) นั่นเปนหนังสือของเธอใชไหม
ตอบ
๘) อะไรทําใหเธอเปลี่ยนใจ
ตอบ
๙) ตางก็ทําหนาที่ของตัวเองเปนอยางดี
ตอบ
๑๐) บุคคลผูไมประสงคออกนาม บริจาค 100 บาท
ตอบ
ตอ
คะเเนน
บุรุษสรรพนาม
(แทนบุคคล)
ปฤจฉาสรรพนาม
นิยมสรรพนาม
อนิยมสรรพนาม
วิภาคสรรพนาม
ประพันธสรรพนาม
9
๙
คํากริยา
คํากริยา
เปนคําที่เเสดงอาการ หรือการกระทําของคํานาม หรือคํา
สรรพนามเพื่อใหรูวาคํานามหรือคําสรรพนามนั้นๆ
ทําอะไร หรือเปนอะไร เเบงเปน ๔ ประเภท
๑) อกรรมกริยา เปนคํากริยาที่ไมตองมีกรรมมารับก็ไดใจความ
สมบูรณ
๒) สกรรมกริยา เปนคํากริยาที่ตองมีกรรมมารับจึงจะทําใหประโยค
สมบูรณ
๓) วิกตรรถกริยา เปนคํากริยาที่ตองมีคํานาม หรือคําสรรพนามซึ่ง
ทําหนาที่เปนสวนเติมเต็มตามหลังเสมอ ไดเเก คําวา เหมือน เปน
๔) กริยานุเคราะห หรือกริยาชวย เปนคํากริยาที่ทําหนาที่ชวย
กริยาอื่นใหมีความหมายที่ชัดเจน เชน จะ อาจ ตอง ควร
คํากริยา
10
ใบงาน
คํากริยา
๑๐
คะเเนน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนระบายสีภาพที่มีคํากริยา
รอง
วิ่ง
ขยับ
กิน
เตน
ไอศกรีม
มะพราว
ชอน
นอน
กระจับ
11
ใบงาน
คํากริยา
๑๑
คะเเนน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนเขียนอธิบายเกี่ยวกับคํากริยาตามความเขาใจของนักเรียน
คํากริยา
12
๑๒
คําวิเศษณ
คําวิเศษณ
เปนคําที่ทําหนาที่ขยายคํานาม คําสรรพนาม คํากริยา หรือขยายคํา
วิเศษณดวยกัน เพื่อใหเนื้อความชัดเจนขึ้น คําวิเศษณมักอยูหลังคํา
ที่นํามาขยาย
๑) คําวิเศษณสามัญ ใชขยายกริยาโดยทั่วไป เชน จริงๆ เเลว จัง เปนตน
๒) คําวิเศษณขยายเฉพาะ ใชขยายกริยาเพื่อเเสดงลักษณะอยางใด
อยางหนึ่ง เชน ใหญ เเคบ สีขาว เปนตน
๓) คําวิเศษณเเสดงคําถาม ใชเเสดงคําถามเกี่ยวกับการกระทําวาเพราะอะไร
เพื่ออะไร เวลาใด ทําอะไร เชน ใคร อะไร ที่ไหน เปนตน
๔) คําวิเศษณบอกเวลา ใชเพื่อบงบอกเวลาหรือการกระทํา
เชน นาน เร็ว เชา คํ่า เปนตน
13
๑๓
ใบงาน
คําวิเศษณ
๑) จริงๆ
คะเเนน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนนําคําวิเศษณที่กําหนดใหมาเเตงประโยค
๒) คนนั้น
๓) ทั้งหมด
๔) ไพเราะ
๕) เกง
๖) มาก
๘) เพราะเหตุใด
๙) เมื่อกี้
๑๐) กลางวัน
14
๑๔
ใบงาน
คําวิเศษณ
คะเเนน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนบอกชนิดเเละหนาที่ของคําวิเศษณ
๑) เเมทํางานประดิษฐไดอยางไร
คําวิเศษณ คือ ........................ เปนคําวิเศษณ.............................
ทําหนาที่ขยายคํากริยา....................................................
๒) พรุงนี้มีงานเตนรํา
คําวิเศษณ คือ ........................ เปนคําวิเศษณ.............................
ทําหนาที่ขยายคํากริยา....................................................
๓) กระเจี๊ยบทําภาษาอักฤษไดมาก
คําวิเศษณ คือ ........................ เปนคําวิเศษณ.............................
ทําหนาที่ขยายคํากริยา....................................................
๔) ฉันระบายสีดอกไมนี่เอง
คําวิเศษณ คือ ........................ เปนคําวิเศษณ.............................
ทําหนาที่ขยายคํากริยา....................................................
15
๑๕
คําบุพบท
คําบุพบท
คําบุพบท คือ คําที่ปรากฏหนาคํานามหรือสรรพนามเพื่อบอก
ความสัมพันธระหวางคํานั้นกับคําอื่นในประโยคเดียวกัน
๑) คําบุพบทบอกเวลา เชน เมื่อ ตั้งเเต จนกระทั่ง
๒) คําบุพบทบอกตําเเหนง ที่ตั้ง สถานที่ เชน ใกล บน ใต
๓) คําบุพบทบอกความเปนเจาของ เชน ของ เเหง
๔) คําบุพบทบอกตําเเหนง ที่ตั้ง สถานที่ เชน ใกล บน ใต
๕) คําบุพบทบอกความมุงหมาย เชน เพื่อ สําหรับ
๖) คําบุพบทบอกผูรับผล เชน กับ เเก เเด ตอ
๗) คําบุพบทบอกความเกี่ยวของ เชน ดวย ทั้ง โดย ตาม
๑๐) คําบุพบทบอกสาเหตุ เชน เเต จาก กวา
16
๑๖
ใบงาน
คําบุพบท
๑) เเด
คําชี้เเจง ใหนักเรียนเเตงประโยคโดยมีคําบุพบทที่กําหนดใหอยูในประโยค
๒) เเก
๓) เเต
๔) เพื่อ
๕) ตอ
๖) เพราะ
๗) ฉะนั้น
๘) ก็
๙) เเละ
๑๐) หรือ
คะเเนน
17
๑๗
ใบงาน
คําบุพบท
คําชี้เเจง ใหนักเรียนเขียนคําเชื่อมหรือคําบุพบท
คะเเนน
18
๑๘
คําสันธาน
คําสันธาน
เปนคําที่ใชเชื่อมประโยคกับประโยค หรือเชื่อมคํากับคําใหเกี่ยวเนื่องกัน
สัมพันธกันในลักษณะตางๆ เชน ใจความคลอยตามกัน เปนเหตุเปนผลกัน
หรือขัดเเยงกัน
ชนิดของคําสันธาน
๑) คําสันธานที่เชื่อมความเเละคลอยตามกัน
ไดแกคําวา และ ทั้ง...และ ทั้ง...ก็ ครั้น...ก็ ครั้น...จึง ก็ดี
เมื่อ...ก็วา พอ...แลว
เชน - ทั้งพอและแมของผมเปนคนใต
- พอทําการบานเสร็จแลวฉันก็นอน
๒) คําสันธานที่เชื่อมความเเละขัดแยงกัน ไดเเกคําวา แต แตวา กวา...ก็
ถึง...ก็
เชน - ผมตองการพูดกับเขา แตเขาไมยอมพูดกับผม
- กวาเราจะเรียนจบเพื่อนๆ ก็ทํางานหมดแลว
๓) คําสันธานที่เชื่อมขอมความใหเลือก ไดแกคําวา หรือ หรือไม ไม...ก็
หรือไมก็ ไมเชนนั้น มิฉะนั้น...ก็ เปนตน
เชน - นักเรียนชอบเรียนวิชาคณิตศาสตรหรือภาษาไทย
๔) คําสันธานที่เชื่อมความที่เปนเหตุเปนผล
ไดแกคําวา เพราะ เพราะวา ฉะนั้น...จึง ดังนั้น
เหตุเพราะ เหตุวา เพราะฉะนั้น...จึง เปนตน
ชนิดของคําสันธาน
เชน - นักเรียนมาโรงเรียนสายเพราะฝนตกหนัก
- เธอจะไปกับผมหรือเธอจะไปกับเขา
คําสันธานคําสันธาน
19
๑๙
ใบงาน
คําสันธาน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนตอบคําถามตอไปนี้ใหสมบูรณ
คะเเนน
๑) เธอตองทํางานหนัก............เธอจะไมมีเงินพอใช
(เพราะฉะนั้น มิฉะนั้น เพราะวา)
๒) เขาตองทนทุกขเวทนา ...............เปนโรคกระเพาะอาหาร
(หรือ มิฉะนั้น ดวยวา)
๓) ทุกคนลุกขึ้นยืนทําความเคารพ............คุณมะลิวัลยเธอนั่งเฉย
(เเละ เเต เพราะ)
๔) ..........คุณเเมจะนอน...........เปนเวลาเที่ยงคืนไปเเลว
(ถึง...ก็ ครั้น...เเละ กวา...ก็)
๕) ...........เธอ.........เขาตองถูกสอบสวนเเนๆ
(ทั้ง...ก็ ทั้ง...เเลว ทั้ง....กับ)
๖) เเมยอมรักลูก...........................ลูกเปนเเกวตาดวงใจของคนเปนเเม
(อยาง ราวกับ เพราะฉะนั้น)
20
๒๐
ใบงาน
คําสันธาน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนตอบคําถามตอไปนี้ใหสมบูรณ
คะเเนน
๗) ...............เธอไปเขียนรายงาน เธอควรไปหาเขาที่มหาลัย
(ถา ฝาย ขณะ)
๘) เขาเปนทหาร...........สวนฉันเปนพยาบาล
(กับ สวน ทั้ง)
๙) เธอจะกินขาว ...........จะรองเพลง
( หรือ เเละ จึง )
๑๐) เธอตองซักผา............จะถูกลงโทษ
(เพราะ มิฉะนั้น เเละ)
21
เชน
เอะ!
โอย!
โธเอย!
อุย!
ตัวอยาง
เอะ! นั่นใครมา
โอย! เจ็บนะ
ไชโย! ชนะเเลว
๒๑
คําอุทาน
คําอุทาน
เปนคําที่ใชเพื่อเเสดงอารมณหรือความรูสึกของผูพูดเเละผูเขียน เชน ตกใจ ดีใจ
เสียใจ โลงใจ สงสาร สงสัย เปนตน
22
๒๒
ใบงาน
คําอุทาน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนนําคําอุทานมาใสใหสมบูรณ
คะเเนน
ตัวอย่าง เอ๊ะ!
23
๒๓
คําเชื่อม
คําเชื่อม
หมายถึง คําที่ใชเชื่อมคํา วลี หรือประโยคเขาดวยกัน จําเเนกได ๔ ชนิด ได
เเก คําเชื่อมสมภาค คําเชื่อมอนุประโยค คําเชื่อเสริม เเละคําเชื่อมสัมพันธสาร
รายละเอียดมีดังนี้
๑) คําเชื่อมสมภาค
คําเชื่อมสมภาคเปนคําเชื่อมที่ใชเชื่อมหนวยภาษา 2 หนวยขึ้นไปเขาเปนหนวย
เดียวกัน เชน เเละ หรือ กับ กะ เเตหนวยภาษาที่เชื่อมกันนั้นตองเปนหนวย
เดียวกัน เชน คํานามเเละคําสรรพนามเชื่อมกัน
๒) คําเชื่อมอนุประโยค
คําเชื่อมอนุประโยค หมายถึงคําเชื่อมที่นําหนาอนุประโยคในประโยคซอน เเลว
ประโยคซอนนั้นทําหนาที่รวมเปนสวนใดสวนหนึ่งของประโยคหลัก อาจจะเปน
ประธาน เปนหนวยกรรมก็ได
๓) คําเชื่อมเสริม
คําเชื่อมเสริม หมายถึง คําเชื่อมที่มีขึ้นเพื่อเสริมใหหนวยภาษา 2 หนวยมีความ
สัมพันธกันชัดเจนขึ้น ไดเเก จึง เลย ก็
๔) คําเชื่อมสัมพันธสาร
คําเชื่อมสัมพันธสาร หมายถึงคําเชื่อมตั้งเเต 2 ประโยคขึ้นไปใหรวมกันเปนพันธ
สารเดียวกัน กลาวคือ ในที่สุด เเม กระทั้ง
คําเชื่อม
24
๒๔
ใบงาน
คําเชื่อม
๑) คําเชื่อม หมายถึง
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
.........................................................................................................................
คําชี้เเจง ใหนักเรียนตอบคําถามตอไปนี้ใหสมบูรณ
ตอบ
๒) คําเชื่อมสมภาค คือ
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
.........................................................................................................................
๓) คําเชื่อมอนุประโยค คือ
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
.........................................................................................................................
ตอบ
ตอบ
25
๒๕
ใบงาน
คําเชื่อม
๔) คําเชื่อมเสริม คือ
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
.........................................................................................................................
คําชี้เเจง ใหนักเรียนตอบคําถามตอไปนี้ใหสมบูรณ
ตอ
ตอบ
๕) คําเชื่อมสัมพันธสาร คือ
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
..........................................................................................................................
.........................................................................................................................
ตอบ
คะเเนน
26
ภาษาตางประเทศ
ในภาษาไทย
๒๖
ภาษาไทยมีคําที่ขอยืมมาจากภาษาอื่นๆ ปนอยูอยางมาก ภาษาไทยตอนนี้
เราไดนําภาษาตางประเทศเขามาใช ไดเเก ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต
ภาษาเขมร ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษาชวา
๑) คําที่มาจากภาษาบาลี เเละสันสกฤต
มักมีตัว ฆ ฌ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ ถ ศ ษ ฬ ฤ ประกอบคําตางๆ
เชน ปรากฏ ครุฑ ธรณี เปนตน
๒) คําที่มาจากภาษาเขมร
มีพยัญชนะ จ ร ล ญ เปนตัวสะกด เชน กาจ ดุจ ควร เปนตน
๓) คําที่มาจากภาษาจีน
คํายืมภาษาจีนนั้นสวนมากจะใชเรียกชื่อญาติ ชื่ออาหาร ชื่อพืช
เปนตน
๔) คําที่มาจากภาษาอังกฤษ
๑) นําคํามาใชโดยตรง (ใชทับศัพท) เชน คําวา ฟุตบอล โบนัส เเคปซูล
๒) กําหนดคําไทยขึ้นใชเเทน (ศัพทบัญญัติ) เชน ไฟล บัส ออฟฟศ
27
ใบงาน
ภาษาตางประเทศ
๒๗
คําที่มาจากบาลี เเละสันสกฤต
คําชี้เเจง ใหนักเรียนเขียนคําของเเตละภาษา
คําที่มาจากบาลี เเละสันสกฤต
คําที่มาจากภาษาอังกฤษคําที่มาจากภาษาอังกฤษ
คําที่มาจากภาษาจีน
คําที่มาจากภาษาเขมรคําที่มาจากภาษาเขมร
คําที่มาจากภาษาจีน
คะเเนน
28
๒๘
ภาษาที่มีวัฒนธรรมในการใชภาษา ผูใชภาษาจึงตองระมัดระวังในการ
ใชภาษา เเละการใชภาษามีทั้งวัจนภาษา กับ อวัจนภาษา
ระดับภาษา
วัจนภาษา หมายถึง ภาษาถอยคํา ไดเเก คําพูดหรือตัวอักษรที่กําหนดใช
รวมกันในสังคม
อวัจนภาษา หมายถึง ภาษาที่ไมใชถอยคํา เปนภาษาที่เเฝงอยูในถอยคํา
กิริยาตางๆ เชน ทาทาง นํ้าเสียง การเเสดงออกทางสีหนา หนาตา
ภาษาเเบงได ๓ ระดับภาษาเเบงได ๓ ระดับ
๑) ภาษาเเบบแผน เปนภาษาที่ใชระดับพิธีการเเละระดับทางการ
การติดตอราชการ
๒) ภาษากึ่งเเบบเเผน เปนภาษาไมเปนทางการ ภาษาที่ใชพูดกับในที่
ชุมชน หรือการเขียนขาว
๓) ภาษาปาก เปนภาษาพูดมากกวาเขียน ภาษาระดับกันเอง
คุยกับเพื่อน
29
๒๙
ใบงาน
ระดับภาษา
ภาษาไมเปนทางการ
คะเเนน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนเปลี่ยนคําจากภาษาไมเปน
ทางการตอไปนี้เปนภาษาทางการ
ภาษาทางการ
๑) มอไซค
๒) ตาย
๓) อวก
๔) ใบขับขี่
๕) โรงหนัง
๖) เเสตมป
๗) รถเมล
๘) ผัวเมีย
๙) งานเเตง
๑๐) กิน
ภาษาทางการ
ภาษาไมเปนทางการ
30
๓๐
ใบงาน
ระดับภาษา
ภาษาไมเปนทางการ
คะเเนน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนเขียนคําภาษาที่ไมเปนทางการ
กับเปนทางการ พรอมอธิบายบอก
ภาษาทางการ
ภาษาไมเปนทางการ คือ
..............................................................................................................................
...........................................................................................................................
ภาษาทางการ คือ
..............................................................................................................................
...........................................................................................................................
31
ประโยค
ในภาษาไทย
๓๑
ประโยค จะประกอบดวย ๒ สวน ภาคประธานเเละภาคเเสดง
๑)ภาคประธาน คือ ผูที่เเสดงกิริยาอาการตางๆ
๒) ภาคเเสดง คือ สวนที่เปนกิริยาอาการตางๆ ของภาคประธาน
ไดเเก คํากริยา
การเเบงประโยคตามหลักไวยากรณ
๑) ประโยคความเดียว หมายถึง ประโยคที่มีบทกริยาสําคัญเพียง
บทเดียว เปนกระเเสความเดียว
๒) ประโยคความซอน หมายถึง ประโยคที่มีประโยคความเดียวเปน
ประโยคหลัก เเละสวนขยายเปนสวนยอย
๓) ประโยคความรวม หมายถึง ประโยคที่มีประโยคความเดียว
ตั้งเเต 2 ประโยคขึ้นไป มารวมกัน โดยมีคําสันธานเปนตัวเชื่อมประโยค
การเเบงประโยคตามเจตนาผูพูดผูเขียน
๑) ประโยคเเจงใหทราบ ประโยคที่มีใจความเพื่อบอกผูรับสารรับรู
๒) ประโยคถามใหตอบ เปนการเเสดงการถามอยูในประโยค
ใหผูรับสารตอบ
๓) ประโยคบอกใหทํา ตองการบอกใหผูรับสารรูเเละทําตาม
32
ใบงาน
ประโยค
๓๒
คําชี้เเจง ใหนักเรียนเเเตงประโยค มา 10 ประโยค
๑)
๒)
๓)
๔)
๕)
๖)
๗)
๘)
๙)
๑๐)
คะเเนน
33
ใบงาน
ประโยค
๓๓
คําชี้เเจง ใหนักเรียนตอบคําถามตอไปนี้
๑) ประโยค หมายถึง
๒) ประโยคความรวม คือ
๓) ประโยคความซอน คือ
คะเเนน
34
สํานวน หมายถึง ถอยคํา หรือขอความที่กลาวสืบตอกันมาเปนเวลานาน
มีความหมายไมตรงตัว หรือมีความหมายอื่นเเฝงอยูในเชิงเปรียบเทียบ
เชน
กระตายตื่นตูม ความหมาย อาการที่ตื่นตกใจงายโดยไมทันสํารวจเหตุการณ
ใหดีกอน
ออยเขาปากชาง ความหมาย มีประโยชนหรือสิ่งของตกอยูในมือเเลว
ไมยอมคืน
สุภาษิต เปนถอยคําหรือขอความที่กลาวสืบตอกันมา มีความหมายเปน
คติสอนใจ
คําพังเพย เปนถอยคําหรือขอความที่สืบตอกันมาเพื่อโยงใหเขาเรื่อง
๓๔
สํานวน
เเมวไมอยู หนูราเริง
อิอิ
35
๓๕
ใบงานสํานวน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนบอกความหมายของสํานวน
ปดทองหลังพระ
ลูกไมหลนไมไกลตน
คนลมอยาขาม
รําไมดีโทษปโทษกลอง
หัวลานนอกครู
ปากวาตาขยิบ
กิ่งทองใบหยก
แกวงเทาหาเสี้ยน
จับปลาสองมือ
นํ้าขึ้นใหรีบตัก
ฟงหูซาย ทะลุหูขวา
คะเเนน
36
๓๖
ใบงานสํานวน
คําชี้เเจง ใหนักเรียนเขียนสํานวนที่เคยไดยินมา 10 สํานวน
คะเเนน
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
37
๓๗
กลอนสุภาพ
กลอนสุภาพ คือ กลอนที่ใชถอยคําเเละทํานองเรียบๆ เชน กลอน๔ กลอน๖
กลอนสุภาพที่นิยมเเตงมากที่สุด คือ กลอน๘
กลอนบทหนึ่งมี 4 วรรค ไดเเก วรรคสดับ วรรครับ วรรครอง เเละวรรคสง
เเตละวรรคมี 7 ถึง 9 คํา ที่นิยมกันคือ มีวรรคละ 8 คํา
สัมผัสนอก ซึ่งเปนสัมผัสสระบังคับ ( ---) เเละการอนุโลมในสัมผัส (.....)
วรรคสดับ
วรรครอง
วรรครับ
วรรคสง
สัมผัสระหวางบท
๑ บท
38
๓๘
ใบงาน
กลอนสุภาพ
คําชี้เเจง ใหนักเรียนคัดบทกลอน
“เหมือนหนุมหนุม ลุมหลง พะวงสวาท
เหลือรายกาจ กอดจูบ รักรูปเขา
ครั้นวอดวาย ตายไป เหม็นไมเบา
เปนหนอนหนอง พองเนา เสียเปลาดาย”
คะเเนน
คํานาม
๑
คําในภาษาไทยมีการสื่อสารกันไดทุกวัน เเบงได ๗ ชนิด
๑) คํานาม
เปนคําที่ใชเรียกชื่อคน สัตว พืช สิ่งของ สถานที่ สภาพกิริยาอาการ
เเละความรูสึกนึกคิดตางๆ รวมทั้งสิ่งมีชีวิตเเละไมมีชีวิต
เเบงออกเปน ๕ ประเภท
๑) คํานามสามัญ หรือ สามานยนาม เปนคําที่ใชเรียกชื่อทั่วไป เชน มะมวง
ดินสอ บาน พอ เปนตน
๒) คํานามวิสามัญ หรือ วิสามานยนาม เปนคําที่ใชเรียกเปนชื่อ
เฉพาะบุคคล สัตว สิ่งของ เเละสถานที่ เชน สุนทรภู ด.ญ.กมลเนตร
เปนตน
๓) คํานามบอกลักษณะ หรือ ลักษณนาม เปนคําที่ใชบอกลักษณะรูป
หรือขนาดของคํานามสามัญ เชน คน เลม ตัว อัน เเทง เปนตน
๔) คํานามบอกหมวดหมู หรือสมุหนาม เปนคําที่ใชบอกหมวดหมูของ
คํานามสามัญ เชน หมู กลุม ฝูง กอง เปนตน
๕) คํานามบอกอาการ หรือ อาการนาม เปนคํานามที่เเสดงอาการมีคําวา
การ หรือ ความ นําหนา เชนการพูด การอาน ความดี ความรัก เปนตน
๑) คํานาม
Show answer
Auto Play
Slide 1 / 38
SLIDE
Similar Resources on Wayground
35 questions
กพอ.4.1 งานบ้าน
Lesson
•
6th Grade
39 questions
คอมเบิื้องต้น
Lesson
•
1st - 5th Grade
20 questions
第一课:时间
Lesson
•
1st - 3rd Grade
32 questions
การผลิตสื่อดิจิทัลแบนเนอร์ด้วยโปรแกรม Adobe Photoshop
Lesson
•
KG - University
15 questions
Untitled Lesson
Lesson
•
1st - 5th Grade
32 questions
เรียนรวมๆ
Lesson
•
12th Grade
28 questions
ติวโอเน็ตครั้งที่๒
Lesson
•
12th Grade
33 questions
หลักการเขียนโปรแกรม1_64 สัปดาห์ที่ 2
Lesson
•
5th Grade
Popular Resources on Wayground
15 questions
Fractions on a Number Line
Quiz
•
3rd Grade
14 questions
Boundaries & Healthy Relationships
Lesson
•
6th - 8th Grade
13 questions
SMS Cafeteria Expectations Quiz
Quiz
•
6th - 8th Grade
20 questions
Equivalent Fractions
Quiz
•
3rd Grade
25 questions
Multiplication Facts
Quiz
•
5th Grade
12 questions
SMS Restroom Expectations Quiz
Quiz
•
6th - 8th Grade
20 questions
Main Idea and Details
Quiz
•
5th Grade
10 questions
Pi Day Trivia!
Quiz
•
6th - 9th Grade