wayground logo

Free Printable Worksheets

NEW

Font size

S
M
L
XL
Worksheets

Alkane Alkene Alkyne

Total questions: 30

Worksheet time: 3hrs 40mins

Name
Class
Date
1.

C2H2จัดอยู่ในสารประกอบข้อใด

a)

แอลเคน

b)

แอลคีน

c)

แอลไคน์

d)

อะมิโน

2.

C2H6 จัดอยู่ในสารประกอบใด

a)

แอลเคน

b)

แอลคีน

c)

แอลไคน์

d)

อะมิโน

3.

C2H4 จัดอยู่ในสารประกอบใด

a)

แอลเคน

b)

แอลคีน

c)

แอลไคน์

d)

อะมิโน

4.

CH3-NH2 จัดอยู่ในสารประกอบใด

a)

แอลคีน

b)

แอลเคน

c)

แอลไคน์

d)

อะมิโน

5.

สารประกอบไฮโดรคาร์บอนใดมีจุดเดือดสูงที่สุด

a)

มีเทน

b)

โพรเพน

c)

บิวเทน

d)

เฮกเซน

6.

ข้อใดเรียกชื่อหมู่สารประกอบที่มีสูตรทั่วไปเป็น CnH2n+1 ได้ถูกต้อง

a)

แอลเคน

b)

แอลคิล

c)

ไซโคลแอลเคน

d)

ถูกทุกข้อ

7.

สารไอโซเมอริซึม หมายถึงสารในข้อใด

a)

สารที่มีจำนวนคาร์บอนอะตอมเท่ากัน

b)

สารที่มีสูตรโมเลกุลเหมือนกันแต่สูตรโครงสร้างต่างกัน

c)

สารที่เกิดเป็นโมเลกุลใหญ่รวมตัวของโมเลกุลเล็ก

d)

สารโมเลกุลใหญ่แตกตัวเป็นโมเลกุลเล็ก

8.

เมื่อนำไฮโดรคาร์บอน CxHy มาเผาในอากาศ สมการใดแสดงปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น

a)

CxHy(g) + O2 (g) ----------> x CO2 (g) + y H2O (l)

b)

CxHy(g) + (x + y) O2 (g) ----------> x CO2 (g) + y H2O(l)

c)

CxHy(g) + (x + y/2) O2 (g) ----------> x CO2(g) + y/2 H2O(l)

d)

CxHy(g) + (x + y/4) O2 (g) ----------> x CO2(g) + y/2 H2O(l)

9.

สารประกอบไฮโดรคาร์บอนชนิดหนึ่งมีสูตรโมเลกุล C3H8 เมื่อนำไปทำปฏิกิริยากับสารละลายโบรมีนในที่สว่างจะทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่มีโบรมีนเข้าไปแทนที่ไฮโดรเจน 1 อะตอม ได้กี่ไอโซเมอร์

a)

2 ไอโซเมอร์

b)

3 ไอโซเมอร์

c)

4 ไอโซเมอร์

d)

5 ไอโซเมอร์

10.

นำสาร A และสาร B มาทดลอง สาร A เมื่อเผาไหม้จะให้เปลวสว่าง ไม่มีเขม่า ละลายน้ำได้ และไม่ฟอกจางสีสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต ส่วนสาร B ติดไฟง่าย ให้เปลวสว่างมีเขม่ามาก ไม่สามารถละลายน้ำได้ และฟอกจางสีสารละลายโพแทสเซียมเปอร์แมงกาเนต ข้อสรุปที่เป็นไปได้ของสาร A และสาร B

a)

สาร A คือแอลคีน ส่วนสาร B แอลไคน์

b)

สาร A คือแอลเคน ส่วนสาร B แอลคีน

c)

สาร A ไม่ใช่สารประกอบไฮโดรคาร์บอน ส่วนสาร B คือสารประกอบไฮโดรคาร์บอน

d)

สาร A เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนไม่อิ่มตัว ส่วนสาร B เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนอิ่มตัว

11.

ข้อใดเรียงลำดับของจุดเดือดได้ถูกต้อง

a)

CH3(CH2)6CH3 > CH3CH2CH2CH2CH2CH3 > CH3CH2CH2CH3

b)

CH3(CH2)3CH3 > CH3(CH2)2CH3 > CH3CH2CH2 CH3

c)

CH3(CH2)3CH3 > CH3CH2CH2CH3 > CH3CH2CH2CH3

d)

CH3CH2CH2CH3 > CH3CH2CH2CH2CH3 >CH3CH2CH3

12.

ในกลุ่มสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีสูตรทั่วไปร่วมกัน ถ้าลดจำนวนอะตอมคาร์บอนลงเรื่อยๆ ไฮโดรคาร์บอนจะมีสถานะตามลำดับอย่างไร

a)

ของเหลว ก๊าซ ของแข็ง

b)

ของแข็ง ของเหลว ก๊าซ

c)

ของแข็ง ก๊าซ ของเหลว

d)

ก๊าซ ของแข็ง ของเหลว

13.

ถ้านำสาร A , B , C , D มาหยดสารละลายโบรมีน ซึ่งแต่

ละหยดมีปริมาตรเท่ากัน แล้วนับจำนวนหยดสารละลายโบรมีน

ที่ใช้ตั้งแต่เริ่มต้นจนสีจางหาย ได้ข้อมูลดังตาราง ข้อสรุปใดถูก


สาร : จำนวนหยดสารละลายโบรมีนที่ใช้

A : 88

B : 77

C : 68

D : 97

a)

ในปฏิกิริยาไฮโดรจีเนชัน ปริมาตรของก๊าซไฮโดรเจนที่ใช้

D > B > C > A

b)

ในปฏิกิริยาไฮโดรจีเนชัน ปริมาตรของก๊าซไฮโดรเจนที่ใช้

A > C > D > B

c)

ในปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดเขม่า D > A > B > C

d)

ในปฏิกิริยาการเผาไหม้ การเกิดเขม่า A > B > C > D

14.

การทดลองตามข้อใดที่แสดงความแตกต่างระหว่างแอลเคนและแอลคีนได้น้อยที่สุด

a)

ทำปฏิกิริยากับ Cl2 ใน CCl4

b)

การติดไฟ

c)

การละลายน้ำ

d)

ทำปฏิกิริยากับ KMnO4 ใน H2 SO4

15.

ไฮโดรคาร์บอนชนิดหนึ่ง มีสูตรโมเลกุล C6 H6 มีโครงสร้างเป็นโซ่เปิดอัตราส่วนจำนวนพันธะสาม : พันธะคู่ : พันธะเดี่ยว ข้อใดเป็นไปได้

a)

2 : 1 : 8

b)

1 : 2 : 8

c)

1 : 1 : 9

d)

1 : 4 : 6

16.

สารประกอบไฮโดรคาร์บอน A และ B สามารถเกิดปฏิกิริยาดังนี้


A + Br2 ----------> C6 H13 Br + HBr


สาร A เป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภทใด

a)

แอลเคน

b)

แอลคีน

c)

แอลไคน์

d)

ข้อมูลไม่เพียงพอ

17.

สารประกอบใดสามารถเขียนโครงสร้างเป็นสารประกอบไฮโดคาร์บอนเป็นวงประเภทแอลเคนได้

a)

C6 H12

b)

C6 H14

c)

C6 H10

d)

C6 H6

18.

สารประกอบใดสามารถเขียนโครงสร้างเป็นสารประกอบไฮโดคาร์บอนประเภทอะโรมาติกได้

a)

C6 H14

b)

C6 H12

c)

C6 H10

d)

C6 H6

19.

สมการต่อไปนี้เป็นปฏิกิริยาชนิดใด


C6 H12 + Br2 -------> C6H12 Br2

a)

การเติม

b)

การแทนที่

c)

ไฮโดรลิซิส

d)

การเผาไหม้

20.


ข้อใดเรียกชื่อสารประกอบนี้ได้ถูกต้อง

a)

cis-2-butane

b)

cis-2-pentane

c)

cis-2-butene

d)

cis-2-pentene

21.

สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีชื่อว่า เฮกเซน มีคาร์บอนและไฮโดรเจนอย่างละกี่อะตอม

a)

C 5 อะตอม H 5 อะตอม

b)

C 7 อะตอม H 16 อะตอม

c)

C 6 อะตอม H 12 อะตอม

d)

C 6 อะตอม H 6 อะตอม

22.

ข้อใดต่อไปนี้กล่าวผิดเกี่ยวกับปฏิกิริยาของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน

a)

สารประกอบไฮโดรคาร์บอนสามารถเกิดปฏิกิริยาการเผาไหม้ได้

b)

แอลเคนเกิดปฏิกิริยาการแทนที่

c)

แอลคีนเกิดปฏิกิริยาการเติม

d)

แอลไคน์ไม่สามารฟอกจางสีสารละลายโพแทสซียมเปอร์แมงกาเนตได้

23.

สารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่มีสูตรทั่วไป CnH2n คือข้อใด

a)

แอลเคน แอลไคน์

b)

ไซโคลแอลเคน แอลไคน์

c)

ไซโคลแอลเคน ไซโคลแอลคีน

d)

ไซโคลแอลเคน แอลคีน

24.

กำหนดสูตรโมเลกุลของสารประกอบ A B C D และ E ดังนี้


สารประกอบ : สูตรโมเลกุล

A : C2H2

B : C3H6

C : C4H6

D : C5H12

E : C6H12

ถ้าสารประกอบ A B C D และ E มีโครงสร้างแบบโซ่เปิด

สารใดเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนประเภทไม่อิ่มตัว

a)

สารประกอบ C

b)

สารประกอบ B

c)

สารประกอบ A

d)

ข้อมูลไม่เพียงพอ

25.

กำหนดสูตรโมเลกุลของสารประกอบ A B C D และ E ดังนี้


สารประกอบ : สูตรโมเลกุล

A : C2H2

B : C3H6

C : C4H6

D : C5H12

E : C6H12

สารประกอบใดมีโครงสร้างแบบวง และเป็นสารประกอบ

ไฮโดรคาร์บอนแบบอิ่มตัว

a)

สารประกอบ B

b)

สารประกอบ C

c)

สารประกอบ D

d)

สารประกอบ E

26.

กำหนดสูตรโมเลกุลของสารประกอบ A B C D และ E ดังนี้


สารประกอบ : สูตรโมเลกุล

A : C2H2

B : C3H6

C : C4H6

D : C5H12

E : C6H12

สารประกอบใดมีโครงสร้างแบบวง และเป็นสารประกอบ

ไฮโดรคาร์บอนแบบอิ่มตัว

a)

สารประกอบ A

b)

สารประกอบ B

c)

สารประกอบ C

d)

ข้อมูลไม่เพียงพอ

27.

ข้อใดเรียกชื่อสารประกอบนี้ได้ถูกต้อง

a)

เฮกซีน

b)

เฮกเซน

c)

ไซโคลเฮกเซน

d)

ไซโคลเฮกซีน

28.

ข้อใดเรียกชื่อสารประกอบนี้ได้ถูกต้อง

a)

2-เอทิลเฮกเซน

b)

2-เอทิลเฮกซีน

c)

5-เมทิล-1-เฮปเซน

d)

5-เมทิล-1-เฮปซีน

29.

ข้อใดกล่าวผิดเกี่ยวกับปฏิกิริยาการเผ้าไหม้ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน

a)

สารประกอบไฮโดรคาร์บอนทั้งสามประเภท เผาไหม้ได้

b)

ไซโคลแอลเคนไม่สามารถเผาไหม้ได้

c)

แอลคีนเมื่อเผ้าไหม้จะได้คาร์บอนไดออกไซด์ น้ำเป็นสารผลิตภัณฑ์

d)

เมื่อเผาสารประกอบไฮโดรคาร์บอนทั้งสามประเภท มี่ทั้งสารประกอบไฮโดรคาร์บอนที่ทำให้เกิดเขม่าและไม่เกิดเขม่า

30.

สารประกอบใดต่อไปนี้ไม่เกิดไอโซเมอร์เรขาคณิต

a)

CH3CH = CHCH2CH3

b)

CH3CH = CHCH3

c)

(CH3)2C = C(CH3)2

d)

CH3CH2CH = CHCH2CH3